บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.79
0.01 (1.25%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3693 out_tok=2785 at=2026-07-26T08:52:11 -->
# THE พลิกขาดทุนหนัก Q3/66 เหลือเพียง 9.98 ล้านบาท รับต้นทุนลด-ค่าใช้จ่ายบริหารหด
## รายได้หด 19% แต่กำไรขั้นต้นฟื้นแรง ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากต้นทุนการเงินและค่าใช้จ่ายที่ลดลง
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิจำนวนมาก กลับมาขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เหลือเพียง 9.98 ล้านบาท จากเดิมที่ขาดทุน 204.24 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะปรับลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดผลขาดทุนลงได้อย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THE ในไตรมาส 3/2566 พลิกจากขาดทุนหนักกลับมาขาดทุนลดลงอย่างมาก คือ **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ** โดยเฉพาะการลดลงของค่าใช้จ่ายขายและบริหาร และต้นทุนทางการเงิน ประกอบกับการพลิกกลับมามีกำไรขั้นต้น แม้รายได้จากการขายจะลดลงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการ:
* **รายได้จากการขายลดลง 19.20%** มาอยู่ที่ 1,698.71 ล้านบาท จาก 2,102.41 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565 สาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายเหล็กลดลงประมาณ 7.73% เนื่องจากความต้องการใช้เหล็กในตลาดชะลอตัวต่อเนื่องจากปลายปี 2565 ประกอบกับภาวะการลงทุนที่ยังไม่มั่นคงจากปัจจัยภายนอก และความไม่ชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่ นอกจากนี้ ราคาขายเฉลี่ยทั้งไตรมาสยังลดลงประมาณ 9.58%
* **พลิกมีกำไรขั้นต้น 59.79 ล้านบาท** จากเดิมที่ขาดทุนขั้นต้น 60.23 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 การพลิกกลับมามีกำไรขั้นต้นนี้ แม้จะเกิดจากรายได้ที่ลดลง แต่ก็สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนวัตถุดิบหรือกระบวนการผลิตที่ดีขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 90.61 ล้านบาท** เหลือ 46.26 ล้านบาท จาก 136.87 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของค่าขนส่งออกที่สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง และค่านายหน้า
* **ต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อย 2.61 ล้านบาท** เหลือ 19.18 ล้านบาท จาก 21.77 ล้านบาท เนื่องจากอัตราการใช้สินเชื่อเงินกู้ลดลง
* **การรับรู้กำไรจากบริษัทร่วม 0.01 ล้านบาท** เทียบกับขาดทุน 12.77 ล้านบาทในปีก่อน
ปัจจัยเหล่านี้เมื่อรวมกันส่งผลให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงถึง 194.26 ล้านบาท หรือ 95.11%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
จากข้อมูลในเอกสาร ระบุว่าความต้องการใช้เหล็กในตลาดลดลงต่อเนื่อง และภาวะการลงทุนยังชะลอตัว ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันรายได้ในระยะสั้น การที่กำไรขั้นต้นพลิกกลับมาได้นั้น อาจเป็นผลจากการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น แต่ยังต้องพิจารณาว่าความต้องการของตลาดจะฟื้นตัวได้เร็วเพียงใด และราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่ ส่วนการลดลงของค่าใช้จ่ายขายและบริหารนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการลดลงตามยอดขาย ซึ่งหากยอดขายกลับมาเพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็อาจปรับเพิ่มขึ้นตามได้เช่นกัน ดังนั้น การจะเห็นผลประกอบการกลับมามีกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ยังคงต้องติดตามแนวโน้มความต้องการของตลาดและราคาขายในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 95.11%** เหลือ 9.98 ล้านบาท จาก 204.24 ล้านบาทใน Q3/2565
* **รายได้จากการขายลดลง 19.20%** อยู่ที่ 1,698.71 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยลดลง
* **พลิกมีกำไรขั้นต้น 59.79 ล้านบาท** จากขาดทุนขั้นต้น 60.23 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 66.20%** เหลือ 46.26 ล้านบาท จาก 136.87 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมลดลง 14.23%** มาอยู่ที่ 4,478.29 ล้านบาท จาก 5,221.20 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวมลดลง 18.89%** มาอยู่ที่ 2,431.05 ล้านบาท จาก 2,997.26 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,698.71 ล้านบาท ลดลง 403.70 ล้านบาท หรือ 19.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 2,102.41 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นผลมาจากปริมาณการขายเหล็กลดลงประมาณ 7.73% และราคาขายเฉลี่ยลดลงประมาณ 9.58% เนื่องจากความต้องการใช้เหล็กในตลาดที่ชะลอตัวต่อเนื่อง และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็น 59.79 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 60.23 ล้านบาทในปีก่อน ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 90.61 ล้านบาท เหลือ 46.26 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อย ทำให้ผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงอย่างมากถึง 194.26 ล้านบาท หรือ 95.11% มาอยู่ที่ 9.98 ล้านบาท จากขาดทุน 204.24 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการลดค่าใช้จ่ายขายและบริหาร รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงิน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเป็นประโยชน์หากความต้องการของตลาดฟื้นตัว
* **การพลิกกลับมามีกำไรขั้นต้น:** การเปลี่ยนจากขาดทุนขั้นต้นมาเป็นกำไรขั้นต้นได้ แม้ในภาวะที่รายได้ลดลง เป็นสัญญาณที่ดีของการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ความต้องการใช้เหล็กที่ชะลอตัว:** ปัจจัยภายนอก เช่น ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ สงครามในตะวันออกกลาง และความไม่ชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่ ส่งผลให้ความต้องการใช้เหล็กและภาวะการลงทุนยังคงชะลอตัว ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อรายได้และปริมาณการขายในอนาคต
* **ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง:** การที่ราคาขายเฉลี่ยลดลงส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถปรับราคาขึ้นได้ตามต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของระบบเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่ออุตสาหกรรมเหล็ก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มความต้องการใช้เหล็กในตลาดและภาคการลงทุนในช่วงไตรมาสถัดไป
* การเปลี่ยนแปลงของราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์เหล็ก
* ความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลใหม่ที่อาจส่งผลต่อภาคการลงทุน
* ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี หรือปรับตัวดีขึ้น
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายลดลง อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงตามไปด้วย
* **Order Book:** ไม่มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่าคำสั่งซื้อในมือ (Order Book) ในเอกสารนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตโดยตรง แต่การพลิกมีกำไรขั้นต้นอาจสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี หรือราคาวัตถุดิบที่ลดลงเมื่อเทียบกับราคาขาย
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) พลิกกลับมาเป็นบวกที่ 59.79 ล้านบาท จากขาดทุนในปีก่อน ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่ดี
* **การส่งออก:** มีการกล่าวถึง "ค่าขนส่งออกที่ลดตามยอดขาย" ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการดำเนินธุรกิจส่งออก แต่ไม่ได้ระบุสัดส่วนหรือมูลค่าที่ชัดเจน
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง สอดคล้องกับการลดการสั่งซื้อ ซึ่งช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินและพื้นที่จัดเก็บ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 4,478.29 ล้านบาท ลดลง 742.91 ล้านบาท หรือ 14.23% จาก 5,221.20 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 การลดลงนี้ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ เนื่องจากการลดการสั่งซื้อ
หนี้สินรวมลดลง 566.21 ล้านบาท หรือ 18.89% มาอยู่ที่ 2,431.05 ล้านบาท จาก 2,997.26 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการลดการใช้สินเชื่อระยะสั้นจากการลดการสั่งซื้อสินค้าระหว่างไตรมาส
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.19 เท่า ลดลงจาก 1.34 เท่า ณ สิ้นปี 2565 แม้ว่าไตรมาสนี้จะมีผลประกอบการเป็นขาดทุนก็ตาม
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยเฉพาะ
## สรุปท้าย
THE ในไตรมาส 3/2566 แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่แข็งแกร่ง สามารถพลิกจากขาดทุนสุทธิจำนวนมากให้กลับมาขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะเผชิญแรงกดดันจากความต้องการของตลาดที่ชะลอตัวและราคาขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตา การพลิกมีกำไรขั้นต้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีเป็นสัญญาณบวก แต่การจะเห็นผลประกอบการกลับมาเติบโตอย่างยั่งยืนนั้น จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดเหล็กและภาวะเศรษฐกิจโดยรวมในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,304.86
ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11
ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55
%
กำไรสุทธิ
-47.84
ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67
%
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9%
YoY
D/E Ratio
0.80
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-297.03
-156.43%
|
526.41
-169.32%
|
-759.40
-153.16%
|
1,428.65
-6.05%
|
1,520.57
+52.08%
|
999.84
+407.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
116.46
+3,756.29%
|
3.02
-100.81%
|
-374.65
+394.13%
|
-75.82
+1,159.47%
|
-6.02
-69.41%
|
-19.68
+5.41%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
356.79
-166.15%
|
-539.38
-134.07%
|
1,582.97
-223.71%
|
-1,279.56
-24.22%
|
-1,688.53
+84.05%
|
-917.45
+681.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
176.19
-2,132.18%
|
-8.67
-101.93%
|
448.92
+347.40%
|
100.34
-157.66%
|
-174.01
-377.48%
|
62.71
+2.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
199.38
+45.88%
|
136.67
+80.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
89.15
-37.88%
|
143.51
-24.79%
|
190.80
-44.80%
|
345.63
+288.61%
|
88.94
-55.39%
|
0.00
|