บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
1.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้เกิดจากการรับประกันภัยต่อ ถือเป็นรายได้สุทธิจํานวน 693 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 หลักเกิดจากสัญญาใหม่ที่ได้ทําไว้ ในปี 2564 และจากการขยายตัวในกลุ่มประกันสุขภาพที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%YoY กําไรจากการรับ ประกันภัยต่อจํานวน 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 390 combined Ratio 1Q/65 อยู่ที่ 90.5% ลดลงจากปีก่อน 7.6 percentage point
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 1/2565 มีจํานวน 16 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจํานวน 2 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13 โดยหลักเป็นผลจากกองทุนรวมตราสารทุนที่จ่ายเงินปันผลลดลง จากภาวะตลาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4286 out_tok=2073 at=2026-07-26T09:18:13 -->
# THREL พลิกขาดทุน Q1/2566 รับรายได้ประกันชีวิตโต แต่ค่าใช้จ่ายพุ่งกดดัน Combined Ratio
## ฝ่ายจัดการชี้ค่าใช้จ่ายรับประกันภัยเพิ่มขึ้นเป็นรายการชั่วคราว คาดสถานการณ์คลี่คลายในไตรมาสถัดไป
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท ลดลง 120% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 70 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะทรงตัว แต่เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากการเติบโตของงานประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อและโรคร้ายแรงทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นรายการชั่วคราว และคาดว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาสถัดไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THREL ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย** ซึ่งส่งผลให้ Combined Ratio ปรับตัวสูงขึ้นจาก 90.5% ในปีก่อน เป็น 108.2% ในไตรมาสนี้ แม้ว่าเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะทรงตัว แต่เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยมาจาก 3 ส่วนหลัก:
* **การสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว:** เพิ่มขึ้น 23 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของงานประกันชีวิตระยะยาว และการชะลอตัวของการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย (Discount rate) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **ค่าสินไหมทดแทนรวม:** เพิ่มขึ้น 78 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนของผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพ เนื่องจากการสะสมของการเข้ารักษาพยาบาลจากช่วง Non-COVID ที่กลับเข้าสู่ระบบการรักษาพยาบาลหลังสถานการณ์คลี่คลาย และอัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น (medical cost inflation)
* **ค่าบำเหน็จสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 45 ล้านบาท โดยหลักเกิดจาก Profit commission ที่สูงขึ้นตามเงื่อนไขผลกำไรการรับประกันงานประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อในปี 2565 ซึ่งมีการเรียกเก็บเข้ามาในต้นปี 2566
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ค่าใช้จ่ายจากการรับประกันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 1/2566 นั้น โดยหลักเป็นรายการชั่วคราว (one-time)** โดยเฉพาะค่าบำเหน็จที่เรียกเก็บตามรอบปี (Seasonal) และจำนวนการเข้ารักษาพยาบาลสะสมที่คาดว่าจะทยอยกลับสู่ภาวะปกติในช่วงไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของอัตราค่ารักษาพยาบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการทบทวนราคาค่าเบี้ยประกันสุขภาพสำหรับการต่ออายุสัญญาให้เหมาะสม เพื่อให้อัตราค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ย (Loss ratio) และอัตราค่าใช้จ่ายรวม (Combined ratio) กลับเข้าสู่เกณฑ์เป้าหมาย ดังนั้น **มีโอกาสที่สถานการณ์จะค่อยๆ ดีขึ้นในไตรมาสถัดไป แต่ต้องจับตาการทบทวนราคาเบี้ยประกันสุขภาพอย่างใกล้ชิด**
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 70 ล้านบาทใน Q1/2565 คิดเป็นการลดลง 120%
* **Combined Ratio พุ่ง 108.2%:** สูงขึ้นจาก 90.5% ในปีก่อน เป็นผลจากค่าใช้จ่ายรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น
* **เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมทรงตัว:** อยู่ที่ 668 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน
* **เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่ม 3%:** เป็น 712 ล้านบาท จากการเติบโตของงานประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อและโรคร้ายแรง
* **ค่าใช้จ่ายรับประกันภัยเพิ่ม 24%:** เป็น 739 ล้านบาท จากค่าสินไหมทดแทน, สำรองประกันภัย และค่าบำเหน็จที่สูงขึ้น
* **ฝ่ายจัดการมองค่าใช้จ่ายเป็นรายการชั่วคราว:** คาดการณ์ว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติในไตรมาสถัดไป
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 15 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 70 ล้านบาท คิดเป็นการลดลง 120% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย ซึ่งส่งผลให้ Combined Ratio เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การเติบโตของงานประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองสินเชื่อและโรคร้ายแรง:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิ
* **การทบทวนราคาเบี้ยประกันสุขภาพ:** หากสามารถปรับขึ้นเบี้ยประกันให้สอดคล้องกับค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น จะช่วยรักษาอัตรากำไรในระยะยาว
* **การกลับสู่ภาวะปกติของค่าใช้จ่าย:** หากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนและค่าบำเหน็จ กลับสู่ระดับปกติ จะช่วยลดแรงกดดันต่อผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **อัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น (Medical Cost Inflation):** เป็นปัจจัยกดดันอัตราค่าสินไหมทดแทนอย่างต่อเนื่อง
* **ความไม่แน่นอนของค่าใช้จ่ายรับประกันภัย:** แม้ฝ่ายจัดการจะมองว่าเป็นรายการชั่วคราว แต่หากสถานการณ์การเคลมประกันสุขภาพยังคงสูงกว่าคาด อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **การแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิต:** อาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับขึ้นเบี้ยประกันภัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **Combined Ratio ในไตรมาส 2/2566:** จะสามารถปรับลดลงมาอยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
* **ผลการทบทวนราคาเบี้ยประกันสุขภาพ:** จะสามารถปรับขึ้นได้มากน้อยเพียงใด และมีผลต่อการต่ออายุสัญญาอย่างไร
* **แนวโน้มค่าสินไหมทดแทนประกันสุขภาพ:** จะกลับสู่ระดับปกติ หรือยังคงอยู่ในระดับสูง
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าบำเหน็จ:** จะมีแนวโน้มลดลงตามฤดูกาลหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
สำหรับ THREL ในฐานะบริษัทประกันชีวิต การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาส 1/2566 สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันจากฝั่งค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้นจากการสะสมของการเข้ารักษาพยาบาลและการเพิ่มขึ้นของค่ารักษาพยาบาล (medical cost inflation) ซึ่งเป็นแนวโน้มที่พบได้ในอุตสาหกรรมประกันสุขภาพ
ในส่วนของรายได้จากการลงทุนสุทธิ แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายบัญชีเงินลงทุน แต่รายได้จากดอกเบี้ยรับยังคงเพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งเป็นผลดีต่อรายได้ในส่วนนี้
Combined Ratio ที่สูงกว่า 100% บ่งชี้ว่าบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยสูงกว่ารายได้ที่รับเข้ามาจากการรับประกันภัยโดยตรง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องให้ความสำคัญในการบริหารจัดการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท THREL ในไตรมาส 1/2566
## สรุปท้าย
THREL ในไตรมาส 1/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่าสินไหมทดแทนประกันสุขภาพและค่าบำเหน็จ ซึ่งส่งผลให้ Combined Ratio พุ่งสูงเกิน 100% และทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ให้ข้อมูลว่าค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นรายการชั่วคราว และคาดว่าสถานการณ์จะดีขึ้นในไตรมาสถัดไป โดยมีโอกาสต่อเนื่องหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและทบทวนราคาเบี้ยประกันสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากอัตราค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งนักลงทุนควรจับตาแนวโน้ม Combined Ratio และการปรับกลยุทธ์ด้านราคาของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THREL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
0.00
ล้านบาท
↓ 100% YoY
กำไรขั้นต้น
546.41
ล้านบาท
↓ 63.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
277,246.81
%
กำไรสุทธิ
-24.59
ล้านบาท
↓ 80.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,034.49
%
D/E Ratio
3.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -100%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
546
↓ -63.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-25
↓ -80.8%
YoY
D/E Ratio
3.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THREL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.74
ROE (%)
-14.08
ROA (%)
-3.76
Book Value/หุ้น
0.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THREL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THREL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.91
+96.16%
|
-35.64
-418.50%
|
11.19
-87.77%
|
91.50
-582.59%
|
-18.96
-121.46%
|
88.35
-40.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.39
-141.94%
|
-17.62
-317.53%
|
8.10
+3,581.82%
|
0.22
-99.30%
|
31.44
-1,542.20%
|
-2.18
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.25
-94.75%
|
42.89
+2.58%
|
41.81
-42.25%
|
72.40
-14.22%
|
84.40
-207.12%
|
-78.79
-53.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.26
+491.36%
|
-10.19
-110.36%
|
98.33
-53.32%
|
210.65
+117.48%
|
96.86
+1,219.62%
|
7.34
-134.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
37.21
+191.39%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|
33.80
-38.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|