บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.13
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสําหรับปี 2,733.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,205.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78.9% หากไม่นําผลกระทบจาก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมารวมบริษัทจะมีกําไรสําหรับปี 2564 เท่ากับ 1,803.0 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตจาก การขยายธุรกิจของบริษัท
บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน 2,007.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 351.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.2% ซึ่งสอดคล้องกับเงิน กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเกิดจากเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศ (USD) ซึ่งเป็นการกู้ที่เกิดจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใน ประเทศเวียดนาม ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ไปเมื่อปลายปี 2563 และมีการเบิกเงินกู้จากสถาบันการเงินเพื่อนํามาชําระให้แก่ ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2564 ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาก่อสร้างอย่างไรก็ตาม บริษัท มีการชําระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินตามเงื่อนไขที่กําหนดซึ่งจะทําให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงตามเงินต้น ที่ลดลงด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8295 out_tok=2753 at=2026-07-26T07:05:11 -->
# SUPER Q1/2566 กำไรสุทธิหด 6.77% ต้นทุนการเงินพุ่งแรง
## รายได้รวมโต 8.83% รับแรงหนุนจากโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ แต่ต้นทุนการเงินที่สูงขึ้นกดดันกำไรสุทธิ
บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,718.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดกลับลดลง 6.77% มาอยู่ที่ 515.40 ล้านบาท สาเหตุสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ SUPER ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการที่เพิ่มขึ้น 8.68%** ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) แต่ในขณะเดียวกัน **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 48.39%** ได้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 6.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **โครงการ SPP Hybrid ที่จังหวัดสระแก้ว:** โครงการนี้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น 50.98 ล้านบาท
* **โครงการบริหารจัดการขยะมูลฝอยชุมชนแบบครบวงจรจังหวัดหนองคาย:** โครงการนี้เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์เมื่อปลายปี 2565 และเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะเพิ่มขึ้น 48.07%
* **การผลิตไฟฟ้าจากโครงการพลังงานลมที่ดีขึ้น:** สภาพอากาศที่เอื้ออำนวยทำให้ความเร็วลมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมเพิ่มขึ้น 23.86%
* **การบริหารจัดการการซ่อมบำรุงที่ดีขึ้น:** ทำให้สามารถผลิตไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะได้เพิ่มขึ้น
ในส่วนของต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น สาเหตุหลักมาจาก **การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ** เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของรายได้จากโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ๆ เนื่องจากบริษัทมีโครงการที่ COD แล้วเพิ่มเติม และยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้รับการคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่รวม 19 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 361.196 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอย COD ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นนั้น **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากขึ้นอยู่กับทิศทางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566 เพิ่มขึ้น 8.83%** แตะ 2,718.69 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้โครงการใหม่
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 ลดลง 6.77%** เหลือ 515.40 ล้านบาท จากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้น Q1/2566 เพิ่มขึ้น 10.32%** แตะ 1,465.23 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 54.88%
* **ต้นทุนทางการเงิน Q1/2566 พุ่ง 48.39%** เป็น 874.41 ล้านบาท จากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย USD
* **โครงการใหม่ 19 โครงการ กำลังผลิต 361.196 MW** ได้รับคัดเลือกตามระเบียบ FiT ปี 2565
* **กำลังการผลิตตามสัญญา PPA รวม 2,128 MW** เปิดดำเนินการแล้ว 1,608.32 MW
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2566 จำนวน 2,669.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้น 6.27% จากโครงการ SPP Hybrid ที่ COD ใหม่ และค่าความเข้มแสงที่สูงขึ้น รวมถึงรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะที่เพิ่มขึ้นถึง 48.07% จากโครงการที่หนองคาย COD ใหม่ และการบริหารจัดการการผลิตที่ดีขึ้น และรายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เพิ่มขึ้น 23.86% จากสภาพอากาศที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 6.75% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.32% เป็น 1,465.23 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 54.88% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 22.59% เป็น 218.53 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินการของโครงการในเวียดนามและภาษีจากการรับชำระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมจากบริษัทย่อยในเวียดนาม
ปัจจัยสำคัญที่กดดันกำไรสุทธิคือ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 48.39%** เป็น 874.41 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 30.29% และกำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 6.77% เป็น 515.40 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** การได้รับการคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ 19 โครงการ กำลังการผลิตรวม 361.196 เมกะวัตต์ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตเมื่อทยอย COD
* **โครงการ SPP Hybrid ที่ COD ใหม่:** โครงการนี้จะสร้างรายได้ที่มั่นคงต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการขยะ:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะมีศักยภาพในการเติบโตจากการบริหารจัดการขยะชุมชน
* **สภาพอากาศเอื้ออำนวย:** โครงการพลังงานลมและแสงอาทิตย์ได้รับประโยชน์จากสภาพอากาศที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนทางการเงิน
* **ความล่าช้าในการ COD:** สถานการณ์ COVID-19 ในเวียดนามยังส่งผลต่อการกำหนดการ COD ของบางโครงการ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การแปลงค่างบการเงินของทรัพย์สินในเวียดนามได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลง
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบด้านพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าในการ COD โครงการใหม่ 19 โครงการที่ได้รับการคัดเลือก
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงิน
* ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการ COD โครงการในเวียดนาม
* ผลกระทบจากค่า FT ที่อาจเปลี่ยนแปลงต่อรายได้จากโครงการพลังงานความร้อนจากขยะ
* การบริหารจัดการกระแสเงินสดและหนี้สินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **กำลังการผลิต:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2566 มีกำลังการผลิตตามสัญญา PPA รวม 2,128 เมกะวัตต์ เปิดดำเนินการแล้ว 1,608.32 เมกะวัตต์ และมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีกจำนวนมาก
* **รายได้จากพลังงานแสงอาทิตย์:** รายได้จากโครงการในไทยเพิ่มขึ้น 6.27% จากโครงการ SPP Hybrid COD ใหม่ และค่าความเข้มแสงที่ดีขึ้น ส่วนในเวียดนามเพิ่มขึ้น 1.98% จากค่าความเข้มแสงที่สูงขึ้น
* **รายได้จากพลังงานความร้อนจากขยะ:** เพิ่มขึ้นโดดเด่น 48.07% จากโครงการหนองคาย COD ใหม่ และการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากพลังงานลม:** เพิ่มขึ้น 23.86% จากสภาพอากาศที่ดีขึ้น
* **การลงทุนในอนาคต:** การได้รับการคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่ 19 โครงการ แสดงถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 83,189.32 ล้านบาท ลดลง 0.79% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 5.82% จากเงินสดที่ลดลง 44.02% ขณะที่ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 20.40% สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย 0.43% โดยที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ลดลงจากการเสื่อมราคาและการแปลงค่าเงิน
หนี้สินรวมลดลง 1.81% เป็น 61,222.25 ล้านบาท จากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.79 เท่า ซึ่งยังเป็นไปตามเงื่อนไขที่ให้ไว้กับสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.17% เป็น 21,967.07 ล้านบาท จากการรับรู้กำไรในไตรมาส 1 ปี 2566
## สรุปท้าย
SUPER ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานได้ดี จากการรับรู้รายได้จากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม ภาระต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่กดดันให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม การได้รับการคัดเลือกโครงการพลังงานหมุนเวียนใหม่จำนวนมากเป็นสัญญาณบวกต่อการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUPER ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,947.36
ล้านบาท
↓ 10.1% YoY
กำไรขั้นต้น
877.76
ล้านบาท
↓ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
45.07
%
กำไรสุทธิ
1,153.64
ล้านบาท
↓ 275.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
59.24
%
D/E Ratio
2.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,947
↓ -10.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
878
↓ -7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,154
↓ -275.6%
YoY
D/E Ratio
2.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUPER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.14
ROE (%)
0.72
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
0.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUPER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,673
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,678
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUPER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,673.01
-26.17%
|
-4,975.08
+130.35%
|
-2,159.78
-151.73%
|
4,174.90
-45.74%
|
7,693.77
-21.66%
|
9,821.32
+156.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,677.55
+404.25%
|
531.00
-53.97%
|
1,153.60
-83.40%
|
6,947.84
-354.25%
|
-2,732.72
-85.46%
|
-18,797.20
+358.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
898.80
-76.43%
|
3,812.89
+110.69%
|
1,809.74
-212.15%
|
-1,613.70
-249.29%
|
1,080.90
-87.30%
|
8,513.55
+1,421.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-96.66
-84.69%
|
-631.18
-178.55%
|
803.56
-28.13%
|
1,118.03
+92.50%
|
580.80
-225.62%
|
-462.34
-263.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-22.57%
|
2,048.89
+11.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
490.24
-62.70%
|
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-25.21%
|