บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
1.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้เกิดจากการรับประกันภัยต่อ ถือเป็นรายได้สุทธิจํานวน 693 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 หลักเกิดจากสัญญาใหม่ที่ได้ทําไว้ ในปี 2564 และจากการขยายตัวในกลุ่มประกันสุขภาพที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%YoY กําไรจากการรับ ประกันภัยต่อจํานวน 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 390 combined Ratio 1Q/65 อยู่ที่ 90.5% ลดลงจากปีก่อน 7.6 percentage point
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 1/2565 มีจํานวน 16 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจํานวน 2 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13 โดยหลักเป็นผลจากกองทุนรวมตราสารทุนที่จ่ายเงินปันผลลดลง จากภาวะตลาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5340 out_tok=2408 at=2026-07-26T08:19:52 -->
# THREL กำไรปี 65 โต 55% รับเบี้ยประกันสุขภาพ-ต่างประเทศหนุน
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการเน้นบริหารความเสี่ยง-ขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนหลักจากเบี้ยประกันสุขภาพที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายจัดการยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ท่ามกลางปัจจัยกดดันเศรษฐกิจโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ THREL ในปี 2565 ให้เติบโตถึง 55% มาจาก **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิที่เพิ่มขึ้น 7%** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและเบี้ยประกันที่ได้จากการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสามารถชดเชยการปรับลดสัดส่วนงานประกันกลุ่มได้ นอกจากนี้ **กำไรจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นถึง 122%** และ **รายได้จากการลงทุนสุทธิที่ปรับตัวสูงขึ้น 17%** ก็เป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อสุทธิส่วนใหญ่มาจาก **ผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ** ที่เพิ่มขึ้น 172 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการเข้าทำสัญญาใหม่ทั้งในส่วนงาน Conventional และ Non-conventional ที่สอดคล้องกับการเติบโตของตลาดประกันสุขภาพ ประกอบกับการขยายธุรกิจในตลาดต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซียและไต้หวัน ทำให้มีเบี้ยประกันต่อจากผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตและโรคร้ายแรงเพิ่มขึ้น แม้ว่างานในประเทศจะชะลอตัวลงบ้างจากสภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการปล่อยกู้ที่ระมัดระวังขึ้น
ส่วน **กำไรจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น** มาจากการที่เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมเพิ่มขึ้น 2% และเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 7% ซึ่งส่งผลให้ค่าสินไหมทดแทนและค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน แต่การบริหารจัดการกระบวนการพิจารณารับประกันภัยและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบช่วยควบคุมคุณภาพของผลการรับประกันภัยให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทำให้ Combined Ratio อยู่ที่ 96.4% ซึ่งใกล้เคียงเป้าหมาย
ด้าน **รายได้จากการลงทุนสุทธิ** ที่เพิ่มขึ้น 17% เป็นผลมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น และการขายทำกำไรตราสารทุนในช่วงปลายปี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการยังคงเน้นการบริหารจัดการกระบวนการพิจารณารับประกันภัยและบริหารความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง ควบคู่กับการดำรงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น กัมพูชา อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ รวมถึงการพัฒนาความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 55%** แตะ 153 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 98 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 7%** เป็น 2,908 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากประกันสุขภาพและตลาดต่างประเทศ
* **กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 122%** เป็น 105 ล้านบาท จากการบริหารจัดการที่ดี
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 17%** เป็น 77 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการขายทำกำไร
* **Combined Ratio อยู่ที่ 96.4%** ลดลงจากปีก่อน และใกล้เคียงเป้าหมายที่ตั้งไว้
* **ขยายธุรกิจต่างประเทศต่อเนื่อง** ในกัมพูชา อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท โดยมีรายได้เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 2,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและเบี้ยประกันจากตลาดต่างประเทศ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมเพิ่มขึ้น 5% เป็น 2,803 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของไตรมาส 4/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากปีก่อน ซึ่งได้แรงหนุนจากประกันสุขภาพและตลาดต่างประเทศ แต่กำไรจากการรับประกันภัยกลับขาดทุน 6 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่เคยมีกำไร
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดประกันสุขภาพ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของรายได้เบี้ยประกันภัย
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ:** การเข้าไปทำตลาดในกัมพูชา อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ สร้างโอกาสในการเพิ่มรายได้และกระจายความเสี่ยง
* **ความร่วมมือกับพันธมิตร:** การร่วมมือกับ Reinsurer ต่างชาติ, กลุ่มนายหน้า, อสังหาริมทรัพย์ และ Tech Partner ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
* **การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล:** รองรับมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 (IFRS 17) และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน, วิกฤตพลังงาน, การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน และนโยบายดอกเบี้ยสูง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและภาระหนี้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัย:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การบังคับใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 (IFRS 17) อาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานและต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพ:** จะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลการดำเนินงานในตลาดต่างประเทศ:** การขยายธุรกิจไปยังกัมพูชา อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ท่ามกลางการกลับมาของโรคทั่วไป
* **การปรับตัวต่อ IFRS 17:** การเตรียมความพร้อมและผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** จากความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
สำหรับธุรกิจประกันชีวิตและประกันภัย การบริหารจัดการ **เบี้ยประกันภัยต่อรับ** เป็นหัวใจสำคัญ โดยปี 2565 THREL มีเบี้ยประกันภัยต่อรับรวม 2,965 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน และเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 2,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพที่เติบโต 172 ล้านบาท และการขยายธุรกิจในต่างประเทศที่ชดเชยการปรับลดสัดส่วนงานประกันกลุ่ม
**ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย** รวมอยู่ที่ 2,803 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% โดยหลักมาจากค่าสินไหมทดแทนและค่าบำเหน็จที่เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเบี้ยประกันภัย และการกลับมาเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยโรคทั่วไปหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย อย่างไรก็ตาม บริษัทเน้นย้ำการบริหารความเสี่ยงเพื่อควบคุมคุณภาพผลการรับประกันภัย
**Combined Ratio** อยู่ที่ 96.4% ลดลงจากปีก่อน 1.6 percentage point ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีและใกล้เคียงเป้าหมาย
**รายได้จากการลงทุนสุทธิและรายได้อื่น** อยู่ที่ 77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อน โดยได้แรงหนุนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการขายทำกำไรตราสารทุน
ในส่วนของ **ไตรมาส 4/2565** บริษัทมีกำไรสุทธิ 12 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน โดยเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 6% แต่กำไรจากการรับประกันภัยกลับขาดทุน 6 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าบริษัทมีการดำรงฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง และเงินกองทุนให้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน
## สรุปท้าย
THREL โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิ 153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% จากการเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพและรายได้จากตลาดต่างประเทศ ประกอบกับการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดีทำให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพ ผลการดำเนินงานในต่างประเทศ และการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THREL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
0.00
ล้านบาท
↓ 100% YoY
กำไรขั้นต้น
546.41
ล้านบาท
↓ 63.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
277,246.81
%
กำไรสุทธิ
-24.59
ล้านบาท
↓ 80.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,034.49
%
D/E Ratio
3.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -100%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
546
↓ -63.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-25
↓ -80.8%
YoY
D/E Ratio
3.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THREL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.74
ROE (%)
-14.08
ROA (%)
-3.76
Book Value/หุ้น
0.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THREL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THREL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.91
+96.16%
|
-35.64
-418.50%
|
11.19
-87.77%
|
91.50
-582.59%
|
-18.96
-121.46%
|
88.35
-40.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.39
-141.94%
|
-17.62
-317.53%
|
8.10
+3,581.82%
|
0.22
-99.30%
|
31.44
-1,542.20%
|
-2.18
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.25
-94.75%
|
42.89
+2.58%
|
41.81
-42.25%
|
72.40
-14.22%
|
84.40
-207.12%
|
-78.79
-53.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.26
+491.36%
|
-10.19
-110.36%
|
98.33
-53.32%
|
210.65
+117.48%
|
96.86
+1,219.62%
|
7.34
-134.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
37.21
+191.39%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|
33.80
-38.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|