บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.79
0.01 (1.25%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3755 out_tok=2842 at=2026-07-26T08:39:22 -->
# THE กำไรสุทธิ Q1/65 ดิ่ง 40% แม้รายได้โต เหตุ GPM หดหนักจากต้นทุนพุ่ง
## รายได้จากการขาย THE ไตรมาส 1/65 เพิ่ม 13.87% แต่กำไรสุทธิลดลง 40.45% หลังต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูงกระทบกำไรขั้นต้น
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายเติบโต 13.87% มาอยู่ที่ 3,647.05 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 40.45% มาอยู่ที่ 208.09 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ THE ในไตรมาส 1/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของกำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตขึ้นถึง 13.87% ก็ตาม โดยกำไรขั้นต้นลดลงจาก 408.76 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564 มาอยู่ที่ 226.22 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 คิดเป็นการลดลงถึง 44.66% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลง 40.45%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ GPM หดตัว มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้นอย่างมาก** ประกอบกับการ **ลดลงของปริมาณการขาย** แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้นก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าปริมาณการขายเหล็กลดลงประมาณ 15.95% เนื่องจากวัตถุดิบเหล็กจากต่างประเทศนำเข้าได้ยากขึ้น จากผลกระทบของการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเหล็กในประเทศ แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยทั้งไตรมาสจะเพิ่มขึ้นถึง 33.01% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12.0 ล้านบาท เนื่องจากการปรับผลตอบแทนพนักงานประจำปี และค่าขนส่งออกที่เพิ่มตามยอดขาย ส่วนต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.63 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น ขณะเดียวกัน การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 112.59 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 22.60 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิเพิ่มเติม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้แนวโน้มที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและปริมาณการขายในอนาคต แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับเพิ่มขึ้น แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบโลกและปัญหาด้านการขนส่งยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การขาดแคลนวัตถุดิบในประเทศอาจส่งผลต่อปริมาณการขายในระยะสั้นถึงกลาง หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 40.45% YoY:** จาก 349.41 ล้านบาทใน Q1/64 เป็น 208.09 ล้านบาทใน Q1/65
* **รายได้จากการขายเติบโต 13.87% YoY:** มาอยู่ที่ 3,647.05 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวรุนแรง:** ลดลง 44.66% จาก 408.76 ล้านบาท เป็น 226.22 ล้านบาท
* **ปริมาณการขายเหล็กลดลง 15.95%:** เนื่องจากปัญหาการขนส่งและขาดแคลนวัตถุดิบ
* **ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 33.01%:** แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้
* **กำไรจากบริษัทร่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 112.59 ล้านบาท เหลือ 22.60 ล้านบาท
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น:** จาก 3,079.67 ล้านบาท เป็น 3,299.59 ล้านบาท เพื่อรองรับการสั่งซื้อสินค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 THE มีรายได้จากการขายรวม 3,647.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 3,202.78 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยถึง 33.01% แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงถึง 15.95% เนื่องจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบและการขนส่ง
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 408.76 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564 เหลือ 226.22 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 คิดเป็นการลดลง 44.66% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 40.45% จาก 349.41 ล้านบาทในปีก่อน มาอยู่ที่ 208.09 ล้านบาทในไตรมาสนี้
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 12.0 ล้านบาท จากการปรับผลตอบแทนพนักงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 4.63 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงอย่างมากจาก 112.59 ล้านบาท เหลือ 22.60 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับขึ้นราคาขาย:** แม้จะเผชิญต้นทุนสูง แต่การสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้ถึง 33.01% แสดงถึงอำนาจต่อรองในระดับหนึ่ง และอาจเป็นโอกาสในการรักษา GPM หากต้นทุนสามารถบริหารจัดการได้ดีขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า:** การเพิ่มขึ้นของสินค้าปลายงวดประมาณ 100 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มประมาณ 322 ล้านบาท สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต และยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามราคา
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดัน GPM และกำไร
* **ปัญหาการขนส่งและขาดแคลนวัตถุดิบ:** สถานการณ์สงครามและผลกระทบจากโควิด-19 ยังคงส่งผลต่อการนำเข้าวัตถุดิบและปริมาณการขาย
* **การลดลงของกำไรจากบริษัทร่วม:** การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเป็นปัจจัยลบต่อผลประกอบการโดยรวม
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเหล็ก:** ทิศทางราคาวัตถุดิบในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM
* **สถานการณ์การขนส่งและ Supply Chain:** ความสามารถในการนำเข้าวัตถุดิบและส่งมอบสินค้าจะส่งผลต่อปริมาณการขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายอื่นๆ
* **การปรับราคาขาย:** ความยืดหยุ่นในการปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เปลี่ยนแปลงไป
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การฟื้นตัวหรือการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการบริษัทร่วม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายลดลง 15.95% อาจบ่งชี้ถึง Utilization Rate ที่ลดลง หรือการบริหารจัดการกำลังการผลิตที่ต้องปรับตามสถานการณ์วัตถุดิบ
**Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินค้าปลายงวดและลูกหนี้การค้า อาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งซื้อในอนาคต
**ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยลบหลักที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อ GPM ในไตรมาสนี้
**GPM:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.76% ใน Q1/64 เป็น 6.20% ใน Q1/65
**การส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ แต่การเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งออกตามยอดขายอาจบ่งชี้ถึงการดำเนินธุรกิจที่ยังคงมีการส่งออก
**ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
**สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้นประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต หรือการผลิตสินค้าที่ยังไม่สามารถระบายออกได้ทันตามราคาขายที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 6,035.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 428.02 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าปลายงวดประมาณ 100 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 322 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น และมูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นประมาณ 32 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 219.92 ล้านบาท จาก 3,079.67 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 3,299.59 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการสั่งซื้อสินค้าระหว่างไตรมาส ทำให้มีการใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงเล็กน้อยจาก 1.22 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1.21 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 แม้ว่าหนี้สินจะเพิ่มขึ้น แต่การมีกำไรในไตรมาสนี้ช่วยรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงเดิม
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงิน ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
## สรุปท้าย
THE ในไตรมาส 1/2565 เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะสามารถผลักภาระต้นทุนไปสู่ราคาขายได้บางส่วนและรักษารายได้จากการขายให้เติบโตได้ แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดลงของกำไรจากบริษัทร่วม ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมาก ปัจจัยเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบและปัญหา Supply Chain ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การตั้งราคาขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,304.86
ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11
ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55
%
กำไรสุทธิ
-47.84
ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-297.03
-156.43%
|
526.41
-169.32%
|
-759.40
-153.16%
|
1,428.65
-6.05%
|
1,520.57
+52.08%
|
999.84
+407.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
116.46
+3,756.29%
|
3.02
-100.81%
|
-374.65
+394.13%
|
-75.82
+1,159.47%
|
-6.02
-69.41%
|
-19.68
+5.41%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
356.79
-166.15%
|
-539.38
-134.07%
|
1,582.97
-223.71%
|
-1,279.56
-24.22%
|
-1,688.53
+84.05%
|
-917.45
+681.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
176.19
-2,132.18%
|
-8.67
-101.93%
|
448.92
+347.40%
|
100.34
-157.66%
|
-174.01
-377.48%
|
62.71
+2.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
199.38
+45.88%
|
136.67
+80.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
89.15
-37.88%
|
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
0.00
|