บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.13
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสําหรับปี 2,733.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,205.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78.9% หากไม่นําผลกระทบจาก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมารวมบริษัทจะมีกําไรสําหรับปี 2564 เท่ากับ 1,803.0 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตจาก การขยายธุรกิจของบริษัท
บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน 2,007.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 351.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.2% ซึ่งสอดคล้องกับเงิน กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเกิดจากเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศ (USD) ซึ่งเป็นการกู้ที่เกิดจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใน ประเทศเวียดนาม ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ไปเมื่อปลายปี 2563 และมีการเบิกเงินกู้จากสถาบันการเงินเพื่อนํามาชําระให้แก่ ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2564 ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาก่อสร้างอย่างไรก็ตาม บริษัท มีการชําระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินตามเงื่อนไขที่กําหนดซึ่งจะทําให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงตามเงินต้น ที่ลดลงด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7709 out_tok=2873 at=2026-07-26T06:36:18 -->
# SUPER Q3/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 10.3% รับแรงหนุนโซลาร์เวียดนาม-FX Gain
## รายได้รวมโต 23.3% แม้โซลาร์ไทยแผ่ว เหตุรับรู้รายได้โครงการใหม่ในเวียดนามเต็มปี ขณะที่ต้นทุนการเงินพุ่ง 32.3%
บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 586.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้น แต่ได้รับแรงหนุนจากรายได้โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SUPER ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม และผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ**
### 1) หัวใจคืออะไร
กำไรสุทธิของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 586.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจาก:
* **รายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม:** เพิ่มขึ้นถึง 156.3% หรือ 455.8 ล้านบาท คิดเป็น 747.6 ล้านบาท
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 165.6% หรือ 350.8 ล้านบาท เป็น 562.7 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน มีปัจจัยที่กดดันผลประกอบการคือ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 32.3%** หรือ 135.8 ล้านบาท เป็น 556.1 ล้านบาท และ **การตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์กรณีน้ำท่วมจำนวน 210.3 ล้านบาท**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนี้เกิดจากการที่บริษัทได้เริ่มรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าเต็มจำนวนของโครงการใหม่ 3 โครงการ กำลังการผลิตรวม 550 เมกะวัตต์ ที่ได้เริ่มจำหน่ายไฟเชิงพาณิชย์ (COD) ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 ทำให้ปีนี้รับรู้รายได้เต็มปี
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเพิ่มขึ้นของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นผลมาจากการที่บริษัทมีเงินกู้ยืมสกุลเงินต่างประเทศ (USD) สำหรับโครงการในเวียดนาม เมื่อค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้เกิดผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** สาเหตุหลักมาจากดอกเบี้ยจ่ายหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น 26.6 ล้านบาท และดอกเบี้ยจ่ายเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศ (USD) ที่เพิ่มขึ้น 109.0 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการเบิกเงินกู้สำหรับโครงการในเวียดนามที่ COD ไปเมื่อปลายปี 2563 และมีการเบิกเงินกู้เพิ่มเติมเพื่อชำระค่าก่อสร้างในช่วงกลางปี 2564
* **ค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์กรณีน้ำท่วม:** เกิดจากการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์ 199.1 ล้านบาทของโครงการโรงไฟฟ้า S2P จำนวน 6 โครงการ (36 เมกะวัตต์) จากเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2563 ซึ่งบริษัทเลือกเรียกร้องค่าเสียหายตามจำนวนเงินที่จะจ่ายเพื่อซื้อแผงโซลาร์เซลล์ใหม่ เพื่อประโยชน์ในระยะยาว และอีก 11.2 ล้านบาทของโครงการ AIQ ที่ยังไม่ได้ COD เนื่องจากติดปัญหาการขอย้ายที่ตั้งโครงการ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม เนื่องจากโครงการใหม่ 550 เมกะวัตต์ ได้เริ่ม COD แล้วและจะรับรู้รายได้เต็มที่ในปีนี้ ส่วนผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** เนื่องจากขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในอนาคต ขณะที่ต้นทุนทางการเงินมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 เติบโต 10.3% YoY** อยู่ที่ 586.4 ล้านบาท จาก 531.6 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2564 เพิ่มขึ้น 23.3% YoY** แตะ 2,035.9 ล้านบาท
* **รายได้จากโซลาร์เวียดนามพุ่ง 156.3%** รับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่ 550 MW
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.3%** จากการกู้ยืมสกุล USD สำหรับโครงการเวียดนาม
* **ตั้งค่าเผื่อด้อยค่าสินทรัพย์น้ำท่วม 210.3 ล้านบาท** จากเหตุการณ์ปี 2563 และโครงการที่ยังไม่ COD
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิพุ่ง 165.6%** เป็น 562.7 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,035.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนามที่เพิ่มขึ้น 156.3% เป็น 747.6 ล้านบาท จาก 291.7 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยลดลง 7.36% เป็น 1,030.4 ล้านบาท เนื่องจากค่าความเข้มแสงลดลงและผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี TFRS 15
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 26.1% เป็น 1,061.9 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 21.4% เป็น 974.0 ล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 36.4% เป็น 194.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการตั้งสำรองหนี้สูญในเวียดนาม 61.8 ล้านบาท ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 18.3% เป็น 778.7 ล้านบาท
เมื่อพิจารณารายได้และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ พบว่า กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายและภาษีเงินได้ (EBIT) เพิ่มขึ้น 8.7% เป็น 827.6 ล้านบาท แต่กำไรก่อนภาษีเงินได้กลับลดลง 20.4% เป็น 271.5 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 32.3% และการตั้งค่าเผื่อการด้อยค่าของสินทรัพย์กรณีน้ำท่วม 210.3 ล้านบาท
ท้ายที่สุด บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 586.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 165.6% เป็น 562.7 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 6,456.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.0% และมีกำไรสุทธิ 2,499.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม:** การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่ 550 MW จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **การขยายธุรกิจ:** การมีโครงการให้บริการผลิตน้ำประปาเพิ่มเติมและการเพิ่มขึ้นของยอดขายน้ำประปา แสดงถึงการเติบโตในธุรกิจสาธารณูปโภค
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ค่าใช้จ่ายในการบริหารจะเพิ่มขึ้นจากการตั้งสำรอง แต่หากไม่รวมรายการดังกล่าว พบว่ามีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของค่าความเข้มแสงและสภาพอากาศ:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและมาตรฐานบัญชี:** การเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชี TFRS 15 ส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะเป็นปัจจัยบวกในไตรมาสนี้ แต่ก็อาจเป็นความเสี่ยงหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
* **ความเสียหายจากภัยธรรมชาติ:** เหตุการณ์น้ำท่วมและฟ้าผ่าส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและต้องมีการตั้งสำรองค่าใช้จ่าย
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การมีภาระดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นส่งผลต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากโครงการโซลาร์ในเวียดนาม:** การรับรู้รายได้เต็มปีและโอกาสในการขยายโครงการเพิ่มเติม
* **ผลกระทบจากค่าความเข้มแสงและสภาพอากาศ:** ต่อรายได้โครงการโซลาร์ในประเทศไทย
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** โดยเฉพาะดอกเบี้ยจ่ายสกุลเงินต่างประเทศ
* **ความคืบหน้าการเคลมค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกัน:** สำหรับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม
* **การพิจารณาการย้ายที่ตั้งโครงการ AIQ:** ซึ่งส่งผลต่อการ COD และการรับรู้รายได้
* **ผลกระทบจากการปรับปรุงรายได้ตามมาตรฐาน TFRS 15 ในไตรมาส 4/2564:**
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **โครงสร้างรายได้:** รายได้หลักยังคงมาจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ โดยสัดส่วนรายได้จากโซลาร์เวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ ขณะที่โซลาร์ไทยมีสัดส่วนลดลงเล็กน้อย
* **การดำเนินงานโครงการ:** โครงการโซลาร์ในไทยได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศและเหตุการณ์ฟ้าผ่า ทำให้รายได้ลดลง ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนจากขยะ (WTE) มีรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่มีโครงการที่ต้องหยุดซ่อมบำรุงเนื่องจากอุปกรณ์เสียหาย
* **การลงทุน:** การรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการใหม่ 550 MW ในเวียดนาม สะท้อนถึงการลงทุนที่เริ่มให้ผลตอบแทน
* **กฎระเบียบ:** การนำมาตรฐาน TFRS 15 มาปฏิบัติส่งผลให้ต้องมีการปรับปรุงการรับรู้รายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดงบดุล งบกระแสเงินสด หรืออัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น D/E Ratio หรือ Net Debt/EBITDA อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 32.3% เป็น 556.1 ล้านบาท บ่งชี้ว่าบริษัทมีการกู้ยืมและมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับโครงการในประเทศเวียดนาม
## สรุปท้าย
SUPER ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกฟื้นกำไรสุทธิให้เติบโตได้ 10.3% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ในเวียดนาม และผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งแกร่ง แม้จะเผชิญกับต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติและโครงการที่ยังไม่ COD อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของสภาพอากาศและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUPER ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,947.36
ล้านบาท
↓ 10.1% YoY
กำไรขั้นต้น
877.76
ล้านบาท
↓ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
45.07
%
กำไรสุทธิ
1,153.64
ล้านบาท
↓ 275.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
59.24
%
D/E Ratio
2.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,947
↓ -10.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
878
↓ -7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,154
↓ -275.6%
YoY
D/E Ratio
2.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUPER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.14
ROE (%)
0.72
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
0.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUPER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,673
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,678
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUPER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,673.01
-26.17%
|
-4,975.08
+130.35%
|
-2,159.78
-151.73%
|
4,174.90
-45.74%
|
7,693.77
-21.66%
|
9,821.32
+156.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,677.55
+404.25%
|
531.00
-53.97%
|
1,153.60
-83.40%
|
6,947.84
-354.25%
|
-2,732.72
-85.46%
|
-18,797.20
+358.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
898.80
-76.43%
|
3,812.89
+110.69%
|
1,809.74
-212.15%
|
-1,613.70
-249.29%
|
1,080.90
-87.30%
|
8,513.55
+1,421.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-96.66
-84.69%
|
-631.18
-178.55%
|
803.56
-28.13%
|
1,118.03
+92.50%
|
580.80
-225.62%
|
-462.34
-263.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-22.57%
|
2,048.89
+11.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
490.24
-62.70%
|
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-25.21%
|