บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
0.13
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
บริษัทมีกําไรสําหรับปี 2,733.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,205.8 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 78.9% หากไม่นําผลกระทบจาก อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศมารวมบริษัทจะมีกําไรสําหรับปี 2564 เท่ากับ 1,803.0 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตจาก การขยายธุรกิจของบริษัท
บริษัทมีต้นทุนทางการเงิน 2,007.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 351.0 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 21.2% ซึ่งสอดคล้องกับเงิน กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น โดยเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเกิดจากเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศ (USD) ซึ่งเป็นการกู้ที่เกิดจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ใน ประเทศเวียดนาม ที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ไปเมื่อปลายปี 2563 และมีการเบิกเงินกู้จากสถาบันการเงินเพื่อนํามาชําระให้แก่ ผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการในช่วงปลายเดือนมิถุนายน 2564 ตามเงื่อนไขที่ระบุในสัญญาก่อสร้างอย่างไรก็ตาม บริษัท มีการชําระคืนเงินกู้ให้กับสถาบันการเงินตามเงื่อนไขที่กําหนดซึ่งจะทําให้ดอกเบี้ยจ่ายลดลงตามเงินต้น ที่ลดลงด้วย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9959 out_tok=2444 at=2026-07-26T06:54:34 -->
# SUPER Q2/2565 กำไรสุทธิวูบ 69% ต้นทุนการเงิน-FX ฉุดรั้ง
## รายได้รวมโต 5.87% แต่ต้นทุนการเงินพุ่ง 48.52% กดดันกำไรสุทธิไตรมาส 2/65 ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยายกำลังการผลิตต่อเนื่อง
บริษัท ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SUPER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 251.58 ล้านบาท ลดลง 69.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 5.87% เป็น 2,375.23 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SUPER ในไตรมาส 2 ปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 69.27% YoY คือ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นกว่า 48.52%** และ **ผลขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ 98.30 ล้านบาท** ซึ่งหักล้างผลกำไรขั้นต้นที่ยังคงเติบโตได้ 4.26% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 218.04 ล้านบาท (YoY) เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมสกุลต่างประเทศ (USD) ที่ใช้ในการชำระค่าก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนาม รวมถึงต้นทุนทางการเงินจากหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขายเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี 2565
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีผลขาดทุนจากการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจำนวน 98.30 ล้านบาทในไตรมาส 2/65 เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 173.44 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเพื่อขยายโครงการ แต่การเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่คาดการณ์ได้ยากและอาจผันผวนได้ในแต่ละไตรมาส ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจต้องมีการกู้ยืมเพิ่มเติมในอนาคต ขณะที่ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 ก็มีจำนวนมากถึง 156.33 ล้านบาท
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 69.27% YoY:** อยู่ที่ 251.58 ล้านบาท จาก 818.75 ล้านบาทในไตรมาส 2/64
* **รายได้รวมเติบโต 5.87% YoY:** อยู่ที่ 2,375.23 ล้านบาท จาก 2,243.50 ล้านบาทในไตรมาส 2/64
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.26% YoY:** อยู่ที่ 1,166.60 ล้านบาท จาก 1,118.95 ล้านบาทในไตรมาส 2/64
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 48.52% YoY:** อยู่ที่ 667.45 ล้านบาท จาก 449.41 ล้านบาทในไตรมาส 2/64
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เกิดขึ้น 98.30 ล้านบาทในไตรมาส 2/65 เทียบกับกำไร 173.44 ล้านบาทในปีก่อน
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** มีการอนุมัติการลงทุนเพิ่มเติมในบริษัทมีเดียมาร์ค จำกัด (MM) และการเข้าซื้อหุ้นบริษัท เอเซียพรีซิชั่น จำกัด (มหาชน) (APCS) รวมถึงการลงทุนในโทเคนดิจิทัล
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 SUPER มีรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 2,313.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.62% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามที่เพิ่มขึ้น 14.01% และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มปี อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 7.04% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 4.26% เป็น 1,166.60 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นถึง 54.81% เป็น 184.78 ล้านบาท ส่วนต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้น 48.52% และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก
ในส่วนของครึ่งปีแรกปี 2565 รายได้รวมเติบโต 5.99% เป็น 4,873.36 ล้านบาท กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 9.48% เป็น 2,494.77 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิลดลง 57.96% เป็น 804.38 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 42.47% และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิต:** บริษัทมีการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเวียดนาม และโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศไทย เช่น โครงการ SPP HYBRID จังหวัดสระแก้ว และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะหนองคายน่าอยู่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าซื้อหุ้น APCS และการลงทุนในโทเคนดิจิทัล อาจเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตและกระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ
* **รายได้จากธุรกิจน้ำประปาและน้ำดิบ:** ธุรกิจนี้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากโครงการบางวาด จังหวัดภูเก็ต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งอาจกระทบต่อกำไรในระยะยาว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
* **การหยุดซ่อมบำรุงโครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะและพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทยบางส่วนมีการหยุดซ่อมบำรุง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้
* **ความล่าช้าในการ COD โครงการ:** โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามบางโครงการยังรอการประกาศแนวทางเรื่องกำหนดการ COD ที่ชัดเจนจากสถานการณ์ COVID-19
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางต้นทุนทางการเงิน:** การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและการกู้ยืมในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบจากค่าเงินบาทต่อผลประกอบการ
* **ความคืบหน้าโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา:** โดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามที่รอ COD
* **ผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนใน APCS และโทเคนดิจิทัล
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **รายได้จากพลังงานแสงอาทิตย์:** รายได้จากโครงการในไทยลดลงเล็กน้อยจากค่าความเข้มแสงที่ลดลงและการหมดสัญญา Adder แต่โครงการในเวียดนามยังคงเติบโตได้ดีจากค่าความเข้มแสงที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากพลังงานขยะ:** ลดลงจากการหยุดซ่อมบำรุงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ
* **รายได้จากพลังงานลม:** เริ่มรับรู้รายได้จากโครงการ HBRE Chu Prong Wind Power Farm ในเวียดนามที่ COD ตั้งแต่ปลายปี 2564
* **กำลังการผลิต:** มีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการที่ COD แล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาจำนวนมาก
* **การโอนขายเข้า SUPEREIF:** มีการโอนขายโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 118 เมกะวัตต์เข้ากองทรัสต์ SUPEREIF
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 83,351.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.62% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 21.69% จากลูกหนี้การค้าและรายได้ค้างรับที่เพิ่มขึ้น ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.41% จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนามและโครงการในไทย รวมถึงเงินจ่ายล่วงหน้าเพื่อซื้อสินทรัพย์
หนี้สินรวมอยู่ที่ 61,356.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.98% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเบิกเงินกู้สกุลต่างประเทศเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในเวียดนาม และการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.79 เท่า ซึ่งยังเป็นไปตามเงื่อนไขที่ให้ไว้แก่สถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2.62% เป็น 21,995.34 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรสำหรับงวดครึ่งปีแรกปี 2565
## สรุปท้าย
SUPER ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้รายได้รวมจะยังเติบโตได้จากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในเวียดนามและโครงการพลังงานลมที่เริ่มรับรู้รายได้ การขยายกำลังการผลิตยังคงเป็นโอกาสสำคัญ แต่ความเสี่ยงด้านต้นทุนทางการเงินและความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUPER ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,947.36
ล้านบาท
↓ 10.1% YoY
กำไรขั้นต้น
877.76
ล้านบาท
↓ 7.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
45.07
%
กำไรสุทธิ
1,153.64
ล้านบาท
↓ 275.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
59.24
%
D/E Ratio
2.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,947
↓ -10.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
878
↓ -7.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,154
↓ -275.6%
YoY
D/E Ratio
2.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUPER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.14
ROE (%)
0.72
ROA (%)
4.85
Book Value/หุ้น
0.74
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUPER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,673
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,678
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUPER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,673.01
-26.17%
|
-4,975.08
+130.35%
|
-2,159.78
-151.73%
|
4,174.90
-45.74%
|
7,693.77
-21.66%
|
9,821.32
+156.77%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,677.55
+404.25%
|
531.00
-53.97%
|
1,153.60
-83.40%
|
6,947.84
-354.25%
|
-2,732.72
-85.46%
|
-18,797.20
+358.21%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
898.80
-76.43%
|
3,812.89
+110.69%
|
1,809.74
-212.15%
|
-1,613.70
-249.29%
|
1,080.90
-87.30%
|
8,513.55
+1,421.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-96.66
-84.69%
|
-631.18
-178.55%
|
803.56
-28.13%
|
1,118.03
+92.50%
|
580.80
-225.62%
|
-462.34
-263.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-22.57%
|
2,048.89
+11.41%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
490.24
-62.70%
|
1,314.27
+28.36%
|
1,023.92
-51.78%
|
2,123.42
+7.77%
|
1,970.35
+24.19%
|
1,586.55
-25.21%
|