บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
1.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้เกิดจากการรับประกันภัยต่อ ถือเป็นรายได้สุทธิจํานวน 693 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 หลักเกิดจากสัญญาใหม่ที่ได้ทําไว้ ในปี 2564 และจากการขยายตัวในกลุ่มประกันสุขภาพที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%YoY กําไรจากการรับ ประกันภัยต่อจํานวน 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 390 combined Ratio 1Q/65 อยู่ที่ 90.5% ลดลงจากปีก่อน 7.6 percentage point
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 1/2565 มีจํานวน 16 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจํานวน 2 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13 โดยหลักเป็นผลจากกองทุนรวมตราสารทุนที่จ่ายเงินปันผลลดลง จากภาวะตลาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5195 out_tok=2663 at=2026-07-26T08:24:14 -->
# THREL กำไรปี 64 หด 19% รับผลกระทบโควิด-19-เบี้ยประกันสินเชื่อวูบ
## รายได้ประกันสุขภาพ-กลุ่มโตเด่น ชดเชยเบี้ยประกันรายสามัญ-สินเชื่อหดตัว ฝ่ายบริหารคาดการณ์ Combined Ratio ปี 64 ต่ำเป้าหมายหากไม่รวมผลกระทบโควิด
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรจากการรับประกันภัยต่อที่ลดลง 55% แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะเติบโต 25% จากผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่มที่ขยายตัวได้ดี แต่ถูกหักล้างด้วยเบี้ยประกันภัยต่อรับของผลิตภัณฑ์ประกันรายสามัญและประกันสินเชื่อที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นจากการบันทึกค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ THREL ในปี 2564 ลดลง 19% มาจาก **กำไรจากการรับประกันภัยต่อที่ลดลง 55%** โดยมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการคือ 1) **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย** ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการบันทึกค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19 และ 2) **การลดลงของเบี้ยประกันภัยต่อรับของผลิตภัณฑ์ประกันรายสามัญและประกันสินเชื่อ** แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะเติบโตได้ดีจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่ม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของกำไรจากการรับประกันภัยต่อมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ดังนี้:
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น:** มีการบันทึกค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19 ประมาณ 170 ล้านบาท ซึ่งรวมถึงค่าสินไหมที่แจ้งแล้วและประมาณการสำรองสำหรับความคุ้มครองในปี 2564 ที่ยังไม่มีการเรียกเก็บ นอกจากนี้ ค่าสินไหมทดแทนและค่าบำเหน็จของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่มก็เพิ่มขึ้นตามการเติบโตของเบี้ยประกันภัย
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับของผลิตภัณฑ์บางประเภทลดลง:** ผลิตภัณฑ์ประกันรายสามัญลดลง 16 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์ประกันสินเชื่อลดลง 74 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง โดยเฉพาะงานประกันชีวิตแบบดั้งเดิม (Conventional)
* **Combined Ratio ที่สูงขึ้น:** ในปี 2564 บริษัทมี Combined ratio อยู่ที่ 98.0% เพิ่มขึ้น 2.8 percentage point จากปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 Combined ratio จะอยู่ที่ 91.8% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าหากไม่รวมผลกระทบจาก COVID-19 Combined ratio จะต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่การบันทึกค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันในปี 2564 และการฟื้นตัวของเบี้ยประกันภัยในกลุ่มผลิตภัณฑ์รายสามัญและประกันสินเชื่อยังคงขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งยังมีความไม่แน่นอน การเติบโตของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่มเป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยได้ในระยะต่อไป แต่การบริหารจัดการความเสี่ยงและค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19 รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 19%** อยู่ที่ 98 ล้านบาท จาก 121 ล้านบาทในปี 2563
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมปี 2564 เพิ่มขึ้น 25%** แตะ 2,913 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่ม
* **กำไรจากการรับประกันภัยต่อลดลง 55%** เหลือ 47 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้นจากการเคลม COVID-19 และเบี้ยประกันรายสามัญ/สินเชื่อหดตัว
* **Combined Ratio ปี 2564 อยู่ที่ 98.0%** เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.8 percentage point แต่หากไม่รวมผลกระทบ COVID-19 จะอยู่ที่ 91.8% ต่ำกว่าเป้าหมาย
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 78%** อยู่ที่ 66 ล้านบาท จากภาวะตลาดที่ฟื้นตัว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 THREL มีกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท ลดลง 19% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้เบี้ยประกันภัยต่อรับรวม 2,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเติบโตของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่มที่เพิ่มขึ้น 678 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรจากการรับประกันภัยต่อลดลง 55% เหลือ 47 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 23% เป็น 2,678 ล้านบาท โดยมีค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19 ประมาณ 170 ล้านบาท และเบี้ยประกันภัยต่อรับของผลิตภัณฑ์ประกันรายสามัญและประกันสินเชื่อลดลง
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 13 ล้านบาท ลดลง 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการรับประกันภัยที่ลดลง 95% เหลือ 4 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 36% โดยมีค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19 ประมาณ 70 ล้านบาท แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะเพิ่มขึ้น 21%
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปใช้ช่องทางออนไลน์มากขึ้น
* **ความร่วมมือกับพันธมิตร:** การลงนามความร่วมมือกับ Pacific Life Re จากสหรัฐอเมริกา เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นใหม่ๆ จะช่วยยกระดับศักยภาพอุตสาหกรรมประกันชีวิตไทย
* **การขยายธุรกิจสู่ภูมิภาค:** บริษัทเดินหน้าขยายตลาดในกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมี TKI Life Insurance Company Limited ใน สปป.ลาว ที่เริ่มสร้างรายได้แล้ว และมีแผนขยายไปยังกัมพูชา อินโดนีเซีย ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ามีรายได้จากกลุ่มประเทศเหล่านี้ในปี 2565
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19:** การระบาดของโรคยังคงส่งผลกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจและพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งอาจส่งผลต่อเบี้ยประกันภัยและการเคลมสินไหมทดแทน
* **สภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย:** สภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงส่งผลกระทบต่อเบี้ยประกันภัยของผลิตภัณฑ์ประกันรายสามัญและประกันสินเชื่อ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมประกันชีวิตอาจส่งผลต่อการเติบโตของเบี้ยประกันภัยและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19:** การประเมินและตั้งสำรองค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงในอนาคต
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่ม:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ และการควบคุมอัตราส่วนค่าสินไหมทดแทน (Loss Ratio)
* **ความคืบหน้าในการขยายธุรกิจต่างประเทศ:** การบรรลุเป้าหมายรายได้จากกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2565 และการขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล:** ความสำเร็จในการพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการผ่านช่องทางดิจิทัลเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
สำหรับ THREL ในฐานะบริษัทประกันชีวิตต่อ (Reinsurer) การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการจะได้รับอิทธิพลหลักจากปริมาณและคุณภาพของเบี้ยประกันภัยที่รับเข้ามา รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงและค่าสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้น
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับรวม (Gross Reinsurance Premiums):** มีการเติบโตที่แข็งแกร่ง 25% ในปี 2564 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพและประกันกลุ่มที่เพิ่มขึ้นถึง 678 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นในตลาด อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันภัยต่อของผลิตภัณฑ์ประกันรายสามัญและประกันสินเชื่อกลับลดลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และอัตราดอกเบี้ยต่ำ
* **กำไรจากการรับประกันภัยต่อ (Underwriting Profit):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 55% เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะการบันทึกค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่ปกติ
* **Combined Ratio:** การเพิ่มขึ้นของ Combined Ratio เป็น 98.0% บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการรับประกันภัยที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าหากไม่รวมผลกระทบ COVID-19 Ratio จะต่ำกว่าเป้าหมาย แสดงให้เห็นว่าการดำเนินงานหลักยังคงมีประสิทธิภาพที่ดีภายใต้สภาวะปกติ
* **รายได้จากการลงทุน:** มีการฟื้นตัวที่ดีขึ้น 78% สะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดทุนที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถบันทึกกำไรจากการรับประกันภัยต่อได้ แม้จะลดลง ก็บ่งชี้ว่าบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอในการดำเนินธุรกิจและตั้งสำรองตามข้อกำหนด
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการปี 2564 ของ THREL คือการที่กำไรจากการรับประกันภัยต่อถูกกดดันจากการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนจาก COVID-19 และการหดตัวของเบี้ยประกันภัยบางประเภท แม้ว่าเบี้ยประกันสุขภาพและประกันกลุ่มจะเติบโตได้ดีและรายได้จากการลงทุนฟื้นตัว แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด โอกาสในการเติบโตยังคงอยู่ที่การขยายธุรกิจในต่างประเทศและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ขณะที่ความเสี่ยงหลักยังคงมาจากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19 และสภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งนักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทนและแนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THREL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
0.00
ล้านบาท
↓ 100% YoY
กำไรขั้นต้น
546.41
ล้านบาท
↓ 63.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
277,246.81
%
กำไรสุทธิ
-24.59
ล้านบาท
↓ 80.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,034.49
%
D/E Ratio
3.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -100%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
546
↓ -63.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-25
↓ -80.8%
YoY
D/E Ratio
3.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THREL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.74
ROE (%)
-14.08
ROA (%)
-3.76
Book Value/หุ้น
0.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THREL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THREL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.91
+96.16%
|
-35.64
-418.50%
|
11.19
-87.77%
|
91.50
-582.59%
|
-18.96
-121.46%
|
88.35
-40.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.39
-141.94%
|
-17.62
-317.53%
|
8.10
+3,581.82%
|
0.22
-99.30%
|
31.44
-1,542.20%
|
-2.18
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.25
-94.75%
|
42.89
+2.58%
|
41.81
-42.25%
|
72.40
-14.22%
|
84.40
-207.12%
|
-78.79
-53.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.26
+491.36%
|
-10.19
-110.36%
|
98.33
-53.32%
|
210.65
+117.48%
|
96.86
+1,219.62%
|
7.34
-134.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
37.21
+191.39%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|
33.80
-38.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|