บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
16.30
+0.10 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10920 out_tok=3151 at=2026-07-26T09:53:42 -->
## TOA Q3/2564: รายได้หดตัว 6.5% กำไรสุทธิลดลง 14.4% รับผลกระทบงานก่อสร้างชะลอ
### ธุรกิจ ICT และ Data Center หนุนรายได้ แต่ไม่ทันชดเชยงานก่อสร้างที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 695.16 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 20.77 ล้านบาท ลดลง 14.4% โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ลดลงอย่างมากจากการส่งมอบงานโครงการเดิมครบถ้วนและบางโครงการชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด-19 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจ ICT และศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IDC) ยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ TOA ในไตรมาส 3/2564 เปลี่ยนแปลง คือ **การหดตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้และกำไรขั้นต้นจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง** ซึ่งลดลงถึง 80.93% และ 93.68% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าธุรกิจ ICT จะเติบโตโดดเด่น โดยเฉพาะรายได้จากการขายอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมที่เพิ่มขึ้น 71.89% และรายได้จากการให้บริการศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IDC) ที่เพิ่มขึ้น 18.01% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจก่อสร้างที่ลดลงได้ทั้งหมด ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 6.5% และกำไรสุทธิลดลง 14.4%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีสาเหตุหลักมาจาก **การส่งมอบงานโครงการเดิมครบถ้วนในปี 2563** และ **การชะลอตัวของบางโครงการในปี 2564 เนื่องจากการแพร่ระบาดของ COVID-19** ทำให้ไม่สามารถเข้าทำการก่อสร้างได้ตามแผน ส่งผลให้การรับรู้รายได้และกำไรขั้นต้นจากส่วนงานนี้ลดลงอย่างมาก ในทางกลับกัน การเติบโตของธุรกิจ ICT มาจากการขยายการลงทุนของลูกค้ากลุ่ม E-Commerce และ Game Online ที่มีความต้องการเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการส่งมอบอุปกรณ์ระบบเครือข่ายตรวจบุคคลให้กับหน่วยงานภาครัฐ ส่วนธุรกิจ IDC เติบโตจากการให้บริการศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในธุรกิจ ICT และ IDC แต่ธุรกิจก่อสร้างยังมีความไม่แน่นอนสูง** ฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้ากลุ่ม E-Commerce และ Game Online ยังคงมีการขยายการลงทุนอย่างมาก ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ธุรกิจ ICT อย่างต่อเนื่อง ส่วนธุรกิจ IDC ก็มีการเติบโตที่ดี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทายจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลต่อการเข้าพื้นที่ก่อสร้างและอาจทำให้โครงการบางส่วนล่าช้าออกไป ทำให้การรับรู้รายได้และกำไรจากส่วนนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนสูงในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมลดลง 6.5% YoY** อยู่ที่ 695.16 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ลดลงอย่างมาก
* **กำไรสุทธิลดลง 14.4% YoY** อยู่ที่ 20.77 ล้านบาท
* **ธุรกิจ ICT เติบโตโดดเด่น** รายได้จากการขายอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 71.89% YoY และรายได้จากการให้บริการ IDC เพิ่มขึ้น 18.01% YoY
* **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหดตัวรุนแรง** รายได้ลดลง 80.93% YoY และกำไรขั้นต้นลดลง 93.68% YoY จากการส่งมอบงานโครงการเดิมและการชะลอตัวของโครงการใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22.04% YoY** เป็นผลมาจากการกลับรายการค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ และการลดลงของค่าธรรมเนียมธนาคาร
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 41.61% YoY** จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและนำเงิน IPO มาใช้
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 29.01% จากการเพิ่มทุน ส่วนหนี้สินรวมลดลง 13.05% และ D/E ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.43 เท่า เหลือ 1.09 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA มีรายได้รวม 695.16 ล้านบาท ลดลง 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ลดลงอย่างมากถึง 80.93% เนื่องจากหลายโครงการได้ส่งมอบงาน 100% แล้ว และบางโครงการชะลอตัวจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจ ICT ที่เพิ่มขึ้น 71.89% จากการจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้ากลุ่ม E-Commerce และ Game Online รวมถึงรายได้จากการให้บริการศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IDC) ที่เพิ่มขึ้น 18.01% ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 20.77 ล้านบาท ลดลง 14.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22.04% และต้นทุนทางการเงินลดลง 41.61% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและนำเงิน IPO มาใช้ แต่การลดลงของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจก่อสร้างเป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 693.09 ล้านบาท ลดลง 6.53% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 20.77 ล้านบาท ลดลง 14.37% ซึ่งสะท้อนภาพรวมผลการดำเนินงานที่ได้รับผลกระทบจากธุรกิจก่อสร้างเป็นหลัก
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ ICT:** ความต้องการอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคม โดยเฉพาะเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากลูกค้ากลุ่ม E-Commerce และ Game Online ที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจนี้
* **การขยายตัวของธุรกิจศูนย์ข้อมูล (IDC):** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการ IDC บ่งชี้ถึงความต้องการใช้บริการคลาวด์และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่น่าจะเติบโตได้ในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายของบริษัท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไร
* **ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง:** การเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเพิ่มทุน และการลดลงของ D/E ratio ทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินมากขึ้น พร้อมรองรับโอกาสทางธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** การพึ่งพารายได้จากโครงการก่อสร้างที่อาจมีความล่าช้าหรือยกเลิกได้จากสถานการณ์ COVID-19 และการส่งมอบงานโครงการเดิมครบถ้วน ทำให้รายได้และความสามารถในการทำกำไรจากส่วนนี้มีความไม่แน่นอนสูง
* **การแข่งขันในธุรกิจ ICT:** แม้ว่าธุรกิจ ICT จะเติบโตได้ดี แต่การแข่งขันในตลาดอุปกรณ์เครือข่ายและบริการที่เกี่ยวข้องยังคงมีอยู่สูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **ต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าไฟฟ้าในธุรกิจ IDC ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจบริการด้านเครือข่ายโทรคมนาคม
* **ความล่าช้าในการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** หากสถานการณ์ COVID-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อการเข้าพื้นที่ก่อสร้าง อาจทำให้การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ล่าช้ากว่าที่คาดการณ์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่และการเข้าพื้นที่ก่อสร้างภายใต้มาตรการควบคุม COVID-19
* **การเติบโตของลูกค้ากลุ่ม E-Commerce และ Game Online:** การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ธุรกิจ ICT
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าไฟฟ้า:** มาตรการของบริษัทในการควบคุมต้นทุนค่าไฟฟ้าสำหรับธุรกิจ IDC
* **แผนการลงทุนในอนาคต:** การใช้เงินทุนจากการเพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจในส่วนใดบ้าง
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาระดับ D/E ratio ให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างนั้น ไตรมาส 3 ปี 2564 ถือเป็นช่วงที่รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 80.93% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีมูลค่าเพียง 59.29 ล้านบาท เทียบกับ 310.98 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าบางโครงการที่ส่งมอบงานเรียบร้อยแล้วในปี 2563 และโครงการที่เหลือในปี 2564 บางส่วนต้องชะลอการก่อสร้างเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้ไม่สามารถรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากส่วนงานนี้ลดลงอย่างมากถึง 93.68% เหลือเพียง 3.07 ล้านบาท จาก 48.63 ล้านบาทในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15.64% เหลือเพียง 5.19% ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและรายได้ที่ลดลงอย่างมาก
ในขณะที่ธุรกิจ ICT และ IDC ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนรายได้ของบริษัทในปัจจุบัน มีการเติบโตที่ดี โดยรายได้จากการขายอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคมเพิ่มขึ้น 71.89% จากการจำหน่ายเซิร์ฟเวอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้กับลูกค้ากลุ่ม E-Commerce และ Game Online และรายได้จากการให้บริการศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ต (IDC) เพิ่มขึ้น 18.01% อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจ IDC มีต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้นมากกว่ารายได้ โดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 34.16% เหลือ 29.15% แม้กำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.72% ก็ตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 860.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.01% จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดจากการจำหน่ายหุ้นสามัญและนำไปลงทุนในตราสารหนี้ (สินทรัพย์อื่น) จำนวน 150.00 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าที่รอเรียกเก็บเงิน
หนี้สินรวมลดลง 13.05% มาอยู่ที่ 449.04 ล้านบาท จาก 516.46 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งบริษัทได้นำกระแสเงินสดรับจากการจำหน่ายหุ้นสามัญมาใช้ในการชำระคืน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 173.39% มาอยู่ที่ 411.39 ล้านบาท จาก 150.48 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของทุนจดทะเบียนชำระแล้วและส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญจากการจำหน่ายหุ้น IPO จำนวน 271.73 ล้านบาท หักล้างกับการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) ลดลงอย่างมากจาก 3.43 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เหลือ 1.09 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างชัดเจน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ TOA ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการหดตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวมและกำไรสุทธิ แม้ว่าธุรกิจ ICT และ IDC จะเติบโตได้ดีก็ตาม อย่างไรก็ตาม บริษัทมีโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจ ICT และ IDC อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุน ซึ่งจะช่วยรองรับการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจก่อสร้าง และการแข่งขันในตลาด ICT รวมถึงต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
5,583.98
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,236.45
ล้านบาท
↑ 25.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.05
%
กำไรสุทธิ
844.39
ล้านบาท
↑ 87.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.12
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,584
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,236
↑ + 25.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
844
↑ + 87.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.72
ROA (%)
17.44
Book Value/หุ้น
8.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,599
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,704
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,599.05
-7.78%
|
-1,734.04
-45.46%
|
-3,179.29
+155.69%
|
-1,243.43
-58.21%
|
-2,975.65
-251.09%
|
1,969.45
-18.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,704.19
+5,323.90%
|
31.42
-98.78%
|
2,564.95
+24.02%
|
2,068.13
+8.30%
|
1,909.57
+240.37%
|
561.02
-140.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,769.73
+31.22%
|
1,348.72
+199.13%
|
450.88
+137.91%
|
189.52
-73.92%
|
726.80
-143.19%
|
-1,682.66
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,213.06
-3,366.03%
|
-67.76
-524.30%
|
15.97
-99.06%
|
1,693.23
-599.07%
|
-339.28
-140.02%
|
847.81
-407.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
2,207.86
-26.68%
|
3,011.17
+24.44%
|
2,419.78
+52.11%
|
1,590.85
-14.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,777.87
+8.12%
|
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|