บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.79
0.01 (1.25%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3677 out_tok=2114 at=2026-07-26T08:11:53 -->
# THE กำไร Q1/2566 ดิ่ง 73.8% รับปริมาณขายเหล็กลด-ราคาเฉลี่ยหด
## รายได้-กำไรหดตัวแรงตามอุปสงค์ชะลอ-ราคาขายเฉลี่ยลด ฝ่ายบริหารชี้รอผลเลือกตั้งกระทบการลงทุน
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 54.48 ล้านบาท ลดลง 73.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 208.09 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวลดลงเช่นกัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ THE ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงประมาณ 40.93%** และ **ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงประมาณ 12.28%** เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายที่ลดลงจาก 3,647.05 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 เหลือเพียง 2,154.32 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 คิดเป็นการลดลง 1,492.73 ล้านบาท หรือ 40.93% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 226.22 ล้านบาท เหลือ 139.89 ล้านบาท
นอกจากนี้ การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมาก จาก 22.60 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 เหลือเพียง 0.08 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2566 และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น ก็เป็นปัจจัยเสริมที่กดดันกำไรสุทธิให้ลดลงไปอีก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** มีโอกาสเป็นลักษณะ **ครั้งคราว** แต่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ฝ่ายบริหารระบุว่าความต้องการใช้เหล็กในตลาดลดลงต่อเนื่องจากปลายปี 2565 และภาวะการลงทุนยังชะลอตัว เนื่องจากตลาดรอผลการเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคม 2566 ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยลบเหล่านี้อาจมีผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง แต่หากการเมืองมีความชัดเจนและภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว ความต้องการใช้เหล็กและราคาขายเฉลี่ยมีโอกาสปรับตัวดีขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 73.82%:** อยู่ที่ 54.48 ล้านบาท จาก 208.09 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565
* **รายได้จากการขายหดตัว 40.93%:** เหลือ 2,154.32 ล้านบาท จาก 3,647.05 ล้านบาท
* **ปริมาณขายเหล็กลดลง 40.93%:** เป็นผลจากความต้องการใช้เหล็กในตลาดชะลอตัว
* **ราคาขายเฉลี่ยลดลง 12.28%:** กดดันรายได้และกำไรขั้นต้น
* **หนี้สินรวมลดลง 507.98 ล้านบาท:** จากการลดการสั่งซื้อสินค้าระหว่างไตรมาส
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง:** จาก 1.34 เท่า เหลือ 1.09 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,154.32 ล้านบาท ลดลง 40.93% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 3,647.05 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณการขายเหล็กประมาณ 40.93% และราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 12.28% ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 139.89 ล้านบาท จาก 226.22 ล้านบาท ในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 106.49 ล้านบาท จาก 109.93 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 3.18 ล้านบาท เป็น 17.55 ล้านบาท เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ นอกจากนี้ การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม 0.08 ล้านบาท เทียบกับกำไร 22.60 ล้านบาท ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลง 73.82% มาอยู่ที่ 54.48 ล้านบาท
## โอกาส
* การรอผลการเลือกตั้งอาจส่งผลให้ภาวะการลงทุนกลับมาคึกคักหลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นความต้องการใช้เหล็ก
* การลดลงของหนี้สินและการปรับปรุงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น เป็นสัญญาณที่ดีต่อฐานะการเงินของบริษัท
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของอุปสงค์ในตลาดเหล็กที่อาจยังคงชะลอตัว หากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนไม่ฟื้นตัวตามที่คาดหวัง
* ความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบและราคาขายเฉลี่ยที่อาจผันผวนตามสภาวะตลาดโลกและกำลังการผลิต
* ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มความต้องการใช้เหล็กในตลาดช่วงครึ่งปีหลัง 2566 หลังการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
* ทิศทางราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์เหล็ก
* การบริหารจัดการต้นทุนการเงินของบริษัท
* ผลประกอบการของบริษัทร่วม และการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การลดลงของปริมาณการขายประมาณ 40.93% บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การลดลงของปริมาณการขายสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ลดลง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ระบุว่าราคาขายเฉลี่ยลดลง ซึ่งอาจเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบที่ลดลง หรือการแข่งขันที่สูงขึ้น
* **GPM:** กำไรขั้นต้นลดลงจาก 226.22 ล้านบาท เหลือ 139.89 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง 40.93% แสดงว่า Gross Profit Margin (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 4,767.56 ล้านบาท ลดลง 453.64 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อและรายการเทียบเท่าเงินสดในธนาคาร
หนี้สินรวมลดลง 507.98 ล้านบาท จาก 2,997.26 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 2,489.28 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 เนื่องจากการลดการสั่งซื้อสินค้าระหว่างไตรมาส ทำให้การใช้สินเชื่อระยะสั้นลดลง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.34 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1.09 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566
## สรุปท้าย
THE เผชิญแรงกดดันจากอุปสงค์เหล็กที่ชะลอตัวและราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2566 ดิ่งลง 73.82% แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและลดหนี้สินลงได้ แต่ทิศทางผลประกอบการในระยะสั้นยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอก ทั้งความชัดเจนทางการเมืองและภาวะเศรษฐกิจที่จะส่งผลต่อการลงทุนและความต้องการใช้เหล็กในอนาคต ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ผลประกอบการกลับมาฟื้นตัวได้หากปัจจัยเหล่านี้คลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
1,304.86
ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11
ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55
%
กำไรสุทธิ
-47.84
ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-297.03
-156.43%
|
526.41
-169.32%
|
-759.40
-153.16%
|
1,428.65
-6.05%
|
1,520.57
+52.08%
|
999.84
+407.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
116.46
+3,756.29%
|
3.02
-100.81%
|
-374.65
+394.13%
|
-75.82
+1,159.47%
|
-6.02
-69.41%
|
-19.68
+5.41%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
356.79
-166.15%
|
-539.38
-134.07%
|
1,582.97
-223.71%
|
-1,279.56
-24.22%
|
-1,688.53
+84.05%
|
-917.45
+681.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
176.19
-2,132.18%
|
-8.67
-101.93%
|
448.92
+347.40%
|
100.34
-157.66%
|
-174.01
-377.48%
|
62.71
+2.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
199.38
+45.88%
|
136.67
+80.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
89.15
-37.88%
|
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
0.00
|