STPI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STPI
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)

สรุปสั้น

ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9) * ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3476 out_tok=2875 at=2026-07-26T07:04:42 --> # STPI กำไร Q1/2566 พุ่งกว่า 6 เท่า รับรายได้ผลิต-บริหารต้นทุนหนุน ## รายได้ผลิตโต-ค่าใช้จ่ายคดีลด หนุนกำไร STPI ก้าวกระโดด ขณะที่ขาดทุน FX-เงินลงทุนลดลง บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า เมื่อเทียบกับ 18 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STPI ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับจ้างผลิต และการลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น คือ **กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่า** จาก 18 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็น 122 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2566 ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **รายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 18%** โดยเฉพาะส่วนงานรับจ้างผลิตที่สามารถรับรู้รายได้มากขึ้น ประกอบกับการ **ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ นอกจากนี้ การกลับมามีกำไรจากเงินลงทุนและการลดลงของขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนก็มีส่วนช่วยเสริม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้น:** ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและสามารถรับรู้รายได้ในปี 2566 มีมากกว่าปี 2565 อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ายังมีปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้ยังมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 55 ล้านบาท ซึ่งสูงขึ้น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน * **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** มีรายได้จากการรับจ้างผลิตบางส่วนที่รับรู้ต้นทุนไปแล้วในปีก่อน แต่เพิ่งสามารถรับรู้รายได้ในปีนี้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงประมาณ 46% เนื่องจากบริษัทได้ผ่านขั้นตอนการสืบพยานและยื่นเอกสารในคดีอนุญาโตตุลาการของบริษัทย่อยไปแล้วตั้งแต่ช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลดลงอย่างมากในไตรมาสปัจจุบัน * **การกลับมามีกำไรจากเงินลงทุน:** ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทรับรู้ขาดทุนจากเงินลงทุน 42 ล้านบาท จากผลกระทบวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ในปี 2566 สถานการณ์ดีขึ้น ทำให้บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากเงินลงทุน 12 ล้านบาท * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง:** ไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 10 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ที่มีกำไร 9 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยอื่น:** รายได้จากการรับจ้างผลิตมีแนวโน้มที่จะต่อเนื่อง หากปริมาณงานยังคงมีเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญนี้ เป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การที่ยังมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวนมาก และการเปลี่ยนแปลงของรายได้จากการให้บริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าโครงการใหญ่ที่ไม่มีแล้วในไตรมาสปัจจุบัน เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา นอกจากนี้ ผลกำไรจากเงินลงทุนและการเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่ผันผวนและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิพุ่งกว่า 6 เท่า:** STPI มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 * **รายได้รวมเติบโต 18%:** รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149 ล้านบาท จาก 820 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการรับจ้างผลิตเป็นแรงหนุนหลัก:** ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยผลักดันรายได้จากการดำเนินงาน * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 46%:** การลดลงของค่าใช้จ่ายดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำไร * **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** การรับรู้รายได้ที่ล่าช้ากว่าต้นทุนบางส่วนช่วยหนุนอัตรากำไร * **กลับมามีกำไรจากเงินลงทุน:** สถานการณ์ตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นส่งผลให้บริษัทบันทึกกำไรจากเงินลงทุน 12 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 969 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149 ล้านบาท หรือ 18% เมื่อเทียบกับ 820 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและสามารถรับรู้รายได้ในปี 2566 มากกว่าปี 2565 อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการลดลงเนื่องจากไม่มีการให้บริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าของโครงการใหญ่แล้วในไตรมาสปัจจุบัน แต่รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นประมาณ 28% จากการลงทุนในคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มเติม อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีรายได้จากการรับจ้างผลิตบางส่วนที่รับรู้ต้นทุนไปแล้วในปีก่อน แต่เพิ่งสามารถรับรู้รายได้ในไตรมาสปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิตส่งผลให้ยังมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 55 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีก่อนประมาณ 28% บริษัทรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 10 ล้านบาท ในขณะที่ปีก่อนมีกำไร 9 ล้านบาท และรับรู้กำไรจากเงินลงทุน 12 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่รับรู้ขาดทุน 42 ล้านบาท จากผลกระทบวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงประมาณ 46% เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการของบริษัทย่อยลดลงอย่างมาก จากปัจจัยทั้งหมดข้างต้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 122 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 18 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 ## โอกาส * **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับจ้างผลิต:** หากปริมาณงานยังคงมีต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต * **การลงทุนในคลังสินค้าให้เช่า:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนถึงการเติบโตในธุรกิจนี้ * **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร * **การฟื้นตัวของตลาดเงินลงทุน:** สถานการณ์ตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นช่วยให้บริษัทสามารถบันทึกกำไรจากเงินลงทุนได้ ## ความเสี่ยง * **ปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต:** ยังคงมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถเพิ่มปริมาณงานได้ * **การพึ่งพิงรายได้จากการรับจ้างผลิต:** การเปลี่ยนแปลงของปริมาณงานรับจ้างผลิตอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการทำกำไร * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดเงินลงทุน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคต * **การยกเลิกบริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าโครงการใหญ่:** การที่ไม่มีรายได้จากส่วนงานนี้อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มปริมาณงานรับจ้างผลิต:** จะสามารถเพิ่มปริมาณงานให้เต็มกำลังการผลิตได้หรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนโรงงาน:** จะสามารถควบคุมหรือลดค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนได้มากน้อยเพียงใด * **การเติบโตของรายได้ค่าเช่า:** จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตของรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **สภาวะตลาดเงินลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยน:** จะส่งผลกระทบต่อกำไร/ขาดทุนจากเงินลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไร * **การหาแหล่งรายได้ใหม่ทดแทน:** การไม่มีรายได้จากบริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าโครงการใหญ่ จะมีแผนการหาแหล่งรายได้ใหม่มาทดแทนหรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างของ STPI ในไตรมาส 1 ปี 2566 พบว่า: * **รายได้จากการรับจ้างผลิต:** เป็นส่วนงานหลักที่สร้างรายได้และมีปริมาณงานเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าปริมาณงานยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้ยังมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 55 ล้านบาท ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มปริมาณงานเพื่อลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้หรือไม่ * **รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์:** มีการเติบโตประมาณ 28% ซึ่งสะท้อนถึงการลงทุนเพิ่มเติมในคลังสินค้าให้เช่า การเติบโตในส่วนนี้เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระจายความเสี่ยงด้านรายได้ * **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับมูลค่า Backlog ที่ชัดเจน จึงไม่สามารถประเมินความต่อเนื่องของรายได้จากการรับจ้างผลิตในอนาคตจากจุดนี้ได้ * **การโอนโครงการใหม่/Presale:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยอดขายรอโอน (Presale) หรือมูลค่าการโอนโครงการใหม่ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น ยอดหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึงการลงทุนในคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลต่อการลงทุนและหนี้สินของบริษัท ## สรุปท้าย STPI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งกว่า 6 เท่า จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการรับจ้างผลิตและการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น โดยเฉพาะการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่ที่การเพิ่มปริมาณงานให้เต็มกำลังการผลิตเพื่อลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน รวมถึงการติดตามความผันผวนของตลาดเงินลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
828.15 ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87 ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09 %
กำไรสุทธิ
-93.07 ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24 %
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208% YoY
D/E Ratio
0.65

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
828.15
+45.30%
569.94
-48.43%
1,105.29
+2.97%
1,073.45
-0.66%
1,080.58
+353.03%
238.52
-40.97%
กำไรขั้นต้น
33.87
-74.63%
133.48
-64.78%
378.98
+325.02%
89.17
-39.52%
147.44
+195.78%
49.85
+105.62%
ค่าใช้จ่ายรวม
156.69
+39.17%
112.59
+53.16%
73.51
+1.27%
72.58
-30.06%
103.78
+45.12%
71.51
-48.30%
กำไรสุทธิ
-93.07
-208.03%
86.15
+501.44%
14.32
+126.22%
-54.63
-153.97%
101.22
+118.05%
-560.79
-232.42%
กำไรต่อหุ้น
-0.05
-206.25%
0.05
+500.00%
0.01
+126.67%
-0.03
-153.57%
0.06
+118.12%
-0.31
-232.26%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
4.09
-82.54%
23.42
-31.70%
34.29
+312.64%
8.31
-39.08%
13.64
-34.74%
20.90
+109.52%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
18.92
-4.20%
19.75
+196.99%
6.65
-1.63%
6.76
-29.58%
9.60
-67.98%
29.98
-12.42%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-11.24
-174.34%
15.12
+1,063.08%
1.30
+125.54%
-5.09
-154.32%
9.37
+103.99%
-235.11
-463.14%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
-12.83
+90.64%
-137.12
+72.33%
-495.47
-546.65%
110.93
-31.46%
161.84
0.00
ROE(%)
2.25
+100.89%
1.12
-57.58%
2.64
+238.95%
-1.90
-144.81%
4.24
+140.15%
-10.56
-4,500.00%
ROA(%)
3.08
+88.96%
1.63
+5.16%
1.55
+220.16%
-1.29
-131.77%
4.06
+147.60%
-8.53
-1,650.91%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.65
-8.45%
0.71
+24.56%
0.57
+29.55%
0.44
-6.38%
0.47
-27.69%
0.65
-14.47%
P/E
22.13
-92.74%
304.85
+680.67%
39.05
-93.57%
607.39
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
0.92
+31.43%
0.70
+7.69%
0.65
-25.29%
0.87
-35.56%
1.35
+87.50%
0.72
-43.31%
BV
4.89
+6.77%
4.58
-7.47%
4.95
+3.99%
4.76
4.76
-4.23%
4.97
-6.58%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
11.42
ราคาหุ้น
4.52
+40.37%
3.22
3.22
-22.60%
4.16
-35.00%
6.40
+79.78%
3.56
-47.26%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
2,729.88
-13.59%
3,159.34
-8.75%
3,462.35
-14.11%
4,030.91
-18.89%
4,969.40
+24.70%
3,985.11
-13.41%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
12,443.60
-0.09%
12,455.05
+41.83%
8,781.57
+23.65%
7,101.96
+5.86%
6,708.72
-22.73%
8,682.45
+5.53%
รวมสินทรัพย์
15,173.48
-2.82%
15,614.40
+27.53%
12,243.92
+9.98%
11,132.87
-4.67%
11,678.12
-7.81%
12,667.56
-1.27%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
1,480.04
-37.77%
2,378.48
+6.01%
2,243.72
+122.71%
1,007.45
-13.85%
1,169.35
-35.76%
1,820.41
+21.23%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
4,500.37
+8.95%
4,130.86
+89.49%
2,180.00
-8.29%
2,376.93
-6.87%
2,552.27
-19.64%
3,176.17
+41.92%
รวมหนี้สิน
5,980.41
-8.13%
6,509.33
+47.15%
4,423.72
+30.71%
3,384.38
-9.06%
3,721.62
-25.52%
4,996.58
+33.61%
รวมส่วนของเจ้าของ
9,193.07
+0.97%
9,105.06
+16.43%
7,820.20
+0.93%
7,748.49
-2.61%
7,956.50
+3.72%
7,670.99
-15.61%
D/E
0.65
0.71
0.57
0.44
0.47
0.65
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
2.25
1.12
2.64
-1.90
4.24
-10.56
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
3.08
1.63
1.55
-1.29
4.06
-8.53
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.84
1.33
1.54
4.00
4.25
2.19
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.92
0.67
0.79
2.84
3.19
0.45
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
87.93
118.44
0.00
0.00
65.41
46.82
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
28.91
38.86
0.00
0.00
88.39
84.92
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
66.68
126.98
0.00
0.00
76.56
82.11
วงจรเงินสด
50.16
30.33
0.00
0.00
77.25
49.63
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-529.15
+17.98%
-448.50
-48.71%
-874.47
+3,336.03%
-25.45
-102.22%
1,146.25
-471.99%
-308.14
-112.78%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
49.36
-116.71%
-295.38
-133.90%
871.29
+259.61%
242.29
-74.88%
964.50
+91.94%
502.51
-127.16%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
418.88
+2.70%
407.87
-203.80%
-392.94
-783.85%
57.46
-103.34%
-1,720.01
+123.85%
-768.38
-669.47%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-109.78
-63.97%
-304.72
-21.77%
-389.50
-242.00%
274.29
-29.80%
390.74
-168.07%
-574.02
-182.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
494.49
+89.27%
261.26
-20.78%
329.81
-66.36%
980.44
+101.45%
486.68
-54.34%
1,065.97
+187.53%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
387.61
-21.61%
494.49
+89.27%
261.26
-20.78%
329.81
-66.36%
980.44
+101.45%
486.68
-54.34%