THE
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
THE
บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.86
0.03 (3.37%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3787 out_tok=2606 at=2026-07-26T08:06:57 --> # THE พลิกขาดทุน Q2/2565 รับราคาขายเหล็กพุ่ง แต่ปริมาณขายวูบหนัก ## รายได้-กำไรทรุดหนักตามปริมาณขายเหล็กที่ลดลง 53% สวนทางราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 26% ฝ่ายบริหารรับมือด้วยการสำรองสินค้า บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ THE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 145.39 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 360.12 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงถึง 53.43% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 26.45% ก็ตาม ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้เผชิญกับแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ THE ในไตรมาส 2/2565 คือ **"ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 53.43% สวนทางกับราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 26.45%"** ซึ่งส่งผลให้บริษัทพลิกจากกำไรสุทธิ 360.12 ล้านบาทในปีก่อนหน้า มาเป็นขาดทุนสุทธิ 145.39 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมากเกิดจากภาวะเศรษฐกิจโดยภาพรวมของอุตสาหกรรมเหล็กที่ถดถอย ผู้บริโภคและผู้ค้าส่งชะลอการสั่งซื้อและการบริโภค เนื่องจากความไม่มั่นใจจากผลกระทบของโรคระบาดใหม่ (COVID-19) และสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายอุตสาหกรรมและลดทอนอำนาจการซื้อของผู้บริโภค แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่หายไปได้ทั้งหมด ทำให้เกิดขาดทุนขั้นต้น 22.68 ล้านบาทในไตรมาสนี้ จากที่เคยมีกำไรขั้นต้น 475.50 ล้านบาทในปีก่อน นอกจากนี้ การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม 2.27 ล้านบาท (เทียบกับกำไร 111.56 ล้านบาทในปีก่อน) และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการใช้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อสำรองสินค้า ก็เป็นปัจจัยที่กดดันผลกำไรเพิ่มเติม ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** จากที่ระบุในเอกสาร ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายคือความไม่มั่นใจจากสถานการณ์โรคระบาดและสงคราม ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดการณ์ได้ยากและมีแนวโน้มที่จะคลี่คลายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้มีการสั่งซื้อสินค้ามาสำรองไว้ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของอุปทานและราคาในระยะสั้น แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายและบริการลดลง 40.07%** อยู่ที่ 2,512.44 ล้านบาท จาก 4,191.97 ล้านบาทในปีก่อน * **พลิกขาดทุนสุทธิ 145.39 ล้านบาท** เทียบกับกำไรสุทธิ 360.12 ล้านบาทในปีก่อนหน้า * **ปริมาณการขายเหล็กลดลง 53.43%** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้และกำไร * **ราคาขายเฉลี่ยเหล็กเพิ่มขึ้น 26.45%** แต่ไม่สามารถชดเชยปริมาณขายที่หายไปได้ * **ขาดทุนขั้นต้น 22.68 ล้านบาท** เทียบกับกำไรขั้นต้น 475.50 ล้านบาทในปีก่อน * **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 946.24 ล้านบาท** มาจากการเพิ่มของสินค้าคงคลังและเงินจ่ายล่วงหน้า * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 997.62 ล้านบาท** จากการใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 2 ปี 2565 บริษัท เดอะ สตีล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,512.44 ล้านบาท ลดลง 40.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 4,191.97 ล้านบาท การลดลงของรายได้นี้เป็นผลโดยตรงจากปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงถึง 53.43% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น 26.45% ก็ตาม ส่งผลให้บริษัทขาดทุนขั้นต้น 22.68 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไรขั้นต้น 475.50 ล้านบาทในปีก่อน เมื่อรวมค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลงตามยอดขาย ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น และการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นใหญ่ 145.39 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 360.12 ล้านบาทในปีก่อน ## โอกาส * **การปรับตัวของราคาขายเฉลี่ย:** แม้ว่าปริมาณขายจะลดลง แต่การที่ราคาขายเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังลูกค้าได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการรักษาอัตรากำไรหากปริมาณขายฟื้นตัว * **การสำรองสินค้า:** การที่บริษัทมีการสั่งซื้อสินค้ามาสำรองไว้ อาจเป็นการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับความต้องการที่อาจกลับมาฟื้นตัว หรือเพื่อบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในภาวะที่ราคาผันผวน ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและกำลังซื้อลดลง:** ความไม่มั่นใจจากสถานการณ์โรคระบาดและสงครามที่ยืดเยื้อส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและผู้ค้าส่ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักที่กดดันปริมาณการขาย * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ว่าราคาขายจะปรับขึ้นได้ แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด * **การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม:** การรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วมส่งผลกระทบต่อผลกำไรสุทธิของบริษัท * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของการใช้สินเชื่อระยะสั้นเพื่อสำรองสินค้าส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * แนวโน้มปริมาณการขายเหล็กในไตรมาสถัดไป จะฟื้นตัวหรือยังคงซบเซา * การเปลี่ยนแปลงของราคาขายเฉลี่ยเหล็ก และความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบ * สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอก (โรคระบาด, สงคราม) ที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อ * ผลประกอบการของบริษัทร่วม และผลกระทบต่อกำไรสุทธิของ THE * ระดับสินค้าคงคลัง และการบริหารจัดการสภาพคล่อง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่ปริมาณการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (53.43%) บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะลดลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนต่อหน่วยที่อาจสูงขึ้น **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ผู้บริโภคและผู้ค้าส่งชะลอการสั่งซื้อ สะท้อนถึงสภาวะ Order Book ที่อาจไม่แข็งแกร่งนักในปัจจุบัน **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น 26.45% ซึ่งอาจสะท้อนถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หรือการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากที่เคยมีกำไรขั้นต้น 475.50 ล้านบาทในปีก่อน มาเป็นขาดทุนขั้นต้น 22.68 ล้านบาทในไตรมาสนี้ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุนและราคาขายที่สวนทางกัน **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยตรง **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังปลายงวดเพิ่มขึ้นประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ยอดขายลดลงอย่างมาก ทำให้สินค้าค้างสต๊อกปลายไตรมาส ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 6,553.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 946.24 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 ที่ 5,607.34 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและเงินจ่ายล่วงหน้าประมาณ 900 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากยอดขายที่ลดลงทำให้สินค้าค้างสต๊อก หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 997.62 ล้านบาท จาก 3,079.67 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 4,077.29 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 การเพิ่มขึ้นนี้เกิดจากการสั่งซื้อสินค้าระหว่างไตรมาส ทำให้มีการใช้สินเชื่อระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นเกือบ 1,000 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มจาก 1.22 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1.65 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดโดยละเอียด ## สรุปท้าย THE เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2/2565 จากปริมาณการขายเหล็กที่ลดลงกว่าครึ่ง ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและกำลังซื้อที่อ่อนแอ แม้ราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 145.39 ล้านบาท การที่บริษัทมีการสำรองสินค้าไว้ อาจเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนในระยะสั้น แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน และการที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THE ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,304.86 ล้านบาท
↓ 33.9% YoY
กำไรขั้นต้น
-7.11 ล้านบาท
↓ 125.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-0.55 %
กำไรสุทธิ
-47.84 ล้านบาท
↑ 48.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3.67 %
D/E Ratio
0.80
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,305
↓ -33.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-7
↓ -125.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-48
↑ + 48.9% YoY
D/E Ratio
0.80

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
1,304.86
-33.92%
1,974.61
+34.47%
1,468.46
-24.40%
1,942.44
-42.00%
3,349.07
-55.11%
7,460.26
-5.29%
กำไรขั้นต้น —
-7.11
-125.36%
28.05
+424.37%
-8.65
+79.87%
-42.94
-115.90%
270.13
+123.29%
120.98
+12.20%
ค่าใช้จ่ายรวม —
40.51
+1.60%
39.87
+194.50%
13.54
-86.29%
98.74
-1.25%
100.00
+1,120.65%
8.19
-92.79%
กำไรสุทธิ —
-47.84
-48.90%
-32.13
+5.77%
-34.09
+29.49%
-48.35
-117.93%
269.67
+879.22%
27.54
+73.18%
กำไรต่อหุ้น —
-0.04
-48.28%
-0.03
+6.45%
-0.03
+29.55%
-0.04
-117.96%
0.25
+880.00%
0.03
+78.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-0.55
-138.73%
1.42
+340.68%
-0.59
+73.30%
-2.21
-127.39%
8.07
+398.15%
1.62
+18.25%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
3.10
+53.47%
2.02
+119.57%
0.92
-81.89%
5.08
+69.90%
2.99
+2,618.18%
0.11
-92.36%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-3.67
-125.15%
-1.63
+29.74%
-2.32
+6.83%
-2.49
-130.93%
8.05
+2,075.68%
0.37
+85.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-4.63
-128.27%
16.38
+393.37%
3.32
-85.30%
22.59
+138.01%
-59.43
-219.52%
-18.60
-130.03%
ROE(%) —
-3.60
+12.62%
-4.12
+12.53%
-4.71
+41.20%
-8.01
-114.64%
54.72
+811.57%
-7.69
-85.30%
ROA(%) —
-0.09
-116.36%
0.55
+261.76%
-0.34
+85.65%
-2.37
-108.53%
27.78
+11,675.00%
-0.24
-196.00%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.80
-34.43%
1.22
+3.39%
1.18
-12.59%
1.35
+10.66%
1.22
-26.95%
1.67
+24.63%
P/E —
10.40
10.40
10.40
-19.94%
12.99
+351.04%
2.88
0.00
-100.00%
P/BV —
0.44
+2.33%
0.43
-32.81%
0.64
-12.33%
0.73
-35.96%
1.14
+11.76%
1.02
-19.69%
BV —
1.74
-2.79%
1.79
-3.76%
1.86
-9.71%
2.06
+0.98%
2.04
+41.67%
1.44
-11.11%
YIELD(%) —
0.00
0.00
-100.00%
16.81
+26.87%
13.25
+927.13%
1.29
-36.76%
2.04
-16.05%
ราคาหุ้น —
0.77
+1.32%
0.76
-36.13%
1.19
-21.19%
1.51
-34.91%
2.32
+57.82%
1.47
-28.64%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.80
ROE (%)
-3.60
ROA (%)
-0.09
Book Value/หุ้น
1.83

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,616.06
-34.80%
2,478.69
+4.02%
2,382.98
-27.90%
3,348.47
-11.85%
3,798.76
+42.02%
2,676.77
-23.10%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,744.45
-3.66%
1,810.80
-9.78%
2,006.99
+4.74%
1,872.73
+3.55%
1,808.58
+9.99%
1,648.70
-10.59%
รวมสินทรัพย์ —
3,360.51
-21.66%
4,289.49
-2.29%
4,389.97
-15.92%
5,221.20
-6.89%
5,607.34
+29.82%
4,325.47
-18.76%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
1,476.95
-36.62%
2,330.31
-0.04%
2,331.18
-20.72%
2,940.27
-3.34%
3,041.80
+13.89%
2,670.76
-23.47%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
16.90
-35.61%
26.24
-39.60%
43.45
-23.75%
56.99
+50.49%
37.87
+21.90%
37.38
-14.76%
รวมหนี้สิน —
1,493.84
-36.61%
2,356.56
-0.76%
2,374.63
-20.77%
2,997.26
-2.68%
3,079.67
+13.98%
2,708.14
-23.36%
รวมส่วนของเจ้าของ —
1,866.66
-3.43%
1,932.94
-4.09%
2,015.34
-9.38%
2,223.94
-12.02%
2,527.67
+56.29%
1,617.33
-9.69%
D/E —
0.80
1.22
1.18
1.35
1.22
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-3.60
-4.12
-4.71
-8.01
54.72
-7.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-0.09
0.55
-0.34
-2.37
27.78
-0.24
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.09
1.06
1.02
1.14
1.25
1.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.52
0.50
0.47
0.52
0.54
0.64
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
46.58
44.29
0.00
0.00
38.39
86.08
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
51.98
54.50
0.00
0.00
38.80
58.46
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
16.84
12.75
0.00
0.00
7.82
15.87
วงจรเงินสด —
81.72
86.05
0.00
0.00
69.37
128.66
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-297
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+116
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THE

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-297.03
-156.43%
526.41
-169.32%
-759.40
-153.16%
1,428.65
-6.05%
1,520.57
+52.08%
999.84
+407.22%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
116.46
+3,756.29%
3.02
-100.81%
-374.65
+394.13%
-75.82
+1,159.47%
-6.02
-69.41%
-19.68
+5.41%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
356.79
-166.15%
-539.38
-134.07%
1,582.97
-223.71%
-1,279.56
-24.22%
-1,688.53
+84.05%
-917.45
+681.27%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
176.19
-2,132.18%
-8.67
-101.93%
448.92
+347.40%
100.34
-157.66%
-174.01
-377.48%
62.71
+2.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
199.38
+45.88%
136.67
+80.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
89.15
-37.88%
143.51
-24.79%
190.80
-44.80%
345.63
+288.61%
88.94
-55.39%
0.00