บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
1.03
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กําไรที่เพิ่มขึ้นในรอบนี้เกิดจากการรับประกันภัยต่อ ถือเป็นรายได้สุทธิจํานวน 693 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32 หลักเกิดจากสัญญาใหม่ที่ได้ทําไว้ ในปี 2564 และจากการขยายตัวในกลุ่มประกันสุขภาพที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%YoY กําไรจากการรับ ประกันภัยต่อจํานวน 70 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 390 combined Ratio 1Q/65 อยู่ที่ 90.5% ลดลงจากปีก่อน 7.6 percentage point
รายได้จากการลงทุนสุทธิในไตรมาส 1/2565 มีจํานวน 16 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนจํานวน 2 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 13 โดยหลักเป็นผลจากกองทุนรวมตราสารทุนที่จ่ายเงินปันผลลดลง จากภาวะตลาด
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4537 out_tok=2333 at=2026-07-26T09:04:08 -->
# THREL กำไร Q3/2565 พุ่ง 46% รับแรงหนุนกำไรประกันภัย-รายได้ลงทุนฟื้น
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากงานต่างประเทศ-สำรองลด
บริษัท ไทยรีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ THREL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท เติบโต 46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการรับประกันภัยและรายได้จากการลงทุนที่ฟื้นตัว ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ THREL ในไตรมาส 3/2565 ให้เติบโต 46% หรือ 9 ล้านบาท มาจาก **การเพิ่มขึ้นของกำไรจากการรับประกันภัย 16%** และ **การฟื้นตัวของรายได้จากการลงทุนสุทธิ 88%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท เป็น 15 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 10 ล้านบาท เป็น 21 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กำไรจากการรับประกันภัยที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลจากการบริหารจัดการเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิที่ลดลง 2% เป็น 761 ล้านบาท แต่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมให้ลดลง 2% เป็น 746 ล้านบาทได้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญคือ การตั้งสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท จากสัญญาใหม่ในต่างประเทศ และการลดลงของสำรองความเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุด 11 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้ไม่มีการตั้งสำรองสำหรับสถานการณ์ COVID-19 เหมือนปีก่อน นอกจากนี้ ค่าสินไหมทดแทนรวมลดลง 38 ล้านบาท จากการไม่มีรายการ Major Loss ในสัญญาประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ และค่าบำเหน็จที่เพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพ
ส่วน **รายได้จากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากการที่ปีก่อนมีการบันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว ทำให้รายได้จากการลงทุนสุทธิฟื้นตัวขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของกำไรจากการรับประกันภัย เนื่องจากฝ่ายจัดการได้มีการปรับลดสัดส่วนงานประกันชีวิตกลุ่มและประกันสุขภาพบางสัญญา แต่มีงานต่างประเทศที่เริ่มบันทึกเข้ามาแล้ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการกระจายความเสี่ยงและโอกาสในการเติบโตในตลาดใหม่ นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด รวมถึงการเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพ ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนที่คาดว่าจะดำเนินต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เติบโต 46% YoY** อยู่ที่ 30 ล้านบาท จาก 21 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 16% YoY** อยู่ที่ 15 ล้านบาท จาก 13 ล้านบาท
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 88% YoY** อยู่ที่ 21 ล้านบาท จาก 11 ล้านบาท
* **Combined Ratio Q3/2565 อยู่ที่ 97.8%** ลดลงเล็กน้อยจาก 97.9% ในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 64% YoY** อยู่ที่ 141 ล้านบาท จาก 86 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จาก 21 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีรายได้จากการรับประกันภัยสุทธิ 761 ล้านบาท ลดลง 2% แต่สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมให้ลดลง 2% เป็น 746 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 16% เป็น 15 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 88% เป็น 21 ล้านบาท ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 49% เป็น 36 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จาก 86 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากการรับประกันภัย 154% เป็น 111 ล้านบาท แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะลดลง 1% แต่เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 7% เป็น 2,154 ล้านบาท และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมให้เพิ่มขึ้นเพียง 4% เป็น 2,043 ล้านบาท ส่งผลให้ Combined Ratio ของ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 94.6% ลดลงจาก 97.2% ในปีก่อน
## โอกาส
* การขยายธุรกิจในต่างประเทศที่เริ่มบันทึกรายได้เข้ามาในไตรมาสนี้ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยง
* การเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพที่ส่งผลให้ค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้น เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการดำเนินงานปกติ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* การปรับลดสัดส่วนงานประกันชีวิตกลุ่มและประกันสุขภาพบางสัญญา อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณเบี้ยประกันภัยต่อรับในระยะสั้น
* ความผันผวนของรายได้จากการลงทุนที่อาจได้รับผลกระทบจากสภาวะตลาดและการบันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุนในอนาคต
* การตั้งสำรองประกันภัยที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต หากมีสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ทิศทางการเติบโตของเบี้ยประกันภัยต่อรับสุทธิ โดยเฉพาะจากงานต่างประเทศ
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* แนวโน้มการตั้งสำรองประกันภัยในอนาคต โดยเฉพาะผลกระทบจากสัญญาใหม่
* การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ให้สม่ำเสมอ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในส่วนของธุรกิจประกันภัยต่อ (Reinsurance) THREL มีการบริหารจัดการเบี้ยประกันภัยต่อรับรวมที่ลดลง 7% ในไตรมาส 3/2565 เป็น 784 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิลดลง 2% เป็น 761 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับลดสัดส่วนงานประกันชีวิตกลุ่มและประกันสุขภาพบางสัญญา อย่างไรก็ตาม การมีงานต่างประเทศที่เริ่มบันทึกเข้ามา 27 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีในการขยายตลาด
ด้านค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมลดลง 2% เป็น 746 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญคือ การตั้งสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาวเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท จากสัญญาใหม่ในต่างประเทศ และการลดลงของสำรองความเสี่ยงภัยที่ยังไม่สิ้นสุด 11 ล้านบาท เนื่องจากปีนี้ไม่มีการตั้งสำรองสำหรับสถานการณ์ COVID-19 เหมือนปีก่อน ขณะที่ค่าสินไหมทดแทนรวมลดลง 38 ล้านบาท จากการไม่มีรายการ Major Loss ในสัญญาประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ และค่าบำเหน็จเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท ตามการเติบโตของเบี้ยประกันสุขภาพ
Combined Ratio ของไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 97.8% ลดลงเล็กน้อยจาก 97.9% ในปีก่อน ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่สามารถทำกำไรได้
ในส่วนของรายได้จากการลงทุนสุทธิ เพิ่มขึ้น 88% เป็น 21 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่ปีก่อนมีการบันทึกรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุนจำนวน 15 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว
สำหรับผลการดำเนินงานรอบ 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 141 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จาก 86 ล้านบาทในปีก่อน โดยกำไรจากการรับประกันภัยเพิ่มขึ้น 154% เป็น 111 ล้านบาท แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะลดลง 1% แต่เบี้ยประกันภัยต่อที่ถือเป็นรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น 7% เป็น 2,154 ล้านบาท และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยรวมให้เพิ่มขึ้นเพียง 4% เป็น 2,043 ล้านบาท ส่งผลให้ Combined Ratio ของ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 94.6% ลดลงจาก 97.2% ในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
THREL โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิ 30 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการกำไรจากการรับประกันภัยที่แข็งแกร่งขึ้นจากการมีงานต่างประเทศเข้ามาเสริม และการฟื้นตัวของรายได้จากการลงทุนที่ไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ลงทุนเหมือนปีก่อน แม้เบี้ยประกันภัยต่อรับรวมจะลดลงเล็กน้อย แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายและค่าสินไหมทดแทนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ Combined Ratio อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ฝ่ายจัดการมองว่าปัจจัยบวกเหล่านี้มีโอกาสต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจในต่างประเทศ ซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการสำรองประกันภัยและผลกระทบจากสภาวะตลาดการลงทุนอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THREL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
0.00
ล้านบาท
↓ 100% YoY
กำไรขั้นต้น
546.41
ล้านบาท
↓ 63.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
277,246.81
%
กำไรสุทธิ
-24.59
ล้านบาท
↓ 80.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1,034.49
%
D/E Ratio
3.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -100%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
546
↓ -63.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-25
↓ -80.8%
YoY
D/E Ratio
3.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THREL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.74
ROE (%)
-14.08
ROA (%)
-3.76
Book Value/หุ้น
0.81
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THREL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+7
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THREL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-69.91
+96.16%
|
-35.64
-418.50%
|
11.19
-87.77%
|
91.50
-582.59%
|
-18.96
-121.46%
|
88.35
-40.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
7.39
-141.94%
|
-17.62
-317.53%
|
8.10
+3,581.82%
|
0.22
-99.30%
|
31.44
-1,542.20%
|
-2.18
-11.74%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.25
-94.75%
|
42.89
+2.58%
|
41.81
-42.25%
|
72.40
-14.22%
|
84.40
-207.12%
|
-78.79
-53.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-60.26
+491.36%
|
-10.19
-110.36%
|
98.33
-53.32%
|
210.65
+117.48%
|
96.86
+1,219.62%
|
7.34
-134.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
37.21
+191.39%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|
33.80
-38.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
-100.00%
|
12.77
-84.37%
|
81.72
-47.54%
|
155.79
+278.77%
|
41.13
+21.69%
|