บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)
สรุปสั้น
ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9)
* ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3725 out_tok=2581 at=2026-07-26T06:09:59 -->
# STPI พลิกกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท ปี 64 หลังรายได้โต-รับรู้กำไรพิเศษ
## รายได้จากการดำเนินงานพุ่ง 28% รับอานิสงส์งานรับจ้างผลิต-ค่าบริการเก็บรักษาสินค้า ขณะที่รายการด้อยค่าสินทรัพย์ปีก่อนหมดไป
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 837 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน 28% รวมถึงการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ และการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์เหมือนปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ STPI พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาทในปี 2564 มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการดำเนินงาน** ประกอบกับ **การไม่มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์** ที่เคยเกิดขึ้นจำนวนมากในปี 2563 โดยรายได้จากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 28% หรือ 495 ล้านบาท แตะระดับ 2,259 ล้านบาท ขณะที่ปี 2563 ขาดทุนสุทธิ 837 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **ส่วนงานรับจ้างผลิต:** มีโครงการในมือมากขึ้น ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 293 ล้านบาท โดยมีรายได้จากค่าบริการเก็บรักษาสินค้าระหว่างหยุดงานโครงการ 231 ล้านบาท และรายได้จากการขายเครื่องจักรก่อสร้างและอื่นๆ 62 ล้านบาท
* **กำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน:** บริษัทรับรู้กำไรจำนวน 136 ล้านบาท จากการจำหน่ายสิทธิการเช่าและ/หรือสิทธิการเช่าช่วงให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เคทีบีเอสทีมิกซ์ (กองทรัสต์ฯ)
นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการยังปรับตัวดีขึ้น** จาก -18% ในปี 2563 เป็น 6% ในปี 2564 เนื่องจากสามารถเจรจาขอเพิ่มมูลค่าสัญญาได้บางส่วน และรับรู้รายได้ค่าบริการเก็บรักษาสินค้าเพิ่มขึ้น โดยไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มมากนัก
ในส่วนของ **การไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์** ในปี 2564 ซึ่งแตกต่างจากปี 2563 ที่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์ ความเสียหายจากคดีความ และประมาณการหนี้สินระยะยาวอื่นรวมประมาณ 795 ล้านบาท ทำให้ภาระค่าใช้จ่ายในปีนี้ลดลงอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยอื่น**
* **รายได้จากงานรับจ้างผลิต:** มีแนวโน้มต่อเนื่องหากมีโครงการในมือเพียงพอ
* **รายได้ค่าบริการเก็บรักษาสินค้า:** อาจเป็นลักษณะครั้งคราว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์โครงการ
* **กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์:** เป็นรายการพิเศษ ไม่น่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปี
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** มีการปรับปรุงที่ดีขึ้น แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 172 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน 50 ล้านบาท บ่งชี้ว่าการบริหารต้นทุนยังเป็นประเด็นสำคัญ
โดยรวมแล้ว การพลิกกลับมามีกำไรของ STPI ในปี 2564 ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยที่หลากหลาย ทั้งการดำเนินงานปกติที่ดีขึ้น และรายการพิเศษที่เข้ามาช่วยเสริม ทำให้ผลประกอบการโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาท:** จากขาดทุน 837 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการดำเนินงานโต 28%:** แตะ 2,259 ล้านบาท จาก 1,763 ล้านบาทในปี 2563
* **งานรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้น:** ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและรับรู้รายได้เพิ่ม 275 ล้านบาท
* **รับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์:** จำนวน 136 ล้านบาท จากการจำหน่ายสิทธิการเช่า
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** จาก -18% ในปี 2563 เป็น 6% ในปี 2564
* **ไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์:** ต่างจากปีก่อนที่มีรายการกว่า 795 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 2,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับ 1,763 ล้านบาทในปี 2563 การเพิ่มขึ้นของรายได้หลักมาจากส่วนงานรับจ้างผลิตที่มีโครงการในมือมากขึ้น ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น 275 ล้านบาท นอกจากนี้ รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 293 ล้านบาท โดยมีรายได้จากค่าบริการเก็บรักษาสินค้าระหว่างหยุดงานโครงการ 231 ล้านบาท และรายได้จากการขายและบริการเครื่องจักรก่อสร้างและอื่นๆ 62 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม รายได้จากส่วนงานให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงประมาณ 73 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 แต่บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนจำนวน 136 ล้านบาท
ในด้านอัตรากำไรขั้นต้น จากที่เคยขาดทุนขั้นต้น 18% ในปี 2563 เนื่องจากปริมาณงานไม่เต็มกำลังการผลิตและต้นทุนโครงการขยายเวลา ในปี 2564 บริษัทสามารถเจรจาขอเพิ่มมูลค่าสัญญาได้บางส่วน และรับรู้รายได้ค่าบริการเก็บรักษาสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นจาก 25% ในปี 2563 เป็น 40% ในปี 2564
นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในปี 2564 อยู่ที่ 187 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 201% เมื่อเทียบกับ 62 ล้านบาทในปี 2563
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาทในปี 2564 จากที่ขาดทุน 837 ล้านบาทในปี 2563 คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน การรับรู้กำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ และการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์และประมาณการหนี้สินอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นจำนวนมากในปี 2563
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของโครงการในมือ:** ส่วนงานรับจ้างผลิตมีโครงการในมือมากขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **รายได้จากค่าบริการเก็บรักษาสินค้า:** เป็นรายได้เสริมที่เกิดขึ้นจากการบริหารจัดการโครงการ
* **การบริหารต้นทุน:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น และค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนลดลง แสดงถึงความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้จากส่วนงานให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ และอาจส่งผลต่อการดำเนินงานในอนาคตได้
* **ปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต:** แม้จะดีขึ้น แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 172 ล้านบาท ซึ่งบ่งชี้ว่าการใช้กำลังการผลิตยังไม่เต็มที่
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในปีนี้จะบันทึกกำไร แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณงานในมือ (Backlog) ของส่วนงานรับจ้างผลิต:** จะเพียงพอต่อการรับรู้รายได้และใช้กำลังการผลิตให้เต็มที่หรือไม่
* **แนวโน้มรายได้จากค่าบริการเก็บรักษาสินค้า:** จะเป็นรายได้ที่ต่อเนื่องหรือเป็นเพียงรายการชั่วคราว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน และการเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **สถานการณ์การให้เช่าอสังหาริมทรัพย์:** จะฟื้นตัวได้มากน้อยเพียงใดหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* **ความสามารถในการทำกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** จะยังคงมีกำไรต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของ **การดำเนินงานหลัก** ของ STPI คือ **การรับจ้างผลิต** ซึ่งในปี 2564 ได้รับอานิสงส์จากปริมาณโครงการในมือที่เพิ่มขึ้น ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากการขายและบริการเครื่องจักรก่อสร้างและอื่นๆ ซึ่งเป็นส่วนเสริม
สำหรับ **ส่วนงานให้เช่าอสังหาริมทรัพย์** ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ทำให้รายได้ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการ **จำหน่ายสินทรัพย์** คือ สิทธิการเช่าและ/หรือสิทธิการเช่าช่วง ให้แก่กองทรัสต์ฯ ซึ่งสามารถรับรู้กำไรจากการจำหน่ายได้จำนวน 136 ล้านบาท
ในด้าน **ต้นทุนและการบริหารจัดการ** อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก จากการเจรจาขอเพิ่มมูลค่าสัญญา และการรับรู้รายได้ค่าบริการเก็บรักษาสินค้า อย่างไรก็ตาม ยังคงมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนจำนวน 172 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถลดทอนส่วนนี้ลงได้อีกหรือไม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการบันทึก **หนี้สินภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี** จำนวน 128 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากกำไรจากการจำหน่ายสิทธิการเช่าฯ ให้แก่กองทรัสต์ฯ
## สรุปท้าย
STPI พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 320 ล้านบาทในปี 2564 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะจากส่วนงานรับจ้างผลิต และการรับรู้กำไรพิเศษจากการจำหน่ายสินทรัพย์ ประกอบกับการไม่มีรายการด้อยค่าสินทรัพย์เหมือนปีก่อน แม้ว่ารายได้จากค่าเช่าจะลดลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ต้องจับตาว่าจะมีแนวโน้มต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากผลกระทบ COVID-19 และการใช้กำลังการผลิตที่ยังไม่เต็มที่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
828.15
ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87
ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09
%
กำไรสุทธิ
-93.07
ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24
%
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208%
YoY
D/E Ratio
0.65
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-529.15
+17.98%
|
-448.50
-48.71%
|
-874.47
+3,336.03%
|
-25.45
-102.22%
|
1,146.25
-471.99%
|
-308.14
-112.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.36
-116.71%
|
-295.38
-133.90%
|
871.29
+259.61%
|
242.29
-74.88%
|
964.50
+91.94%
|
502.51
-127.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
418.88
+2.70%
|
407.87
-203.80%
|
-392.94
-783.85%
|
57.46
-103.34%
|
-1,720.01
+123.85%
|
-768.38
-669.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.78
-63.97%
|
-304.72
-21.77%
|
-389.50
-242.00%
|
274.29
-29.80%
|
390.74
-168.07%
|
-574.02
-182.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|
1,065.97
+187.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
387.61
-21.61%
|
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|