THE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THE
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.79
0.01 (1.25%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3817 out_tok=2837 at=2026-07-26T08:48:30 --> # THE พลิกกำไร Q3/2564 พุ่ง 1,032% รับปริมาณ-ราคาเหล็กพุ่งแรง ## รายได้-กำไรโตสนั่นรับดีมานด์เหล็กในประเทศขาดแคลน ขณะที่ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยค่าเงินกดดัน บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE พลิกผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิ 151.83 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 จากที่เคยขาดทุน 16.29 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเติบโตถึง 1,032% โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้นกว่า 103% สวนทางกับสถานการณ์การขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ปริมาณเหล็กในประเทศขาดแคลนและดันราคาขายเฉลี่ยให้สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ THE พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 151.83 ล้านบาทในไตรมาส 3/2564 จากที่ขาดทุน 16.29 ล้านบาทในปีก่อน คือการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ **รายได้จากการขายที่เติบโต 102.97%** ซึ่งเป็นผลมาจาก **ปริมาณการขายเหล็กที่เพิ่มขึ้น 26.56%** ประกอบกับ **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นถึง 62.62%** ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สถานการณ์การขนส่งวัตถุดิบเหล็กจากต่างประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ปริมาณเหล็กที่จะนำเข้าประเทศลดลง ส่งผลให้เกิดภาวะ **"เหล็กในประเทศขาดแคลน"** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ปริมาณการขายของ THE เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ความต้องการที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับอุปทานที่จำกัด ยังผลักดันให้ **ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก** ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย และทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 135.26 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 305.63 ล้านบาทใน Q3/2564 อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยกดดันบางประการที่ฝ่ายจัดการระบุ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการปรับผลตอบแทนพนักงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้นตามยอดขาย รวมถึง **การตั้งประมาณการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 87.18 ล้านบาท** ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อน เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน การรับรู้ **กำไรจากบริษัทร่วม 73.14 ล้านบาท** ในไตรมาสนี้ เทียบกับการขาดทุน 64.47 ล้านบาทในปีก่อน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวมให้ดีขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าสถานการณ์เหล็กขาดแคลนจะส่งผลดีต่อราคาและปริมาณขายในไตรมาสนี้ แต่ปัจจัยดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะเป็นผลกระทบจากสถานการณ์เฉพาะหน้าของการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งอาจคลี่คลายได้ในอนาคต ส่วนปัจจัยด้านราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นนั้น แม้จะได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง แต่ก็มีความผันผวนตามราคาวัตถุดิบในตลาดโลก ในทางกลับกัน ปัจจัยกดดันจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงนั้น อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากแนวโน้มค่าเงินยังคงเป็นเช่นนี้ ดังนั้น ทิศทางผลประกอบการในระยะถัดไปจะขึ้นอยู่กับการคลี่คลายของสถานการณ์การขนส่งทั่วโลก การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบเหล็ก และทิศทางค่าเงินบาท ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ 151.83 ล้านบาท:** เติบโต 1,032% จากขาดทุน 16.29 ล้านบาทใน Q3/2563 * **รายได้จากการขายพุ่ง 103%:** แตะ 3,796.17 ล้านบาท จาก 1,870.31 ล้านบาทในปีก่อน * **ปริมาณขายเหล็กเพิ่ม 26.56%:** ได้รับอานิสงส์จากเหล็กในประเทศขาดแคลน * **ราคาขายเฉลี่ยสูงขึ้น 62.62%:** สะท้อนภาวะอุปสงค์-อุปทานที่ตึงตัว * **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 126%:** เป็น 305.63 ล้านบาท จาก 135.26 ล้านบาท * **ตั้งสำรองขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 87.18 ล้านบาท:** จากค่าเงินบาทอ่อนค่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE มีรายได้จากการขายรวม 3,796.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 102.97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,870.31 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากปริมาณการขายเหล็กที่เพิ่มขึ้น 26.56% และราคาขายเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นถึง 62.62% ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์การขนส่งวัตถุดิบที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้เหล็กในประเทศขาดแคลน กำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 126% มาอยู่ที่ 305.63 ล้านบาท จาก 135.26 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 46.89 ล้านบาท เป็น 107.32 ล้านบาท เนื่องจากการปรับผลตอบแทนพนักงานประจำปี และค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามยอดขาย นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 13.64 ล้านบาท เป็น 14.99 ล้านบาท ประเด็นสำคัญที่กดดันผลประกอบการคือ การตั้งประมาณการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงถึง 87.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 75.96 ล้านบาท เนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างมาก ในทางกลับกัน บริษัทมีการรับรู้กำไรจากบริษัทร่วม 73.14 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ เทียบกับขาดทุน 64.47 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้บางส่วน ภายหลังหักค่าใช้จ่ายและภาษีเงินได้ บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 151.83 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2564 จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 16.29 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 1,032.04% ## โอกาส * **อุปสงค์เหล็กในประเทศที่ยังคงแข็งแกร่ง:** หากสถานการณ์การขนส่งยังคงมีข้อจำกัด จะส่งผลดีต่อปริมาณการขายและราคาขายของ THE * **การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วม:** หากบริษัทร่วมยังคงมีผลประกอบการที่ดี จะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิของ THE * **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้ดี จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรให้สูงขึ้น ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กในตลาดโลกมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไรขั้นต้น * **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ * **การคลี่คลายของสถานการณ์การขนส่ง:** หากการขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ อาจส่งผลให้ปริมาณเหล็กในประเทศเพิ่มขึ้น และกดดันราคาขายเฉลี่ย * **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มสถานการณ์การขนส่งวัตถุดิบ:** จะส่งผลต่อปริมาณเหล็กในประเทศและราคาขาย * **ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก:** จะกระทบต่อต้นทุนและราคาขายเฉลี่ย * **ความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท:** จะส่งผลต่อการตั้งสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน * **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** จะเป็นปัจจัยสนับสนุนกำไรสุทธิ * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขายและบริหาร:** เพื่อรักษาอัตรากำไร ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) THE ได้รับประโยชน์โดยตรงจากภาวะอุปทานตึงตัวในตลาดเหล็กภายในประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากข้อจำกัดด้านการขนส่งระหว่างประเทศที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ปัจจัยนี้ส่งผลให้ปริมาณการขายของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้รายได้จากการขายเติบโตกว่าเท่าตัว การเพิ่มขึ้นของราคาขายเฉลี่ยสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่อุปสงค์มีมากกว่าอุปทาน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาตลาดโลก แต่การที่ราคาขายปรับขึ้นได้มากกว่า ทำให้ GPM โดยรวมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการตั้งสำรองขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยนี้เป็นความเสี่ยงที่สำคัญสำหรับบริษัทที่ต้องมีการนำเข้าวัตถุดิบและอาจมีภาระหนี้สินเป็นสกุลเงินต่างประเทศ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 6,588.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,268.86 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 ที่ 4,319.16 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังประมาณ 932 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1,168 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ มูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมก็เพิ่มขึ้นประมาณ 207 ล้านบาท ด้านหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 1,625.11 ล้านบาท จาก 2,701.83 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 4,326.94 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการเพิ่มการสั่งซื้อสินค้า ทำให้การใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นประมาณ 1,460 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) เพิ่มจาก 1.67 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 1.92 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 ## สรุปท้าย THE พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 3/2564 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 1,000% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากภาวะเหล็กในประเทศขาดแคลนที่ส่งผลให้ปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีปัจจัยกดดันจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง แต่การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมก็ช่วยชดเชยได้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มสถานการณ์การขนส่งโลก ทิศทางราคาเหล็ก และค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
1,304.86 ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11 ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55 %
กำไรสุทธิ
-47.84 ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67 %
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9% YoY
D/E Ratio
0.80

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
1,304.86
-33.92%
1,974.61
+34.47%
1,468.46
-24.40%
1,942.44
-42.00%
3,349.07
-55.11%
7,460.26
-5.29%
กำไรขั้นต้น
-7.11
-125.36%
28.05
+424.37%
-8.65
+79.87%
-42.94
-115.90%
270.13
+123.29%
120.98
+12.20%
ค่าใช้จ่ายรวม
40.51
+1.60%
39.87
+194.50%
13.54
-86.29%
98.74
-1.25%
100.00
+1,120.65%
8.19
-92.79%
กำไรสุทธิ
-47.84
-48.90%
-32.13
+5.77%
-34.09
+29.49%
-48.35
-117.93%
269.67
+879.22%
27.54
+73.18%
กำไรต่อหุ้น
-0.04
-48.28%
-0.03
+6.45%
-0.03
+29.55%
-0.04
-117.96%
0.25
+880.00%
0.03
+78.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-0.55
-138.73%
1.42
+340.68%
-0.59
+73.30%
-2.21
-127.39%
8.07
+398.15%
1.62
+18.25%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
3.10
+53.47%
2.02
+119.57%
0.92
-81.89%
5.08
+69.90%
2.99
+2,618.18%
0.11
-92.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-3.67
-125.15%
-1.63
+29.74%
-2.32
+6.83%
-2.49
-130.93%
8.05
+2,075.68%
0.37
+85.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-4.63
-128.27%
16.38
+393.37%
3.32
-85.30%
22.59
+138.01%
-59.43
-219.52%
-18.60
-130.03%
ROE(%)
-3.60
+12.62%
-4.12
+12.53%
-4.71
+41.20%
-8.01
-114.64%
54.72
+811.57%
-7.69
-85.30%
ROA(%)
-0.09
-116.36%
0.55
+261.76%
-0.34
+85.65%
-2.37
-108.53%
27.78
+11,675.00%
-0.24
-196.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.80
-34.43%
1.22
+3.39%
1.18
-12.59%
1.35
+10.66%
1.22
-26.95%
1.67
+24.63%
P/E
291.66
291.66
291.66
+2,145.27%
12.99
+351.04%
2.88
0.00
-100.00%
P/BV
0.44
+2.33%
0.43
-32.81%
0.64
-12.33%
0.73
-35.96%
1.14
+11.76%
1.02
-19.69%
BV
1.74
-2.79%
1.79
-3.76%
1.86
-9.71%
2.06
+0.98%
2.04
+41.67%
1.44
-11.11%
YIELD(%)
0.00
0.00
-100.00%
16.81
+26.87%
13.25
+927.13%
1.29
-36.76%
2.04
-16.05%
ราคาหุ้น
0.77
+1.32%
0.76
-36.13%
1.19
-21.19%
1.51
-34.91%
2.32
+57.82%
1.47
-28.64%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.75

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
1,616.06
-34.80%
2,478.69
+4.02%
2,382.98
-27.90%
3,348.47
-11.85%
3,798.76
+42.02%
2,676.77
-23.10%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,744.45
-3.66%
1,810.80
-9.78%
2,006.99
+4.74%
1,872.73
+3.55%
1,808.58
+9.99%
1,648.70
-10.59%
รวมสินทรัพย์
3,360.51
-21.66%
4,289.49
-2.29%
4,389.97
-15.92%
5,221.20
-6.89%
5,607.34
+29.82%
4,325.47
-18.76%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,476.95
-36.62%
2,330.31
-0.04%
2,331.18
-20.72%
2,940.27
-3.34%
3,041.80
+13.89%
2,670.76
-23.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
16.90
-35.61%
26.24
-39.60%
43.45
-23.75%
56.99
+50.49%
37.87
+21.90%
37.38
-14.76%
รวมหนี้สิน
1,493.84
-36.61%
2,356.56
-0.76%
2,374.63
-20.77%
2,997.26
-2.68%
3,079.67
+13.98%
2,708.14
-23.36%
รวมส่วนของเจ้าของ
1,866.66
-3.43%
1,932.94
-4.09%
2,015.34
-9.38%
2,223.94
-12.02%
2,527.67
+56.29%
1,617.33
-9.69%
D/E
0.80
1.22
1.18
1.35
1.22
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-3.60
-4.12
-4.71
-8.01
54.72
-7.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-0.09
0.55
-0.34
-2.37
27.78
-0.24
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.09
1.06
1.02
1.14
1.25
1.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.52
0.50
0.47
0.52
0.54
0.64
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
46.58
44.29
0.00
0.00
38.39
86.08
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
51.98
54.50
0.00
0.00
38.80
58.46
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
16.84
12.75
0.00
0.00
7.82
15.87
วงจรเงินสด
81.72
86.05
0.00
0.00
69.37
128.66
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-297.03
-156.43%
526.41
-169.32%
-759.40
-153.16%
1,428.65
-6.05%
1,520.57
+52.08%
999.84
+407.22%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
116.46
+3,756.29%
3.02
-100.81%
-374.65
+394.13%
-75.82
+1,159.47%
-6.02
-69.41%
-19.68
+5.41%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
356.79
-166.15%
-539.38
-134.07%
1,582.97
-223.71%
-1,279.56
-24.22%
-1,688.53
+84.05%
-917.45
+681.27%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
176.19
-2,132.18%
-8.67
-101.93%
448.92
+347.40%
100.34
-157.66%
-174.01
-377.48%
62.71
+2.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
199.38
+45.88%
136.67
+80.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
89.15
-37.88%
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
0.00