บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
16.30
+0.10 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6035 out_tok=2818 at=2026-07-27T13:38:34 -->
TOA กำไรสุทธิ Q2/2564 หดตัว 8.2% แม้รายได้โต เหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
รายได้รวมเพิ่มขึ้น 12.2% ในไตรมาส 2/2564 แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 8.2% เนื่องจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวสูงขึ้น
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 4,496.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับลดลง 8.2% มาอยู่ที่ 544.1 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TOA ในไตรมาส 2/2564 ลดลง 8.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มาอยู่ที่ 544.1 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 12.2% เป็น 4,496.1 ล้านบาท คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายที่สูงกว่าการเติบโตของรายได้ และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 36.4% ใน Q2/2563 เป็น 33.8% ใน Q2/2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขาย 16.7% เป็น 2,976.4 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจาก **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นควบคู่ไปกับต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยของวัตถุดิบบางส่วนที่ใช้ในกระบวนการผลิตที่สูงขึ้น** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 2.1% เป็น 541.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 19.8% เป็น 365.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้น้ำหนักของต้นทุนและค่าใช้จ่ายกดดันกำไรสุทธิให้ลดลง แม้ว่ารายได้จะเติบโตก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าเอกสารจะระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนมีราคาสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราวตามสภาวะตลาด แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้นทุนดังกล่าวจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป หากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบยังไม่คลี่คลาย นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายมีแนวโน้มที่จะเป็นภาระต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการขายในช่องทาง Modern Trade และ Retail ที่ดีขึ้น เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/2564 เติบโต 12.2% YoY** อยู่ที่ 4,496.1 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้ง Modern Trade, Retail และการขายในต่างประเทศ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 ลดลง 8.2% YoY** อยู่ที่ 544.1 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 16.7% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2564 หดตัว** จาก 36.4% ในปีก่อน เหลือ 33.8% โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขาย 6 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 10.0% YoY** อยู่ที่ 8,918.4 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 19.7% YoY** อยู่ที่ 1,214.4 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง
* **สินทรัพย์รวม ณ 30 มิ.ย. 2564 เพิ่มขึ้น** เป็น 18,384.3 ล้านบาท จาก 16,486.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหลักจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม ณ 30 มิ.ย. 2564 เพิ่มขึ้น** เป็น 6,217.4 ล้านบาท จาก 5,080.9 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 4,496.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย ทั้ง Modern Trade, Retail และการขายในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 16.7% เป็น 2,976.4 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 36.4% เป็น 33.8% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 8.2% YoY มาอยู่ที่ 544.1 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 14.7% เป็น 12.0%
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายรวม 8,918.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.0% YoY โดยมีปัจจัยคล้ายคลึงกับไตรมาส 2 ในขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13.5% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 37.1% เป็น 35.1% แต่ด้วยค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง 1.4% ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 เติบโต 19.7% YoY อยู่ที่ 1,214.4 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจาก 12.4% เป็น 13.5%
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณการขาย:** รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่องทาง Modern Trade และ Retail บ่งชี้ถึงความต้องการผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิวที่ยังคงมีอยู่
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเติบโตของรายได้จากการขายในต่างประเทศเป็นสัญญาณที่ดีในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุน:** แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่การที่ฝ่ายจัดการสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายให้ลดลงได้ในงวด 6 เดือนแรก เป็นสัญญาณที่ดีในการบริหารจัดการต้นทุนโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ใช้ในกระบวนการผลิตมีต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยสูงขึ้น เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น เป็นภาระต้นทุนที่อาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงในเอกสาร แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิวเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเสมอ ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งราคาและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตสี ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มลดลง
* **การบริหารจัดการต้นทุนขาย:** กลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนขาย เพื่อชดเชยผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **การเติบโตของรายได้ในช่องทาง Modern Trade และ Retail:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของช่องทางจัดจำหน่ายที่สำคัญเหล่านี้
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** ความคืบหน้าและผลตอบรับจากการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ
* **การบริหารค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ให้เพิ่มขึ้นมากเกินไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตสีและสารเคลือบผิว TOA มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับภาคอสังหาริมทรัพย์และการก่อสร้าง แม้ว่าเอกสาร MD&A จะไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยอดโอน (Presale/Backlog) หรือการเปิดโครงการใหม่โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารที่เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงกิจกรรมการก่อสร้างและปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่ยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเติบโตในช่องทาง Modern Trade และ Retail บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของตลาดสีทาอาคารสำหรับผู้บริโภครายย่อยและโครงการขนาดเล็กถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อกำลังซื้อของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,384.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 16,486.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม ซึ่งสะท้อนถึงผลกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเป็น 6,217.4 ล้านบาท จาก 5,080.9 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้นเป็น 12,166.9 ล้านบาท จาก 11,405.4 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
TOA ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงและส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในทุกช่องทาง อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการ 6 เดือนแรกยังคงเติบโตได้ดีจากปัจจัยบวกด้านรายได้และค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาวัตถุดิบและกลยุทธ์การบริหารต้นทุนของบริษัทฯ ในระยะต่อไป ควบคู่ไปกับการเติบโตของตลาดสีทาอาคารทั้งในและต่างประเทศ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
5,583.98
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,236.45
ล้านบาท
↑ 25.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.05
%
กำไรสุทธิ
844.39
ล้านบาท
↑ 87.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.12
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,584
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,236
↑ + 25.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
844
↑ + 87.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.72
ROA (%)
17.44
Book Value/หุ้น
8.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,599
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,704
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,599.05
-7.78%
|
-1,734.04
-45.46%
|
-3,179.29
+155.69%
|
-1,243.43
-58.21%
|
-2,975.65
-251.09%
|
1,969.45
-18.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,704.19
+5,323.90%
|
31.42
-98.78%
|
2,564.95
+24.02%
|
2,068.13
+8.30%
|
1,909.57
+240.37%
|
561.02
-140.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,769.73
+31.22%
|
1,348.72
+199.13%
|
450.88
+137.91%
|
189.52
-73.92%
|
726.80
-143.19%
|
-1,682.66
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,213.06
-3,366.03%
|
-67.76
-524.30%
|
15.97
-99.06%
|
1,693.23
-599.07%
|
-339.28
-140.02%
|
847.81
-407.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
2,207.86
-26.68%
|
3,011.17
+24.44%
|
2,419.78
+52.11%
|
1,590.85
-14.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,777.87
+8.12%
|
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|