บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
1.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้เกิดจากการรับประกันภัยต่อ ถือเป็นรายได้สุทธิจํานวน 693 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 หลักเกิดจากสัญญาใหม่ที่ได้ทําไว้ ในปี 2564 และจากการขยายตัวในกลุ่มประกันสุขภาพที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%YoY กําไรจากการรับ ประกันภัยต่อจํานวน 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 390 combined Ratio 1Q/65 อยู่ที่ 90.5% ลดลงจากปีก่อน 7.6 percentage point
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 1/2565 มีจํานวน 16 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจํานวน 2 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13 โดยหลักเป็นผลจากกองทุนรวมตราสารทุนที่จ่ายเงินปันผลลดลง จากภาวะตลาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4449 out_tok=2518 at=2026-07-26T09:07:57 -->
# THREL กำไร Q2/2565 โต 8% รับกำไรประกันภัยหนุน หลังคุมค่าสินไหมฯ ได้ดี
## รายได้ประกันภัยฟื้นตัวต่อเนื่อง หนุนกำไรสุทธิโตตามคาด ขณะที่รายได้ลงทุนชะลอตัวจากภาวะตลาด
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะลดลง แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมค่าสินไหมทดแทน ทำให้กำไรจากการรับประกันภัยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนสุทธิปรับลดลงเล็กน้อยตามภาวะตลาด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ THREL ในไตรมาส 2/2565 คือ **การเติบโตของกำไรจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น 56%** แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะลดลง 16% แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมให้ลดลง 3% ส่งผลให้ Combined Ratio ดีขึ้นจาก 96.2% เป็น 95.6% ปัจจัยนี้เป็น **ปัจจัยหลักจากการดำเนินงานปกติ (Recurring)** ที่สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยงและต้นทุน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของกำไรจากการรับประกันภัยมาจากสองส่วนหลัก คือ:
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 3%:** แม้เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิลดลง 2% แต่ค่าใช้จ่ายรวมลดลงมากกว่า โดยมีปัจจัยสำคัญคือ:
* **สารองสัญญาประกันภัยระยะยาวลดลง 89%:** เกิดจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อการตั้งสำรองประกันชีวิตระยะยาว
* **ผลประโยชน์จ่ายและค่าสินไหมทดแทนสุทธิลดลง 8%:** สาเหตุหลักมาจากการที่ปีก่อนมีค่าสินไหมทดแทนรายใหญ่ (Major Loss) จากสัญญาประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อถึง 40 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าว
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารความเสี่ยงของบริษัท
ในขณะที่ **รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 17%** เป็นผลจากกำไรจากการขายหลักทรัพย์ที่ลดลง เนื่องจากภาวะตลาดหลักทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศชะลอตัวลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าสินไหมทดแทน เนื่องจากปัจจัยที่ทำให้ค่าสินไหมทดแทนลดลงในไตรมาสนี้ (การไม่มี Major Loss) อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่การที่บริษัทสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้นั้น สะท้อนถึงกระบวนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อ Combined Ratio ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่ลดลง 2% ในไตรมาสนี้ และการที่สารองประกันภัยระยะยาวลดลงจากปัจจัยดอกเบี้ย อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวอย่างไร
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เท่ากับ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY** จาก 37 ล้านบาท
* **กำไรจากการรับประกันภัย Q2/2565 เพิ่มขึ้น 56% YoY** เป็น 25 ล้านบาท จาก 16 ล้านบาท
* **Combined Ratio ดีขึ้นเป็น 95.6%** จาก 96.2% ใน Q2/2564
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับรวม Q2/2565 ลดลง 16% YoY** เหลือ 813 ล้านบาท
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิ Q2/2565 ลดลง 17% YoY** เหลือ 22 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 40 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการรับประกันภัย 56% แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะลดลง 16% แต่ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมลดลง 3% ส่งผลให้ Combined Ratio ดีขึ้น นอกจากนี้ สารองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาวลดลงจากการปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และค่าสินไหมทดแทนรวมลดลงเนื่องจากปีก่อนมีค่าสินไหมทดแทนรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนสุทธิลดลง 17% เนื่องจากกำไรจากการขายหลักทรัพย์ลดลงตามภาวะตลาด
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% YoY โดยกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 212% จากการบันทึกเบี้ยประกันภัยต่อรับสูงกว่าในไตรมาส 1/2565 และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ส่งผลให้ Combined Ratio ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 93.0% ลดลง 3.7 percentage point จากปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมค่าสินไหมทดแทนและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรจากการรับประกันภัย
* **การปรับเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย:** ส่งผลดีต่อการตั้งสำรองประกันภัยระยะยาว ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิในระยะยาว:** แม้ไตรมาสนี้จะลดลง แต่การบริหารจัดการสัดส่วนงานประกันสุขภาพบางสัญญา อาจเป็นการปรับเพื่อเพิ่มคุณภาพของเบี้ยประกันในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดหลักทรัพย์ผันผวน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน โดยเฉพาะกำไรจากการขายหลักทรัพย์ ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมประกันภัยต่อ:** อาจส่งผลต่อการกำหนดราคาเบี้ยประกันภัยต่อ และความสามารถในการทำกำไร
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** แม้ปัจจุบันส่งผลดีต่อการตั้งสำรอง แต่การเปลี่ยนแปลงที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเบี้ยประกันภัยต่อรับ:** ติดตามการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิในไตรมาสถัดไป ว่าจะกลับมาเติบโตได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน:** ประเมินความสามารถในการควบคุมค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
* **ผลกระทบจากภาวะตลาดต่อรายได้ลงทุน:** ติดตามการฟื้นตัวของตลาดหลักทรัพย์ และผลกระทบต่อกำไรจากการขายหลักทรัพย์
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อการตั้งสำรองประกันภัยระยะยาว และการลงทุนในตราสารหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัยต่อ (Reinsurance) ของ THREL ในไตรมาส 2/2565 พบว่า:
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับรวม (Gross Reinsurance Premiums) ลดลง 16% YoY** เหลือ 813 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการปรับลดสัดส่วนงานประกันสุขภาพบางสัญญา
* **เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ (Net Reinsurance Premiums Earned) ลดลง 2% YoY** เหลือ 700 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่ารายได้หลักจากการรับประกันภัยต่อลดลงเล็กน้อย
* **สารองสัญญาประกันภัยระยะยาวเพิ่มขึ้น (ลดลง) จากงวดก่อน (Change in Reserve for Long-Term Insurance Contracts) ลดลง 89% YoY** จาก 15 ล้านบาท เป็น 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดค่าใช้จ่าย โดยมีสาเหตุหลักมาจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น
* **ผลประโยชน์จ่ายและค่าสินไหมทดแทนสุทธิ (Net Claims and Benefits Paid) ลดลง 8% YoY** เหลือ 461 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญคือการที่ปีก่อนมีค่าสินไหมทดแทนรายใหญ่ (Major Loss) 40 ล้านบาท
* **ค่าบำเหน็จสุทธิ (Net Commissions) เพิ่มขึ้น 22% YoY** เป็น 175 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของเบี้ยประกันที่เพิ่มขึ้นในบางส่วน
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม (Total Insurance Expenses) ลดลง 3% YoY** เหลือ 675 ล้านบาท
* **Combined Ratio อยู่ที่ 95.6%** ดีขึ้นจาก 96.2% ในปีก่อน
สำหรับครึ่งปีแรก 2565:
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับรวม เพิ่มขึ้น 2% YoY** เป็น 1,483 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ เพิ่มขึ้น 13% YoY** เป็น 1,393 ล้านบาท โดยมีสาเหตุจากการบันทึกเบี้ยประกันภัยต่อรับสูงกว่าในไตรมาส 1/2565
* **ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม เพิ่มขึ้น 8% YoY** เป็น 1,297 ล้านบาท โดยมีค่าสินไหมทดแทนรวมเพิ่มขึ้น 77 ล้านบาท และค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้น 24 ล้านบาท
* **Combined Ratio อยู่ที่ 93.0%** ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 96.7% ในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วนที่สรุปผลประกอบการ
## สรุปท้าย
THREL ในไตรมาส 2/2565 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโต 8% YoY ได้ จากการบริหารจัดการกำไรจากการรับประกันภัยที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการควบคุมค่าสินไหมทดแทนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการไม่มีรายการใหญ่เหมือนปีก่อน และการตั้งสำรองประกันภัยระยะยาวที่ลดลงจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการลงทุนที่ชะลอตัวตามภาวะตลาดเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องติดตาม แม้ว่าแนวโน้มการควบคุมค่าใช้จ่ายจะยังคงเป็นโอกาสในการสร้างกำไรอย่างต่อเนื่อง แต่ความผันผวนของตลาดและทิศทางเบี้ยประกันภัยต่อรับจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THREL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
0.00
ล้านบาท
↓ 100% YoY
กำไรขั้นต้น
546.41
ล้านบาท
↓ 63.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
277,246.81
%
กำไรสุทธิ
-24.59
ล้านบาท
↓ 80.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,034.49
%
D/E Ratio
3.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -100%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
546
↓ -63.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-25
↓ -80.8%
YoY
D/E Ratio
3.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THREL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.74
ROE (%)
-14.08
ROA (%)
-3.76
Book Value/หุ้น
0.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THREL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THREL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.91
+96.16%
|
-35.64
-418.50%
|
11.19
-87.77%
|
91.50
-582.59%
|
-18.96
-121.46%
|
88.35
-40.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.39
-141.94%
|
-17.62
-317.53%
|
8.10
+3,581.82%
|
0.22
-99.30%
|
31.44
-1,542.20%
|
-2.18
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.25
-94.75%
|
42.89
+2.58%
|
41.81
-42.25%
|
72.40
-14.22%
|
84.40
-207.12%
|
-78.79
-53.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.26
+491.36%
|
-10.19
-110.36%
|
98.33
-53.32%
|
210.65
+117.48%
|
96.86
+1,219.62%
|
7.34
-134.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
37.21
+191.39%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|
33.80
-38.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|