บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.12
0.01 (7.69%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสําหรับปี 2,733.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,205.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78.9% หากไม่นําผลกระทบจาก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมารวมบริษัทจะมีกําไรสําหรับปี 2564 เท่ากับ 1,803.0 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตจาก การขยายธุรกิจของบริษัท
บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน 2,007.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 351.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.2% ซึ่งสอดคล้องกับเงิน กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเกิดจากเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศ (USD) ซึ่งเป็นการกู้ที่เกิดจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใน ประเทศเวียดนาม ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ไปเมื่อปลายปี 2563 และมีการเบิกเงินกู้จากสถาบันการเงินเพื่อนํามาชําระให้แก่ ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2564 ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาก่อสร้างอย่างไรก็ตาม บริษัท มีการชําระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินตามเงื่อนไขที่กําหนดซึ่งจะทําให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงตามเงินต้น ที่ลดลงด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการหุ้น SUPER: ภาพรวมปี 2567 และแนวโน้มอนาคต (อัปเดต)
บทความนี้สรุปและวิเคราะห์ผลประกอบการของ บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER สำหรับปี 2567 โดยอ้างอิงจากเอกสาร "คำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ประจำปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567" ที่บริษัทฯ ได้เผยแพร่ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีการเพิ่มเติมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร, ต้นทุนทางการเงิน, ภาษีเงินได้, สินทรัพย์, หนี้สิน, สภาพคล่อง และปัจจัยที่อาจมีผลต่อการดำเนินงานในอนาคต
**1. สรุปรายได้รวม:**
ในปี 2567 SUPER มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 9,814.71 ล้านบาท ลดลง 4.80% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่ทำได้ 9,343.42 ล้านบาท โดยมีกำไรสำหรับปีอยู่ที่ 1,311.05 ล้านบาท สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้มาจากการจำหน่ายหุ้นสามัญของ บริษัท ทานตะวัน โซล่าร์ จำกัด (TTS) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย ทำให้ไม่ได้รวมผลการดำเนินงานของ TTS เข้ามาในงบการเงินรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถสร้างกระแสเงินสดและรักษาระดับกำไรไว้ได้จากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
บริษัทฯ เผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อเนื่องมาจากปี 2565 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้ปรับโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นโดยการจำหน่ายหุ้น TTS และนำเงินไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
**การลงทุนใหม่และพัฒนาการสำคัญ:**
* จัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท ซุปเปอร์กริน เอนเนอร์ยี จำกัด (SUPERG) และ บริษัท ซุปเปอร์ เคจีอี จำกัด (SUPERKGE) เพื่อขยายธุรกิจผลิตไฟฟ้าและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนกับภาคเอกชนในประเทศไทย
* จำหน่ายหุ้นสามัญของ TTS ให้กับ บริษัท เลอรันตา รีนิวเอเบิลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Leranta)
* จำหน่ายหุ้นสามัญของ บริษัท ซุปเปอร์ เอิร์ธ เอนเนอร์ยี 1 จำกัด (SEE1) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน บริษัท ซุปเปอร์ เอิร์ธ เอนเนอร์ยี 8 จำกัด (SEE8) ที่ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี
* บริษัท เอสพีพี ซิก จำกัด (“SPP6”) ได้เข้าทำสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท ท่าตะโก โซลาร์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด (TKS) ในสัดส่วน 100% เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการประมูลงานในโครงการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเพิ่มเติม
* จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่จํานวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท เพชรบุรี กรีน โฮลติ้ง จํากัด (PETH) และบริษัท ชะอํา กริ่น เอ็นเนอร์จี่ จํากัด (CHAAM)
* บริษัทได้รับการหนุนอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด โดยคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ BBB ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable”
* จัดตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท มินี่แบ ซุปเปอร์ โซล่าร์ พาวเวอร์ จํากัด (MSM) เพื่อดําเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สําหรับภาคเอกชน
* บริษัทได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 1/2568 จํานวน 2 ชุด ด้วยอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ BBB-
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* กำไรขั้นต้น: SUPER มีกำไรขั้นต้น 4,514.04 ล้านบาท ลดลง 7.18% จากปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 48% ลดลงจาก 50% ในปี 2566 สาเหตุหลักมาจากการจำหน่ายหุ้น TTS
* กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBITDA): EBITDA เพิ่มขึ้น 23.23% เป็น 9,631.15 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรก่อนภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (%) เพิ่มขึ้นจาก 80% เป็น 103% และมี EBITDA Margin ที่ 103.08% เนื่องมาจากกำไรจากการจำหน่ายหุ้น TTS และ SEE1
* ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน: บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1,045.89 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการแปลงค่างบการเงินของสินทรัพย์และหนี้สินเงินกู้โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในประเทศเวียดนาม
* ต้นทุนทางการเงิน: บริษัทฯ มีต้นทุนทางการเงิน 3,530.10 ล้านบาท ลดลง 6.82% เนื่องจากการนำเงินที่ได้จากการขายหุ้น TTS ไปชำระคืนหนี้สิน อย่างไรก็ตาม อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยสำหรับเงินกู้ยืมในสกุลเงินบาทลดลง ในขณะที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้น
* ภาษีเงินได้: บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 178.44% เนื่องจากมีการปรับปรุงรายได้ภาษีในปีก่อน และผลจากบัตรส่งเสริมการลงทุนที่หมดอายุ
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* สินทรัพย์รวม: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 73,799.80 ล้านบาท ลดลง 9.67% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง
* หนี้สินรวม: บริษัทฯ มีหนี้สินรวม 51,344.22 ล้านบาท ลดลง 14.08% เนื่องจากการนำเงินจากการขายหุ้น TTS ไปชำระหนี้สิน
* ส่วนของผู้ถือหุ้น: บริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้น 22,455.58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.32% จากกำไรจากการขายหุ้น TTS
* อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจาก 2.72 เท่าในปี 2566 เหลือ 2.29 เท่าในปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของฐานะการเงินที่เพิ่มขึ้น
* อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) ลดลงจาก 2.48 เป็น 2.08
* อัตราส่วนหนี้สินจากสถาบันการเงินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (เท่า) ลดลงจาก 2.16 เป็น 1.80
**5. สภาพคล่อง:**
* เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,314.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28%
* เงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน: 6,056.14 ล้านบาท ลดลง 10% เนื่องจากลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
* เงินสดสุทธิได้มาในกิจกรรมลงทุน: 2,099.01 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย
* เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน: 7,864.81 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนเงินกู้และหุ้นกู้
**6. ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน:**
**ปัจจัยความเสี่ยง:**
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะผลกระทบต่อโครงการในเวียดนาม SUPER มีแผนในการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนโดยใช้เครื่องมือทางการเงินต่างๆ
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย บริษัทฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจะเลือกใช้แผนบริหารจัดการที่เหมาะสม เช่น การทำ Interest Rate Swap
* ความผันผวนของค่าไฟฟ้าฐาน (Ft)
* สภาพภูมิอากาศและฤดูกาลที่มีผลต่อการผลิตไฟฟ้า บริษัทได้ทำประกันภัยความเสียหายจากภัยธรรมชาติและอุบัติภัยและประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก
* การเปลี่ยนแปลงนโยบายทั้งในประเทศและเวียดนาม บริษัทมีการติดตามกฎหมายและระเบียบอย่างใกล้ชิด
**โอกาสในการลงทุน:**
* การขยายกำลังการผลิตจากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น
* การลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
* การพัฒนานวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อรูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต
* การได้รับการหนุนอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating)
* การขยายธุรกิจไปยังภาคเอกชนในโครงการสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง เอกชนกับเอกชน (Private PPA)
**7. สรุปสั้นท้ายสุด:**
แม้ว่า SUPER จะมีรายได้ลดลงในปี 2567 จากการจำหน่ายหุ้น TTS แต่บริษัทฯ ก็ยังสามารถรักษาระดับกำไรไว้ได้จากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ และการมี EBITDA Margin ที่สูงแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการทำกำไรของธุรกิจพลังงานทดแทนของ SUPER นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างทางการเงินและการลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานะการเงินของบริษัทฯ การเพิ่มขึ้นของอัตราส่วนความสามารถชำระดอกเบี้ย แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการชำระดอกเบี้ยที่ดีขึ้น
**การจัดการความเสี่ยงและโอกาส:**
SUPER มุ่งเน้นการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและอัตราดอกเบี้ย และแสวงหาโอกาสในการลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมและการตอบสนองต่อรูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต จะช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว
**ความยั่งยืน (ESG):**
SUPER ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยมีการสนับสนุนกิจกรรมด้านความยั่งยืนต่างๆ เช่น การเข้าร่วมโครงการฟื้นฟูป่าชายเลน, สนับสนุนทุนการศึกษา, มอบสนามฟุตบอลและอุปกรณ์กีฬา, และสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนาโรงเรียนและวัด
**สรุป:** SUPER มีผลประกอบการที่น่าสนใจในปี 2567 แม้ว่ารายได้จะลดลงจากการขาย TTS แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถทำกำไรและปรับปรุงฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้นได้ นอกจากนี้ SUPER ยังให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงและแสวงหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต รวมถึงการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
**คำเตือน:** ข้อมูลนี้เป็นการวิเคราะห์จากข้อมูลที่ให้มาเท่านั้น การตัดสินใจลงทุนควรพิจารณาข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUPER ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,947.36
ล้านบาท
↓ 10.1% YoY
กำไรขั้นต้น
877.76
ล้านบาท
↓ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
45.07
%
กำไรสุทธิ
1,153.64
ล้านบาท
↓ 275.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
59.24
%
D/E Ratio
2.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,947
↓ -10.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
878
↓ -7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,154
↓ -275.6%
YoY
D/E Ratio
2.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUPER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.14
ROE (%)
0.72
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
0.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUPER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,673
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,678
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUPER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,673.01
-26.17%
|
-4,975.08
+130.35%
|
-2,159.78
-151.73%
|
4,174.90
-45.74%
|
7,693.77
-21.66%
|
9,821.32
+156.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,677.55
+404.25%
|
531.00
-53.97%
|
1,153.60
-83.40%
|
6,947.84
-354.25%
|
-2,732.72
-85.46%
|
-18,797.20
+358.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
898.80
-76.43%
|
3,812.89
+110.69%
|
1,809.74
-212.15%
|
-1,613.70
-249.29%
|
1,080.90
-87.30%
|
8,513.55
+1,421.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-96.66
-84.69%
|
-631.18
-178.55%
|
803.56
-28.13%
|
1,118.03
+92.50%
|
580.80
-225.62%
|
-462.34
-263.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-22.57%
|
2,048.89
+11.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
490.24
-62.70%
|
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-25.21%
|