บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.79
0.01 (1.25%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3777 out_tok=2495 at=2026-07-26T08:23:19 -->
# THE พลิกขาดทุนยับ! กำไรทะลุพันล้านบาทใน Q4/2564 รับอานิสงส์เหล็กขาดแคลน-ราคาพุ่ง
## รายได้-กำไรโตแรง 95% รับดีมานด์เหล็กในประเทศสูง-ราคาขายเฉลี่ยพุ่งเกือบ 50% ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารจัดการต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเป็นปัจจัยหนุน
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE โชว์ผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1,131.01 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 130.57 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นถึง 95% แตะระดับ 14,518.97 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากปริมาณการขายเหล็กที่เพิ่มขึ้นและการปรับตัวขึ้นของราคาขายเฉลี่ยอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ THE พลิกจากขาดทุนสุทธิ 130.57 ล้านบาทในปี 2563 มามีกำไรสุทธิ 1,131.01 ล้านบาทในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและกำไรขั้นต้น** ซึ่งได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายนอกที่ทำให้ปริมาณเหล็กในประเทศขาดแคลนและราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การนำเข้าวัตถุดิบเหล็กจากต่างประเทศลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะขาดแคลนเหล็กในประเทศ ปัจจัยนี้ทำให้ปริมาณการขายเหล็กของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นประมาณ 30.24% และที่สำคัญคือราคาขายโดยเฉลี่ยทั้งปี 2564 ปรับตัวสูงขึ้นถึง 49.65% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเพิ่มขึ้นของราคาขายนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่พุ่งสูงขึ้นถึง 394.51% จาก 295.25 ล้านบาท เป็น 1,460.03 ล้านบาท นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่กลับมาเป็นบวก 354.36 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 89.30 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมผลประกอบการให้ดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าสถานการณ์ราคาวัตถุดิบและอุปทานที่ส่งผลดีต่อ THE ในปี 2564 จะเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยากและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่าปริมาณการขายเพิ่มขึ้นจากการขาดแคลนวัตถุดิบในประเทศ และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่าปัจจัยเหล่านี้มีผลกระทบอย่างมากต่อผลประกอบการในปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ การควบคุมการแพร่ระบาด และอุปสงค์-อุปทานในตลาดโลก ซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอนสูง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 1,131.01 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 1,261.58 ล้านบาท หรือ 966.21% จากขาดทุนสุทธิ 130.57 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้รวมพุ่ง 95%:** แตะ 14,518.97 ล้านบาท จาก 7,445.91 ล้านบาทในปี 2563
* **กำไรขั้นต้นโต 394.51%:** เพิ่มขึ้น 1,164.78 ล้านบาท เป็น 1,460.03 ล้านบาท
* **ปริมาณขายเหล็กเพิ่ม 30.24%:** จากปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศกระทบการนำเข้า
* **ราคาขายเฉลี่ยเพิ่ม 49.65%:** หนุนรายได้และกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมกลับมาเป็นบวก:** รับรู้ 354.36 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 89.30 ล้านบาทในปี 2563
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง:** จาก 1.67 เท่า เหลือ 1.22 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 กลุ่มบริษัทฯ มีรายได้รวม 14,518.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.0% จาก 7,445.91 ล้านบาทในปี 2563 การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากปริมาณการขายเหล็กที่เพิ่มขึ้นประมาณ 30.24% และราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นประมาณ 49.65% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 394.51% เป็น 1,460.03 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารจะเพิ่มขึ้น 200.12 ล้านบาท และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 44.73 ล้านบาท แต่การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่กลับมาเป็นบวก 354.36 ล้านบาท ช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 1,131.01 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 130.57 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **อุปสงค์เหล็กในประเทศที่ยังคงสูง:** หากปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศยังคงอยู่ อาจส่งผลดีต่อผู้ผลิตเหล็กในประเทศอย่าง THE
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ฝ่ายจัดการมีแนวโน้มที่จะบริหารจัดการต้นทุนและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมให้เป็นบวกอย่างต่อเนื่อง
* **การเพิ่มขึ้นของมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การที่บริษัทร่วมมีกำไรเพิ่มขึ้น อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรหากค่าเงินผันผวนรุนแรง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** ความไม่แน่นอนของราคาวัตถุดิบเหล็กและค่าขนส่งระหว่างประเทศ อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะมีภาวะขาดแคลนในปัจจุบัน แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมเหล็กยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กในประเทศและต่างประเทศ:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับตัวลดลง
* **สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ:** จะคลี่คลายหรือยังคงเป็นอุปสรรคต่อการนำเข้าวัตถุดิบ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** จะยังคงมีส่วนช่วยสนับสนุนผลกำไรของ THE ได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** จะส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนหรือกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเหล็กเพิ่มขึ้นประมาณ 30.24% บ่งชี้ว่าโรงงานมีการผลิตที่เพิ่มขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุถึง Order Book โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจสะท้อนถึงคำสั่งซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงผลกระทบจากการนำเข้าวัตถุดิบเหล็กจากต่างประเทศที่ลดลง ซึ่งส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยทั้งปี 2564 เพิ่มขึ้นประมาณ 49.65%
* **GPM:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 394.51% สะท้อนถึง GPM ที่ดีขึ้นอย่างมาก จาก 295.25 ล้านบาท เป็น 1,460.03 ล้านบาท
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงการส่งออกโดยตรง แต่เน้นผลกระทบจากการนำเข้าวัตถุดิบที่ลดลง
* **ค่าเงิน:** บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 44.73 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าปลายงวดเพิ่มขึ้นประมาณ 820 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 5,607.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,288.18 ล้านบาท จาก 4,319.16 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าปลายงวดประมาณ 820 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 80 ล้านบาท รวมถึงมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 354 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 377.84 ล้านบาท เป็น 3,079.67 ล้านบาท จาก 2,701.83 ล้านบาท เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น ทำให้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 270 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.67 เท่า เป็น 1.22 เท่า เนื่องจากบริษัทฯ มีกำไรเพิ่มขึ้นมาก
## สรุปท้าย
THE พลิกเกมได้อย่างยอดเยี่ยมในปี 2564 ด้วยการกลับมามีกำไรสุทธิกว่าพันล้านบาท จากปัจจัยบวกด้านอุปทานเหล็กในประเทศที่ขาดแคลนและราคาขายเฉลี่ยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินและต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น แต่การบริหารจัดการที่ดีและการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่กลับมาเป็นบวก เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคาเหล็กและสถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสและความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,304.86
ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11
ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55
%
กำไรสุทธิ
-47.84
ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-297.03
-156.43%
|
526.41
-169.32%
|
-759.40
-153.16%
|
1,428.65
-6.05%
|
1,520.57
+52.08%
|
999.84
+407.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
116.46
+3,756.29%
|
3.02
-100.81%
|
-374.65
+394.13%
|
-75.82
+1,159.47%
|
-6.02
-69.41%
|
-19.68
+5.41%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
356.79
-166.15%
|
-539.38
-134.07%
|
1,582.97
-223.71%
|
-1,279.56
-24.22%
|
-1,688.53
+84.05%
|
-917.45
+681.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
176.19
-2,132.18%
|
-8.67
-101.93%
|
448.92
+347.40%
|
100.34
-157.66%
|
-174.01
-377.48%
|
62.71
+2.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
199.38
+45.88%
|
136.67
+80.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
89.15
-37.88%
|
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
0.00
|