บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
16.30
+0.10 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9540 out_tok=3310 at=2026-07-26T09:39:07 -->
# TOA Q2/2566 กำไรสุทธิพุ่งแรง 100% รับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง-ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น
## รายได้-กำไรโตเด่นรับอานิสงส์ต้นทุนวัตถุดิบดิ่ง-ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการฟื้นตัวของความต้องการใช้สีและวัสดุก่อสร้าง
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 102.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิขยายตัวได้อย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOA ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) และการเติบโตของรายได้จากการขาย** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ปรับลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ราคาเฉลี่ยของวัตถุดิบหลักและบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตมีการปรับตัวลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากราคาพลังงานที่ลดลงและภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การลดลงของต้นทุนนี้ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขาย ทำให้สามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้น
2. **ราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้น:** แม้ว่าต้นทุนจะลดลง แต่ TOA ยังสามารถปรับเพิ่มราคาขายสินค้าเฉลี่ยต่อหน่วยได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอ้างอิงจากการปรับขึ้นราคาขายบางส่วนในปีที่ผ่านมา การที่ราคาขายปรับสูงขึ้นโดยที่ต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มลดลง ยิ่งส่งผลให้ส่วนต่างกำไร (มาร์จิ้น) กว้างขึ้นอย่างมาก
3. **ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น:** ความต้องการใช้สีและวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว และความต้องการในการปรับปรุงซ่อมแซมที่พักอาศัยในเขตเมือง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนปริมาณการขายให้เติบโตขึ้น โดยเฉพาะในประเทศผ่านช่องทางผู้ค้าปลีก
4. **สัดส่วนการขายสินค้าเกรดพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้น (สำหรับงวด 6 เดือน):** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนสำหรับไตรมาส 2 แต่สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรกของปี ฝ่ายจัดการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการขายสินค้าเกรดพรีเมี่ยม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสินค้ากลุ่มนี้จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าสินค้าทั่วไป
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอก:** ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลงมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่ออัตรากำไรในระยะสั้นถึงกลาง หากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงทรงตัวในระดับต่ำ อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยอาจมีข้อจำกัดในอนาคตหากการแข่งขันรุนแรงขึ้น หรือกำลังซื้อของผู้บริโภคชะลอตัว การฟื้นตัวของความต้องการใช้สีและวัสดุก่อสร้างจากการท่องเที่ยวและการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่อง แต่ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่งแรง 102.7% YoY:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 741.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 365.2 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2565
* **รายได้จากการขายเติบโต 4.9% YoY:** รายได้จากการขายอยู่ที่ 5,458.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 5,200.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารและผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวประเภทอื่น
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 29.8% ในไตรมาส 2 ปี 2565 เป็น 34.5% ในไตรมาส 2 ปี 2566
* **ต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายเฉลี่ยหนุนมาร์จิ้น:** การลดลงของราคาวัตถุดิบหลักและบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายบริหารต่อยอดขายลดลง:** แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อยอดขายมีสัดส่วนลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2566:**
* **รายได้จากการขาย:** 5,458.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% YoY จาก 5,200.9 ล้านบาท
* **ต้นทุนขาย:** 3,573.2 ล้านบาท ลดลง 2.0% YoY จาก 3,647.5 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น:** 1,884.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% YoY จาก 1,493.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 34.5% เพิ่มขึ้นจาก 28.7% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** รวม 1,024.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% YoY จาก 999.2 ล้านบาท
* **กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA):** 957.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.3% YoY จาก 482.7 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** 741.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.7% YoY จาก 365.2 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 13.6% เพิ่มขึ้นจาก 7.0% ในปีก่อน
**งวด 6 เดือน ปี 2566:**
* **รายได้จากการขาย:** 11,111.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% YoY จาก 10,166.3 ล้านบาท
* **ต้นทุนขาย:** 7,368.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% YoY จาก 7,159.9 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น:** 3,743.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.4% YoY จาก 3,006.4 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** 33.7% เพิ่มขึ้นจาก 29.6% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** รวม 2,065.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.7% YoY จาก 1,899.9 ล้านบาท
* **กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA):** 1,807.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.5% YoY จาก 1,029.6 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ:** 1,373.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77.3% YoY จาก 774.7 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิ:** 12.2% เพิ่มขึ้นจาก 7.6% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยว:** ความต้องการใช้สีและวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารและผลิตภัณฑ์อื่น
* **การขยายช่องทางการขาย:** การเติบโตของยอดขายในประเทศผ่านช่องทางผู้ค้าปลีกและช่องทางธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการเข้าถึงลูกค้าที่หลากหลาย
* **การเพิ่มสัดส่วนสินค้าพรีเมี่ยม:** การที่สัดส่วนการขายสินค้าเกรดพรีเมี่ยมเพิ่มขึ้น (สำหรับ 6 เดือน) เป็นโอกาสในการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้ปัจจุบันต้นทุนจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบในตลาดโลกยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสี:** ตลาดสีมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับขึ้นราคาขายและอัตรากำไรในระยะยาว
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** หากเศรษฐกิจโลกหรือเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวลง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความต้องการในการก่อสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 จะมีผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบหลักและพลังงาน:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสี เพื่อประเมินผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การปรับขึ้นราคาขายสินค้า:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการปรับขึ้นราคาขายสินค้าในอนาคต หากต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มสูงขึ้นอีกครั้ง
* **การเติบโตของปริมาณการขาย:** ติดตามการเติบโตของปริมาณการขายในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่าย เพื่อประเมินความต้องการของตลาด
* **แผนการเปิดโครงการใหม่ (ถ้ามี):** หากมีข้อมูลเกี่ยวกับแผนการเปิดโครงการใหม่ของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ติดตามการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตสีและวัสดุก่อสร้าง TOA ได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการระบุถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากการท่องเที่ยวและการซ่อมแซมที่พักอาศัยในเขตเมือง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อยอดขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ของบริษัทฯ
แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงตัวเลข Backlog หรือการโอนโครงการใหม่โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายที่ 4.9% YoY ในไตรมาส 2 และ 9.3% YoY ในงวด 6 เดือน สะท้อนถึงการตอบรับที่ดีของตลาดต่อผลิตภัณฑ์ของ TOA โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผนวกกับราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นและการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรขั้นต้นได้ในระดับที่น่าพอใจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 21,012.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 19,352.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และเงินจ่ายล่วงหน้าค่าซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ในขณะที่สินค้าคงเหลือปรับตัวลดลง
* **หนี้สินรวม:** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 6,604.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 5,862.7 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น ภาษีเงินได้นิติบุคคลค้างจ่าย และหนี้สินตามสัญญาเช่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 อยู่ที่ 14,408.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 13,489.7 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรรตามผลการดำเนินงานของบริษัทฯ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** คำนวณจากข้อมูล ณ 30 มิ.ย. 2566 อยู่ที่ประมาณ 0.46 เท่า (6,604.3 / 14,408.1) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและบริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TOA ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง ประกอบกับการปรับเพิ่มราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วย ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างโดดเด่น ควบคู่ไปกับการเติบโตของรายได้จากการขายที่ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของความต้องการใช้สีและวัสดุก่อสร้าง แม้ว่าความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจยังคงมีอยู่ แต่การบริหารจัดการฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและโอกาสจากการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ TOA มีแนวโน้มที่จะรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ในระยะต่อไป โดยต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนและกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOA ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
5,583.98
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,236.45
ล้านบาท
↑ 25.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.05
%
กำไรสุทธิ
844.39
ล้านบาท
↑ 87.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.12
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,584
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,236
↑ + 25.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
844
↑ + 87.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.72
ROA (%)
17.44
Book Value/หุ้น
8.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,599
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,704
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,599.05
-7.78%
|
-1,734.04
-45.46%
|
-3,179.29
+155.69%
|
-1,243.43
-58.21%
|
-2,975.65
-251.09%
|
1,969.45
-18.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,704.19
+5,323.90%
|
31.42
-98.78%
|
2,564.95
+24.02%
|
2,068.13
+8.30%
|
1,909.57
+240.37%
|
561.02
-140.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,769.73
+31.22%
|
1,348.72
+199.13%
|
450.88
+137.91%
|
189.52
-73.92%
|
726.80
-143.19%
|
-1,682.66
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,213.06
-3,366.03%
|
-67.76
-524.30%
|
15.97
-99.06%
|
1,693.23
-599.07%
|
-339.28
-140.02%
|
847.81
-407.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
2,207.86
-26.68%
|
3,011.17
+24.44%
|
2,419.78
+52.11%
|
1,590.85
-14.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,777.87
+8.12%
|
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|