THE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THE
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.86
0.03 (3.37%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3736 out_tok=2493 at=2026-07-27T13:23:19 --> # THE Q2/2564 กำไรพุ่ง 1,805% รับปริมาณ-ราคาเหล็กพุ่งแรง ## รายได้-กำไรโตสนั่น รับอานิสงส์เหล็กขาดแคลน-ราคาพุ่ง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นปัจจัยขนส่ง-โรคระบาดเป็นตัวเร่ง บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 360.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,805.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเพียง 18.90 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้นถึง 148.92% เป็น 4,191.97 ล้านบาท ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ THE ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของทั้งปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยของเหล็ก** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและกำไรขั้นต้นเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 148.92% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 38.82 ล้านบาท เป็น 475.50 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ปริมาณการขายเหล็กเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 83.98% มาจากการที่วัตถุดิบเหล็กจากต่างประเทศนำเข้าได้ลดลง เนื่องจากปัญหาการขนส่งที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเหล็กในประเทศ ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยทั้งไตรมาสปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 38.84% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของรายได้และกำไรขั้นต้น นอกจากนี้ การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นจาก 19.11 ล้านบาท เป็น 111.56 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** แม้ว่าสถานการณ์การขาดแคลนเหล็กที่เกิดจากปัญหาการขนส่งและโรคระบาดจะเป็นปัจจัยบวกในระยะสั้น แต่ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะยาว อย่างไรก็ตาม หากปัญหาการขนส่งยังคงอยู่ หรือความต้องการเหล็กในประเทศยังคงสูง ก็มีโอกาสที่ปัจจัยเหล่านี้จะส่งผลดีต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่หากสถานการณ์การขนส่งคลี่คลาย หรือมีผู้ผลิตรายอื่นเข้ามาเสริมกำลังการผลิต อาจส่งผลให้ราคาและปริมาณการขายปรับตัวลดลงได้ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่ง 1,805.40% YoY:** จาก 18.90 ล้านบาท เป็น 360.12 ล้านบาท * **รายได้จากการขายโต 148.92% YoY:** แตะระดับ 4,191.97 ล้านบาท * **ปริมาณขายเหล็กเพิ่ม 83.98%:** จากปัญหาการขนส่งและขาดแคลนวัตถุดิบนำเข้า * **ราคาขายเฉลี่ยเหล็กเพิ่ม 38.84%:** หนุนรายได้และกำไรขั้นต้น * **กำไรขั้นต้นพุ่งสูง:** จาก 38.82 ล้านบาท เป็น 475.50 ล้านบาท * **รับรู้กำไรจากบริษัทร่วมเพิ่ม:** จาก 19.11 ล้านบาท เป็น 111.56 ล้านบาท * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น:** จาก 2,701.83 ล้านบาท เป็น 4,396.78 ล้านบาท ส่งผล D/E เพิ่มเป็น 2.09 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 4,191.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 148.92% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 1,684.05 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการที่ปริมาณการขายเหล็กเพิ่มขึ้นถึง 83.98% และราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 38.84% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 38.82 ล้านบาท เป็น 475.50 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นจากการปรับผลตอบแทนพนักงานและค่าขนส่ง แต่ต้นทุนทางการเงินลดลง ประกอบกับการรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 360.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 1,805.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ## โอกาส * **อานิสงส์จากภาวะเหล็กขาดแคลน:** ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศที่ส่งผลให้วัตถุดิบเหล็กนำเข้าลดลง สร้างโอกาสให้ผู้ผลิตในประเทศสามารถขายสินค้าได้ในปริมาณที่สูงขึ้นและราคาที่ดีขึ้น * **การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วม:** การเพิ่มขึ้นของกำไรจากบริษัทร่วมบ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่ดีของบริษัทที่ร่วมลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการโดยรวม * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** หากราคาวัตถุดิบเหล็กยังคงอยู่ในระดับสูง จะเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้และกำไรของบริษัท ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กมีความผันผวนสูงตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัท * **ปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การขนส่งทั่วโลกอาจส่งผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออกสินค้าในอนาคต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อุตสาหกรรมเหล็กมีการแข่งขันสูง การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทานอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคาขาย * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อัตราส่วน D/E ที่เพิ่มขึ้นเป็น 2.09 เท่า อาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการเงินหากบริษัทไม่สามารถบริหารจัดการหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มปัญหาการขนส่ง:** การคลี่คลายหรือยืดเยื้อของปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ จะส่งผลโดยตรงต่อปริมาณวัตถุดิบนำเข้าและราคาเหล็ก * **ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไรของบริษัท * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** บริษัทจะสามารถบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นได้อย่างไร เพื่อรักษาสภาพคล่องและความมั่นคงทางการเงิน * **การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วม:** ความสามารถในการรักษาระดับการรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมในไตรมาสถัดไป * **ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book):** สถานะของคำสั่งซื้อในอนาคต จะเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงปริมาณการขายในระยะต่อไป ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) ได้รับอานิสงส์อย่างมากจากสภาวะตลาดเหล็กที่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาการขนส่งทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อการนำเข้าวัตถุดิบเหล็ก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนในประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ปริมาณการขายของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 83.98% ควบคู่ไปกับการปรับขึ้นของราคาขายเฉลี่ยถึง 38.84% ทำให้รายได้จากการขายเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 148.92% การเพิ่มขึ้นของปริมาณและราคาขายนี้ส่งผลโดยตรงต่อการขยายตัวของกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 38.82 ล้านบาท เป็น 475.50 ล้านบาท แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะเพิ่มขึ้นตามยอดขายและค่าขนส่ง แต่การลดลงของต้นทุนทางการเงิน และการรับรู้กำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม ทำให้บริษัทสามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 360.12 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตที่น่าประทับใจ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 6,504.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,185.66 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังประมาณ 870 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1,100 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ มูลค่าเงินลงทุนในบริษัทร่วมก็เพิ่มขึ้นประมาณ 150 ล้านบาท จากกำไรที่เพิ่มขึ้น ด้านหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 1,694.95 ล้านบาท จาก 2,701.83 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 4,396.78 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการเพิ่มการสั่งซื้อสินค้า ทำให้การใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับตัวสูงขึ้นจาก 1.67 เท่า เป็น 2.09 เท่า ## สรุปท้าย ผลประกอบการของ THE ในไตรมาส 2 ปี 2564 ได้รับแรงหนุนหลักจากการที่ปริมาณการขายและราคาขายเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลมาจากปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศที่ส่งผลให้เกิดภาวะเหล็กขาดแคลนในประเทศ แม้ว่าปัจจัยนี้จะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรอย่างมาก แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ การแข่งขันในอุตสาหกรรม และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มปัญหาการขนส่งและทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
1,304.86 ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11 ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55 %
กำไรสุทธิ
-47.84 ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67 %
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9% YoY
D/E Ratio
0.80

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,304.86
-33.92%
1,974.61
+34.47%
1,468.46
-24.40%
1,942.44
-42.00%
3,349.07
-55.11%
7,460.26
-5.29%
กำไรขั้นต้น —
-7.11
-125.36%
28.05
+424.37%
-8.65
+79.87%
-42.94
-115.90%
270.13
+123.29%
120.98
+12.20%
ค่าใช้จ่ายรวม —
40.51
+1.60%
39.87
+194.50%
13.54
-86.29%
98.74
-1.25%
100.00
+1,120.65%
8.19
-92.79%
กำไรสุทธิ —
-47.84
-48.90%
-32.13
+5.77%
-34.09
+29.49%
-48.35
-117.93%
269.67
+879.22%
27.54
+73.18%
กำไรต่อหุ้น —
-0.04
-48.28%
-0.03
+6.45%
-0.03
+29.55%
-0.04
-117.96%
0.25
+880.00%
0.03
+78.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-0.55
-138.73%
1.42
+340.68%
-0.59
+73.30%
-2.21
-127.39%
8.07
+398.15%
1.62
+18.25%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
3.10
+53.47%
2.02
+119.57%
0.92
-81.89%
5.08
+69.90%
2.99
+2,618.18%
0.11
-92.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-3.67
-125.15%
-1.63
+29.74%
-2.32
+6.83%
-2.49
-130.93%
8.05
+2,075.68%
0.37
+85.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-4.63
-128.27%
16.38
+393.37%
3.32
-85.30%
22.59
+138.01%
-59.43
-219.52%
-18.60
-130.03%
ROE(%) —
-3.60
+12.62%
-4.12
+12.53%
-4.71
+41.20%
-8.01
-114.64%
54.72
+811.57%
-7.69
-85.30%
ROA(%) —
-0.09
-116.36%
0.55
+261.76%
-0.34
+85.65%
-2.37
-108.53%
27.78
+11,675.00%
-0.24
-196.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.80
-34.43%
1.22
+3.39%
1.18
-12.59%
1.35
+10.66%
1.22
-26.95%
1.67
+24.63%
P/E —
10.40
10.40
10.40
-19.94%
12.99
+351.04%
2.88
0.00
-100.00%
P/BV —
0.44
+2.33%
0.43
-32.81%
0.64
-12.33%
0.73
-35.96%
1.14
+11.76%
1.02
-19.69%
BV —
1.74
-2.79%
1.79
-3.76%
1.86
-9.71%
2.06
+0.98%
2.04
+41.67%
1.44
-11.11%
YIELD(%) —
0.00
0.00
-100.00%
16.81
+26.87%
13.25
+927.13%
1.29
-36.76%
2.04
-16.05%
ราคาหุ้น —
0.77
+1.32%
0.76
-36.13%
1.19
-21.19%
1.51
-34.91%
2.32
+57.82%
1.47
-28.64%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.83

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,616.06
-34.80%
2,478.69
+4.02%
2,382.98
-27.90%
3,348.47
-11.85%
3,798.76
+42.02%
2,676.77
-23.10%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,744.45
-3.66%
1,810.80
-9.78%
2,006.99
+4.74%
1,872.73
+3.55%
1,808.58
+9.99%
1,648.70
-10.59%
รวมสินทรัพย์ —
3,360.51
-21.66%
4,289.49
-2.29%
4,389.97
-15.92%
5,221.20
-6.89%
5,607.34
+29.82%
4,325.47
-18.76%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,476.95
-36.62%
2,330.31
-0.04%
2,331.18
-20.72%
2,940.27
-3.34%
3,041.80
+13.89%
2,670.76
-23.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
16.90
-35.61%
26.24
-39.60%
43.45
-23.75%
56.99
+50.49%
37.87
+21.90%
37.38
-14.76%
รวมหนี้สิน —
1,493.84
-36.61%
2,356.56
-0.76%
2,374.63
-20.77%
2,997.26
-2.68%
3,079.67
+13.98%
2,708.14
-23.36%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,866.66
-3.43%
1,932.94
-4.09%
2,015.34
-9.38%
2,223.94
-12.02%
2,527.67
+56.29%
1,617.33
-9.69%
D/E —
0.80
1.22
1.18
1.35
1.22
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-3.60
-4.12
-4.71
-8.01
54.72
-7.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-0.09
0.55
-0.34
-2.37
27.78
-0.24
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.09
1.06
1.02
1.14
1.25
1.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.52
0.50
0.47
0.52
0.54
0.64
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
46.58
44.29
0.00
0.00
38.39
86.08
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
51.98
54.50
0.00
0.00
38.80
58.46
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
16.84
12.75
0.00
0.00
7.82
15.87
วงจรเงินสด —
81.72
86.05
0.00
0.00
69.37
128.66
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-297.03
-156.43%
526.41
-169.32%
-759.40
-153.16%
1,428.65
-6.05%
1,520.57
+52.08%
999.84
+407.22%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
116.46
+3,756.29%
3.02
-100.81%
-374.65
+394.13%
-75.82
+1,159.47%
-6.02
-69.41%
-19.68
+5.41%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
356.79
-166.15%
-539.38
-134.07%
1,582.97
-223.71%
-1,279.56
-24.22%
-1,688.53
+84.05%
-917.45
+681.27%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
176.19
-2,132.18%
-8.67
-101.93%
448.92
+347.40%
100.34
-157.66%
-174.01
-377.48%
62.71
+2.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
199.38
+45.88%
136.67
+80.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
89.15
-37.88%
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
0.00