บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)
สรุปสั้น
ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9)
* ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3452 out_tok=1899 at=2026-07-26T06:35:49 -->
# STPI พลิกขาดทุนหนัก Q3/2564 สู่กำไร 180 ล้านบาท รับอานิสงส์ปรับมูลค่าสัญญา-กำไร FX
## รายได้จากการดำเนินงานพุ่ง 47% หลังเจรจาลูกค้าสำเร็จ ขณะต้นทุนโครงการปีกลายกดดันผลงาน
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI พลิกฟื้นผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 กลับมามีกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 129 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานกับลูกค้า ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STPI พลิกจากขาดทุน 129 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 มาเป็นกำไรสุทธิ 180 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานกับลูกค้าที่ส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 47% และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางาน:** แม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะยังคงส่งผลกระทบต่อปริมาณงานรับจ้างผลิต แต่บริษัทฯ สามารถเจรจาข้อตกลงกับลูกค้าเพื่อปรับเพิ่มมูลค่าสัญญาได้สำเร็จ ทำให้สามารถรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น และส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างผลิตปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ ในไตรมาส 3 ปี 2563 บริษัทฯ มีการรับรู้ต้นทุนโครงการตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินเพิ่มเติมจำนวน 117 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ไม่มีในไตรมาสปัจจุบัน ทำให้ฐานเปรียบเทียบของต้นทุนดีขึ้น
* **รายได้ส่วนงานขายและบริการ:** มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการส่งมอบเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้นและรายได้จากค่าบริการเก็บรักษาสินค้า
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** บริษัทฯ สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น ลดลงประมาณ 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทฯ รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 77% เมื่อเทียบกับ 40 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และสัญญาซื้อขายเงินตราต่างประเทศล่วงหน้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการกับลูกค้าท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำในระยะยาว แต่การที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า จะช่วยลดผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** STPI กลับมามีกำไรสุทธิ 180 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 จากที่เคยขาดทุน 129 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้โต 47%:** รายได้จากการดำเนินงานรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 424 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปัจจัยหนุนหลัก:** การปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานกับลูกค้า และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนโครงการปีกลาย:** ไตรมาส 3 ปี 2563 มีการรับรู้ต้นทุนโครงการพิเศษ 117 ล้านบาท ซึ่งไม่มีในไตรมาสปัจจุบัน
* **คุมค่าใช้จ่ายบริหาร:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 22%
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 623 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับ 424 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2563 แม้จะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 แต่การปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานกับลูกค้าส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างผลิตปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลง 22% และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น 77% ส่งผลให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 180 ล้านบาท พลิกจากที่เคยขาดทุน 129 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการสัญญาลูกค้า:** ความสามารถในการเจรจาปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานกับลูกค้า แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างรายได้และรักษาอัตรากำไรภายใต้สภาวะตลาดที่ท้าทาย
* **การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการต้นทุนโครงการและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่มีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **รายได้จากส่วนงานขายและบริการ:** การมีคำสั่งซื้อเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้นและรายได้จากค่าบริการเก็บรักษาสินค้า เป็นปัจจัยเสริมรายได้
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณงานและห่วงโซ่อุปทาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานกับลูกค้าในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบของสถานการณ์ COVID-19 ต่อปริมาณงานรับจ้างผลิต
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยน และประสิทธิภาพของการบริหารความเสี่ยง
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารอย่างต่อเนื่อง
* การส่งมอบเครื่องจักรและรายได้จากค่าบริการเก็บรักษาสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของการดำเนินงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการรับจ้างผลิต แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงมูลค่า Backlog หรือ Presale โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ สามารถปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานได้ แสดงให้เห็นถึงการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่สอดคล้องกับสภาวะตลาดและต้นทุนที่อาจปรับสูงขึ้น การที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างผลิตปรับตัวดีขึ้น เป็นสัญญาณบวกต่อความสามารถในการทำกำไรของโครงการที่กำลังดำเนินการอยู่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและรายได้ที่ดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานในอนาคต
## สรุปท้าย
STPI โชว์ผลงานไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 180 ล้านบาท จากการบริหารจัดการสัญญาลูกค้าที่ประสบความสำเร็จ ทำให้รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 47% และการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น แม้ความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงอยู่ แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพและแนวโน้มการปรับเพิ่มมูลค่าสัญญาที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง เป็นปัจจัยที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
828.15
ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87
ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09
%
กำไรสุทธิ
-93.07
ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24
%
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208%
YoY
D/E Ratio
0.65
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-529.15
+17.98%
|
-448.50
-48.71%
|
-874.47
+3,336.03%
|
-25.45
-102.22%
|
1,146.25
-471.99%
|
-308.14
-112.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.36
-116.71%
|
-295.38
-133.90%
|
871.29
+259.61%
|
242.29
-74.88%
|
964.50
+91.94%
|
502.51
-127.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
418.88
+2.70%
|
407.87
-203.80%
|
-392.94
-783.85%
|
57.46
-103.34%
|
-1,720.01
+123.85%
|
-768.38
-669.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.78
-63.97%
|
-304.72
-21.77%
|
-389.50
-242.00%
|
274.29
-29.80%
|
390.74
-168.07%
|
-574.02
-182.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|
1,065.97
+187.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
387.61
-21.61%
|
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|