บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
1.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้เกิดจากการรับประกันภัยต่อ ถือเป็นรายได้สุทธิจํานวน 693 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 หลักเกิดจากสัญญาใหม่ที่ได้ทําไว้ ในปี 2564 และจากการขยายตัวในกลุ่มประกันสุขภาพที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%YoY กําไรจากการรับ ประกันภัยต่อจํานวน 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 390 combined Ratio 1Q/65 อยู่ที่ 90.5% ลดลงจากปีก่อน 7.6 percentage point
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 1/2565 มีจํานวน 16 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจํานวน 2 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13 โดยหลักเป็นผลจากกองทุนรวมตราสารทุนที่จ่ายเงินปันผลลดลง จากภาวะตลาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5222 out_tok=2073 at=2026-07-26T08:49:25 -->
# THREL กำไร Q3/2564 ลดลง 45% รับผลสำรองโควิด-19 พุ่ง
## รายได้เบี้ยประกันต่อโต 31% แต่ค่าสินไหมทดแทนและสำรองเพิ่มกระทบกำไร
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท ลดลง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิจะเติบโตถึง 31% แต่การตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุน ส่งผลกระทบต่อผลกำไรในไตรมาสนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ THREL ในไตรมาส 3 ปี 2564 ลดลง 45% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19** แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 31% ก็ตาม โดยกำไรจากการรับประกันภัยลดลง 45%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยส่วนใหญ่เกิดจากการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 100 ล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของงานประกันชีวิตแบบร่วมพัฒนา (Non-conventional) ที่มีค่าสินไหมทดแทนและสำรองเพิ่มขึ้น 64 ล้านบาท และในส่วนของงานประกันชีวิตแบบดั้งเดิม (Conventional) ที่มีค่าสินไหมทดแทนและสำรองเพิ่มขึ้น 70 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการตั้งสำรองความเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุดเพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงจากโควิด-19 ในงานประกันชีวิตกลุ่มและประกันสุขภาพ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่มีในปี 2563
อีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบคือ **การรับรู้รายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท** ซึ่งเกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ขณะที่ปีก่อนมีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ชดเชยไปได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลให้ต้องมีการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนและสำรองความเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้นนั้น **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น** ขึ้นอยู่กับการระบาดของโรค อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าหากไม่รวมผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 Combined Ratio ของไตรมาส 3 ปี 2564 จะอยู่ที่ 84.9% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดี สะท้อนว่าธุรกิจหลักยังคงมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 45% YoY** อยู่ที่ 21 ล้านบาท จาก 38 ล้านบาทในปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิเติบโต 31% YoY** แตะ 777 ล้านบาท หนุนโดยงานประกันชีวิตแบบร่วมพัฒนา (Non-conventional) ที่เพิ่มขึ้น 46%
* **Combined Ratio เพิ่มขึ้น 1.8 percentage point เป็น 97.9%** สาเหตุหลักจากการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์โควิด-19
* **หากไม่รวมผลกระทบโควิด-19 Combined Ratio จะอยู่ที่ 84.9%** แสดงถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดี
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 46% YoY** เหลือ 11 ล้านบาท จากผลกระทบรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุน 15 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 21 ล้านบาท ลดลง 45% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากการรับประกันภัยที่ลดลง 45% แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะเพิ่มขึ้น 45% และเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 31% แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมเพิ่มขึ้น 34% โดยเฉพาะการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์โควิด-19 นอกจากนี้ รายได้จากการลงทุนสุทธิและรายได้อื่นลดลง 46%
สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรจากการรับประกันภัยต่อเพิ่มขึ้น 18% จากเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมที่เพิ่มขึ้น 26% และเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 18% แม้ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมจะเพิ่มขึ้น 18% จากการตั้งสำรองโควิด-19 และค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น แต่ Combined Ratio รอบ 9 เดือนอยู่ที่ 97.2% และหากไม่รวมผลกระทบโควิด-19 จะอยู่ที่ 92.2% รายได้จากการลงทุนสุทธิและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 22% จากกำไรจากการขายหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การเติบโตของงานประกันชีวิตแบบร่วมพัฒนา (Non-conventional)** ที่เพิ่มขึ้น 46% ในไตรมาส 3 ปี 2564 เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **การขยายการรับประกันของสัญญาประกันสุขภาพและประกันชีวิตกลุ่ม** เป็นโอกาสในการเพิ่มเบี้ยประกันภัยต่อ
* **การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ** สามารถควบคุมค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้ แม้จะเผชิญสถานการณ์โควิด-19
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19** ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลต่อการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย
* **ความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน
* **การลดลงของเบี้ยประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อ** จากผลกระทบของสถานการณ์ COVID-19
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ในไตรมาสถัดไป
* การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อในกลุ่ม Non-conventional และสัญญาประกันสุขภาพ
* ผลกระทบจากรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุน และแนวโน้มการลงทุนในอนาคต
* การบริหารจัดการ Combined Ratio หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันชีวิตแบบร่วมพัฒนา (Non-conventional) มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะการขยายการรับประกันของสัญญาประกันสุขภาพและสัญญาใหม่ของประกันสุขภาพและอุบัติเหตุกลุ่ม ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มีศักยภาพ อย่างไรก็ตาม การเติบโตนี้มาพร้อมกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าสินไหมทดแทนและค่าบำเหน็จ
สำหรับงานประกันชีวิตแบบดั้งเดิม (Conventional) แม้จะมีการเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพ แต่เบี้ยประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อยังคงลดลง ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยตรง
ในด้านค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย การตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนจากสถานการณ์โควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลประกอบการในไตรมาสนี้ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าหากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว Combined Ratio จะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีการบันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุน 15 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
THREL ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ทำให้ต้องตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 45% แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิจะเติบโตได้ดีถึง 31% โดยเฉพาะในกลุ่ม Non-conventional ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการ Combined Ratio หากไม่รวมผลกระทบโควิด-19 ยังคงอยู่ในระดับที่ดี สิ่งที่ต้องจับตาคือแนวโน้มการตั้งสำรองในอนาคต และการฟื้นตัวของรายได้จากการลงทุน รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยให้มีประสิทธิภาพต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THREL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
0.00
ล้านบาท
↓ 100% YoY
กำไรขั้นต้น
546.41
ล้านบาท
↓ 63.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
277,246.81
%
กำไรสุทธิ
-24.59
ล้านบาท
↓ 80.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,034.49
%
D/E Ratio
3.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -100%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
546
↓ -63.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-25
↓ -80.8%
YoY
D/E Ratio
3.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THREL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.74
ROE (%)
-14.08
ROA (%)
-3.76
Book Value/หุ้น
0.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THREL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THREL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.91
+96.16%
|
-35.64
-418.50%
|
11.19
-87.77%
|
91.50
-582.59%
|
-18.96
-121.46%
|
88.35
-40.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.39
-141.94%
|
-17.62
-317.53%
|
8.10
+3,581.82%
|
0.22
-99.30%
|
31.44
-1,542.20%
|
-2.18
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.25
-94.75%
|
42.89
+2.58%
|
41.81
-42.25%
|
72.40
-14.22%
|
84.40
-207.12%
|
-78.79
-53.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.26
+491.36%
|
-10.19
-110.36%
|
98.33
-53.32%
|
210.65
+117.48%
|
96.86
+1,219.62%
|
7.34
-134.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
37.21
+191.39%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|
33.80
-38.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|