THE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THE
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.86
0.03 (3.37%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3861 out_tok=3015 at=2026-07-26T09:03:13 --> # THE พลิกขาดทุนหนัก Q3/2565 รับผลกระทบเศรษฐกิจถดถอย-สงครามฉุดยอดขาย ## รายได้-กำไร ดิ่งแรง YoY เหตุปริมาณขายวูบ 40% ขณะต้นทุนพุ่ง-ตั้งหนี้สูญกดดัน บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 204.24 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 151.82 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 44.62% ขณะที่ค่าใช้จ่ายต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น และมีการตั้งสำรองหนี้สูญ ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THE ในไตรมาส 3/2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **การหดตัวอย่างรุนแรงของปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงถึง 40.46%** ประกอบกับการ **ปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ย 11.73%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่ลดลงถึง 44.62% หรือ 1,693.76 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบจากการ **ตั้งหนี้สูญ 64.61 ล้านบาท** และ **การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม 12.77 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการที่กระทบต่อกำไรสุทธิโดยตรง ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมากเกิดจาก **ภาวะเศรษฐกิจโดยภาพรวมของอุตสาหกรรมเหล็กที่ถดถอย** ผู้บริโภคและผู้ค้าส่งเหล็กชะลอการสั่งซื้อและบริโภค เนื่องจากยังมีความไม่มั่นใจจากผลกระทบของโรคระบาดใหม่ (COVID-19) และ **ภาวะสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ** ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรม ทำให้อำนาจการซื้อของผู้บริโภคลดลง การที่ราคาขายเฉลี่ยลดลงก็สอดคล้องกับภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอลง ส่วนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้น แม้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารบางส่วนจะลดลงตามยอดขาย แต่มีการ **ตัดจ่ายหนี้สูญจากเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าที่เรียกเก็บไม่ได้** จำนวน 64.61 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่กระทบกำไรโดยตรง ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการที่อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีแนวโน้มสูงขึ้น และมีการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม 12.77 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไรจากส่วนนี้ 73.14 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 293.18 ล้านบาท ใน Q3/2564 เหลือเพียง 56.35 ล้านบาท ใน Q3/2565 ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **ยังไม่ชัดเจนว่าปัจจัยลบเหล่านี้จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุถึงความไม่มั่นใจจากปัจจัยภายนอกที่ยังยืดเยื้อ (โรคระบาด, สงคราม) ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณการขายลดลงมากถึง 40% บ่งชี้ถึงความเปราะบางของอุปสงค์ในปัจจุบัน การตั้งหนี้สูญก็อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกค้าในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ **จึงมีลักษณะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด** โดยมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันในระยะสั้น หากปัจจัยภายนอกยังไม่คลี่คลาย ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 204.24 ล้านบาท** ใน Q3/2565 พลิกจากกำไร 151.82 ล้านบาทใน Q3/2564 * **รายได้จากการขายลดลง 44.62%** เหลือ 2,102.41 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายวูบ 40.46% และราคาขายเฉลี่ยลดลง 11.73% * **กำไรขั้นต้นหดตัว 80.8%** เหลือ 56.35 ล้านบาท จาก 293.18 ล้านบาท * **ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการตั้งหนี้สูญ 64.61 ล้านบาท** และต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 398.76 ล้านบาท** เป็น 6,006.10 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากลูกหนี้การค้าและเงินจ่ายล่วงหน้า * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 652.87 ล้านบาท** เป็น 3,732.54 ล้านบาท จากการใช้สินเชื่อระยะสั้นสูงขึ้น ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มเป็น 1.64 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE มีรายได้จากการขายรวม 2,102.41 ล้านบาท ลดลง 1,693.76 ล้านบาท หรือ 44.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 3,796.17 ล้านบาท การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงถึง 40.46% และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง 11.73% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 293.18 ล้านบาท ใน Q3/2564 เหลือเพียง 56.35 ล้านบาทใน Q3/2565 เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการตั้งหนี้สูญ 64.61 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น และการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม 12.77 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 73.14 ล้านบาทในปีก่อน) ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 204.24 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565 เทียบกับกำไรสุทธิ 151.82 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2564 คิดเป็นการลดลง 356.06 ล้านบาท หรือ 234.52% ## โอกาส เอกสารไม่ได้ระบุถึงโอกาสในการเติบโต หรือปัจจัยบวกที่ชัดเจนสำหรับไตรมาส 3/2565 โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ ยังคงมีรายได้จากการขายจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงการดำเนินธุรกิจที่ยังคงมีอยู่ แม้จะเผชิญกับภาวะตลาดที่ท้าทาย ## ความเสี่ยง ความเสี่ยงหลักที่ฝ่ายจัดการระบุและส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ ได้แก่: * **ภาวะเศรษฐกิจโดยภาพรวมของอุตสาหกรรมเหล็กถดถอย:** ส่งผลให้ผู้บริโภคและผู้ค้าส่งชะลอการสั่งซื้อ * **ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก:** ผลกระทบจากโรคระบาดใหม่ และสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังยืดเยื้อ ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค * **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** การตั้งหนี้สูญจากเงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้าที่เรียกเก็บไม่ได้ สะท้อนความเสี่ยงในการเรียกเก็บเงินจากคู่ค้า * **อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น:** ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีการตั้งประมาณการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มปริมาณการขายเหล็กในไตรมาสถัดไป จะฟื้นตัวหรือยังคงหดตัว * ทิศทางราคาขายเฉลี่ยของเหล็ก จะปรับตัวขึ้นหรือลงตามภาวะตลาด * การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ท่ามกลางอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น * สถานการณ์หนี้เสีย และความสามารถในการเรียกเก็บหนี้จากลูกค้า * ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก (โรคระบาด, สงคราม) ต่ออุปสงค์ในประเทศ * การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบต่อการรับรู้กำไร/ขาดทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 3/2565 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในภาคอุตสาหกรรมเหล็ก โดย **Utilization Rate** (อัตราการใช้กำลังการผลิต) ไม่ได้ถูกระบุโดยตรงในเอกสาร แต่ปริมาณการขายที่ลดลงถึง 40.46% บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ **Order Book** (คำสั่งซื้อในมือ) ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายลดลงมาก สะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอในปัจจุบัน **ราคาวัตถุดิบ** (ซึ่งในที่นี้คือเหล็กสำเร็จรูปที่ขาย) มีการปรับลดลงเฉลี่ย 11.73% ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อรายได้ **Gross Profit Margin (GPM)** หดตัวลงอย่างรุนแรง จาก 7.73% ใน Q3/2564 (คำนวณจาก 293.18/3796.17) มาอยู่ที่ 2.68% ใน Q3/2565 (คำนวณจาก 56.35/2102.41) ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาขายและ/หรือต้นทุนที่อาจสูงขึ้นเมื่อเทียบกับราคาขาย **การส่งออก** ไม่ได้ถูกกล่าวถึงเป็นปัจจัยหลักในเอกสาร **ค่าเงินบาท** มีการอ่อนค่าลง ซึ่งตามหลักควรจะช่วยลดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน หรืออาจสร้างกำไรได้ แต่ในไตรมาสนี้มีการตั้งประมาณการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 42.37 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน 44.80 ล้านบาท แสดงว่าผลกระทบจากค่าเงินยังคงมีอยู่ แต่ลดน้อยลง **สินค้าคงคลัง** ไม่ได้ถูกกล่าวถึงโดยตรง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 6,006.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 398.76 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 (5,607.34 ล้านบาท) การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นประมาณ 180 ล้านบาท, เงินจ่ายล่วงหน้าค่าสินค้า 60 ล้านบาท และลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ 87 ล้านบาท หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 652.87 ล้านบาท จาก 3,079.67 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 3,732.54 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการสั่งซื้อสินค้าสูงในไตรมาสก่อน ทำให้มีการใช้สินเชื่อระยะสั้นเพิ่มขึ้นประมาณ 780 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มจาก 1.22 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1.64 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2565 กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน และการจัดหาเงิน ไม่ได้ถูกระบุรายละเอียดในเอกสารนี้ ## สรุปท้าย ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 ของ THE สะท้อนถึงความท้าทายอย่างรุนแรงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยและปัจจัยภายนอกที่กดดันกำลังซื้อ ทำให้ปริมาณการขายเหล็กลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการตั้งหนี้สูญและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 204.24 ล้านบาท แม้สินทรัพย์รวมจะเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้ แต่หนี้สินรวมก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้น การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของปัจจัยภายนอก และความสามารถในการปรับตัวรับมือกับอุปสงค์ที่อ่อนแอของตลาดเหล็ก
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,304.86 ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11 ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55 %
กำไรสุทธิ
-47.84 ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67 %
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9% YoY
D/E Ratio
0.80

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,304.86
-33.92%
1,974.61
+34.47%
1,468.46
-24.40%
1,942.44
-42.00%
3,349.07
-55.11%
7,460.26
-5.29%
กำไรขั้นต้น —
-7.11
-125.36%
28.05
+424.37%
-8.65
+79.87%
-42.94
-115.90%
270.13
+123.29%
120.98
+12.20%
ค่าใช้จ่ายรวม —
40.51
+1.60%
39.87
+194.50%
13.54
-86.29%
98.74
-1.25%
100.00
+1,120.65%
8.19
-92.79%
กำไรสุทธิ —
-47.84
-48.90%
-32.13
+5.77%
-34.09
+29.49%
-48.35
-117.93%
269.67
+879.22%
27.54
+73.18%
กำไรต่อหุ้น —
-0.04
-48.28%
-0.03
+6.45%
-0.03
+29.55%
-0.04
-117.96%
0.25
+880.00%
0.03
+78.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-0.55
-138.73%
1.42
+340.68%
-0.59
+73.30%
-2.21
-127.39%
8.07
+398.15%
1.62
+18.25%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
3.10
+53.47%
2.02
+119.57%
0.92
-81.89%
5.08
+69.90%
2.99
+2,618.18%
0.11
-92.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-3.67
-125.15%
-1.63
+29.74%
-2.32
+6.83%
-2.49
-130.93%
8.05
+2,075.68%
0.37
+85.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-4.63
-128.27%
16.38
+393.37%
3.32
-85.30%
22.59
+138.01%
-59.43
-219.52%
-18.60
-130.03%
ROE(%) —
-3.60
+12.62%
-4.12
+12.53%
-4.71
+41.20%
-8.01
-114.64%
54.72
+811.57%
-7.69
-85.30%
ROA(%) —
-0.09
-116.36%
0.55
+261.76%
-0.34
+85.65%
-2.37
-108.53%
27.78
+11,675.00%
-0.24
-196.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.80
-34.43%
1.22
+3.39%
1.18
-12.59%
1.35
+10.66%
1.22
-26.95%
1.67
+24.63%
P/E —
10.40
10.40
10.40
-19.94%
12.99
+351.04%
2.88
0.00
-100.00%
P/BV —
0.44
+2.33%
0.43
-32.81%
0.64
-12.33%
0.73
-35.96%
1.14
+11.76%
1.02
-19.69%
BV —
1.74
-2.79%
1.79
-3.76%
1.86
-9.71%
2.06
+0.98%
2.04
+41.67%
1.44
-11.11%
YIELD(%) —
0.00
0.00
-100.00%
16.81
+26.87%
13.25
+927.13%
1.29
-36.76%
2.04
-16.05%
ราคาหุ้น —
0.77
+1.32%
0.76
-36.13%
1.19
-21.19%
1.51
-34.91%
2.32
+57.82%
1.47
-28.64%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.83

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,616.06
-34.80%
2,478.69
+4.02%
2,382.98
-27.90%
3,348.47
-11.85%
3,798.76
+42.02%
2,676.77
-23.10%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,744.45
-3.66%
1,810.80
-9.78%
2,006.99
+4.74%
1,872.73
+3.55%
1,808.58
+9.99%
1,648.70
-10.59%
รวมสินทรัพย์ —
3,360.51
-21.66%
4,289.49
-2.29%
4,389.97
-15.92%
5,221.20
-6.89%
5,607.34
+29.82%
4,325.47
-18.76%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,476.95
-36.62%
2,330.31
-0.04%
2,331.18
-20.72%
2,940.27
-3.34%
3,041.80
+13.89%
2,670.76
-23.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
16.90
-35.61%
26.24
-39.60%
43.45
-23.75%
56.99
+50.49%
37.87
+21.90%
37.38
-14.76%
รวมหนี้สิน —
1,493.84
-36.61%
2,356.56
-0.76%
2,374.63
-20.77%
2,997.26
-2.68%
3,079.67
+13.98%
2,708.14
-23.36%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,866.66
-3.43%
1,932.94
-4.09%
2,015.34
-9.38%
2,223.94
-12.02%
2,527.67
+56.29%
1,617.33
-9.69%
D/E —
0.80
1.22
1.18
1.35
1.22
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-3.60
-4.12
-4.71
-8.01
54.72
-7.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-0.09
0.55
-0.34
-2.37
27.78
-0.24
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.09
1.06
1.02
1.14
1.25
1.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.52
0.50
0.47
0.52
0.54
0.64
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
46.58
44.29
0.00
0.00
38.39
86.08
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
51.98
54.50
0.00
0.00
38.80
58.46
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
16.84
12.75
0.00
0.00
7.82
15.87
วงจรเงินสด —
81.72
86.05
0.00
0.00
69.37
128.66
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-297.03
-156.43%
526.41
-169.32%
-759.40
-153.16%
1,428.65
-6.05%
1,520.57
+52.08%
999.84
+407.22%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
116.46
+3,756.29%
3.02
-100.81%
-374.65
+394.13%
-75.82
+1,159.47%
-6.02
-69.41%
-19.68
+5.41%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
356.79
-166.15%
-539.38
-134.07%
1,582.97
-223.71%
-1,279.56
-24.22%
-1,688.53
+84.05%
-917.45
+681.27%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
176.19
-2,132.18%
-8.67
-101.93%
448.92
+347.40%
100.34
-157.66%
-174.01
-377.48%
62.71
+2.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
199.38
+45.88%
136.67
+80.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
89.15
-37.88%
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
0.00