บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
16.30
+0.10 (+0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6073 out_tok=2271 at=2026-07-26T10:19:23 -->
# TOA กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 32.4% แม้รายได้โต เหตุต้นทุนพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น ขณะรายได้จากการขายยังเติบโตได้ดีจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 367.7 ล้านบาท ลดลง 32.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 15.7% เป็น 5,200.9 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง และค่าใช้จ่ายในการขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามยอดขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TOA ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลง 32.4% YoY มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลง** จาก 33.8% ใน Q2/64 เป็น 30.0% ใน Q2/65 แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ถึง 15.7% ก็ตาม นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 22.4% เป็นผลมาจาก **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น** ควบคู่ไปกับ **ต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่ใช้ในกระบวนการผลิตมีต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยสูงขึ้น** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 19.9% นั้น มาจากค่าโฆษณาที่สูงขึ้น ประกอบกับค่าขนส่ง ค่าคอมมิชชั่น และค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนมีต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยสูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง แต่การที่รายได้จากการขายยังคงเติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายในบางช่องทาง แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงลดลงในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565 (จาก 35.1% เป็น 29.6%) ชี้ให้เห็นว่าแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงมีอยู่ และต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายให้สมดุลได้ในระยะยาวหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 32.4% YoY:** อยู่ที่ 367.7 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 จาก 544.1 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **รายได้จากการขายเติบโต 15.7% YoY:** อยู่ที่ 5,200.9 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2565 จาก 4,496.1 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** ลดลงจาก 33.8% ใน Q2/64 เป็น 30.0% ใน Q2/65
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 22.4% YoY:** เป็น 3,641.8 ล้านบาท ใน Q2/65
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 19.9% YoY:** เป็น 648.9 ล้านบาท ใน Q2/65
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 65 ลดลง 36.0% YoY:** อยู่ที่ 777.8 ล้านบาท จาก 1,214.4 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 TOA มีรายได้จากการขายรวม 5,200.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นในผลิตภัณฑ์สีทาอาคาร และการเพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ยในผลิตภัณฑ์สีและสารเคลือบผิว รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ รายได้เติบโตในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย โดยเฉพาะ Modern Trade ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 22.4% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 30.0% จาก 33.8% ในปีก่อนหน้า ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น 19.9% ทำให้กำไรสุทธิลดลง 32.4% มาอยู่ที่ 367.7 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2565 รายได้จากการขายอยู่ที่ 10,166.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.0% YoY แต่กำไรสุทธิลดลง 36.0% YoY มาอยู่ที่ 777.8 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 23.6% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 35.1% เป็น 29.6%
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ย:** ช่วยหนุนรายได้จากการขาย แม้ในภาวะต้นทุนสูง
* **การเติบโตของปริมาณการขายใน Modern Trade:** แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์และการเข้าถึงผู้บริโภค
* **การเติบโตของรายได้ในต่างประเทศ:** เป็นโอกาสในการขยายฐานรายได้และกระจายความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น:** เป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้น:** ตามยอดขายที่เติบโต อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมสีและสารเคลือบผิว:** อาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับขึ้นราคาขาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ:** ว่าจะทรงตัวหรือปรับลดลงในอนาคตอันใกล้
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน:** TOA จะสามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขาย:** เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรสุทธิ
* **การเติบโตของยอดขายในต่างประเทศ:** ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกสำคัญในระยะยาว
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หรือนวัตกรรม:** เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในฐานะผู้ผลิตสีและสารเคลือบผิว TOA ได้รับผลกระทบโดยตรงจากต้นทุนการก่อสร้างและภาพรวมของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าเอกสาร MD&A จะไม่ได้ระบุถึงตัวเลขการโอน (Presale/Backlog) หรือโครงการใหม่โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์สีทาอาคารเพิ่มขึ้นเนื่องจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น สะท้อนถึงการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตสี เช่น ไทเทเนียมไดออกไซด์ และสารเคมีอื่นๆ เป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยตรง การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนมีต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยสูงขึ้น บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ยังคงมีอยู่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 19,637.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น, สินค้าคงเหลือ, ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และค่านิยมที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,418.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นตามราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 13,218.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นตามผลการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
TOA ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่าบริษัทจะสามารถผลักดันรายได้จากการขายให้เติบโตได้จากการปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นในบางช่องทาง แต่ต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นก็บั่นทอนผลกำไรสุทธิให้ลดลง 32.4% YoY นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายเพื่อรักษาระดับอัตรากำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางโอกาสจากการเติบโตของตลาดในประเทศและต่างประเทศ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TOA ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
5,583.98
ล้านบาท
↑ 5.6% YoY
กำไรขั้นต้น
2,236.45
ล้านบาท
↑ 25.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
40.05
%
กำไรสุทธิ
844.39
ล้านบาท
↑ 87.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
15.12
%
D/E Ratio
0.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
5,584
↑ + 5.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,236
↑ + 25.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
844
↑ + 87.4%
YoY
D/E Ratio
0.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TOA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.42
ROE (%)
20.72
ROA (%)
17.44
Book Value/หุ้น
8.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TOA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,599
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,704
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TOA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,599.05
-7.78%
|
-1,734.04
-45.46%
|
-3,179.29
+155.69%
|
-1,243.43
-58.21%
|
-2,975.65
-251.09%
|
1,969.45
-18.95%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,704.19
+5,323.90%
|
31.42
-98.78%
|
2,564.95
+24.02%
|
2,068.13
+8.30%
|
1,909.57
+240.37%
|
561.02
-140.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,769.73
+31.22%
|
1,348.72
+199.13%
|
450.88
+137.91%
|
189.52
-73.92%
|
726.80
-143.19%
|
-1,682.66
+33.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,213.06
-3,366.03%
|
-67.76
-524.30%
|
15.97
-99.06%
|
1,693.23
-599.07%
|
-339.28
-140.02%
|
847.81
-407.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
2,207.86
-26.68%
|
3,011.17
+24.44%
|
2,419.78
+52.11%
|
1,590.85
-14.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,777.87
+8.12%
|
3,494.15
+2.71%
|
3,401.95
+54.08%
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|