บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)
สรุปสั้น
ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9)
* ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3414 out_tok=2332 at=2026-07-26T06:54:07 -->
STPI พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/65 พุ่ง 163 ล้านบาท รับผลกระทบต้นทุนโครงการใหม่-ขาดทุน FX
ฝ่ายจัดการ STPI ชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 163 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 5 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหม่ที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชี ประกอบกับปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STPI ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 163 ล้านบาท มาจากปัจจัยกดดันด้านต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหม่ที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินได้ ส่งผลให้เกิดขาดทุนขั้นต้น นอกจากนี้ ปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิตทำให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 43 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการเพิ่มเติม ได้แก่ การรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 11 ล้านบาท จากการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่บันทึกกำไร 50 ล้านบาท รวมถึงการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในตลาดที่ผันผวนจำนวน 34 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่บันทึกกำไร 14 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ปัจจัยกดดันด้านต้นทุนโครงการใหม่และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโรงงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุนมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาสได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 69%:** อยู่ที่ 669 ล้านบาท จาก 397 ล้านบาทใน Q2/2564 เนื่องจากส่วนงานรับจ้างผลิตมีโครงการในมือมากขึ้น และโครงการใหญ่ที่เคยหยุดงานได้กลับมาเริ่มก่อสร้าง
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** บริษัทแสดงผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 163 ล้านบาทใน Q2/2565 เทียบกับขาดทุน 5 ล้านบาทใน Q2/2564
* **ต้นทุนโครงการใหม่กดดันกำไรขั้นต้น:** ต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการค่อนข้างสูง แต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชี ทำให้เกิดขาดทุนขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนยังคงสูง:** อยู่ที่ 43 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณงานยังไม่เต็มกำลังการผลิต
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินลงทุน:** รับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 11 ล้านบาท และขาดทุนจากเงินลงทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง 34 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2565 มีจำนวนรวม 669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 272 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 69 เมื่อเทียบกับ 397 ล้านบาทของไตรมาสที่ 2 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากส่วนงานรับจ้างผลิตมีโครงการในมือมากขึ้น และโครงการใหญ่ที่เคยหยุดงานชั่วคราวได้กลับมาเริ่มงานก่อสร้างแล้วในไตรมาสปัจจุบัน ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและสามารถรับรู้รายได้ในปี 2565 มากกว่าปี 2564 อย่างไรก็ตาม การให้บริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าของโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการลดลง ส่วนรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงกว่าร้อยละ 55 จากการที่บริษัทย่อยได้จำหน่ายสิทธิการเช่าและ/หรือสิทธิการเช่าช่วงให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เคทีบีเอสทีมิกซ์ เมื่อปลายปี 2564
อย่างไรก็ดี ต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการค่อนข้างสูง แต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินได้ ส่งผลให้เกิดขาดทุนขั้นต้น ประกอบกับปริมาณงานที่ยังคงไม่เต็มกำลังการผลิต ส่งผลให้ยังคงมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 43 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
ไตรมาสปัจจุบันบริษัทรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 11 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนรับรู้กำไร 50 ล้านบาท
วิกฤติเศรษฐกิจยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดลงทุนทั่วโลกต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ซึ่งบริษัทจะต้องแสดงเงินลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรม ส่งผลให้มีขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนในไตรมาสปัจจุบันรวมจำนวน 34 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 14 ล้านบาท
จากสาเหตุดังกล่าวทำให้บริษัทแสดงผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 163 ล้านบาทสำหรับไตรมาสที่ 2 ปี 2565 ในขณะที่ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 ขาดทุน 5 ล้านบาท
## โอกาส
* **ปริมาณงานรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้น:** การที่โครงการใหญ่ที่เคยหยุดงานได้กลับมาเริ่มก่อสร้าง ส่งผลให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและสามารถรับรู้รายได้ในปี 2565 เพิ่มขึ้น
* **การกลับมาของโครงการ:** การที่โครงการใหญ่กลับมาเริ่มงานก่อสร้างเป็นสัญญาณบวกต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนโครงการใหม่ที่ยังไม่รับรู้รายได้:** ต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการค่อนข้างสูง แต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชี ทำให้เกิดขาดทุนขั้นต้น
* **ปริมาณงานไม่เต็มกำลังการผลิต:** ส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ความผันผวนของมูลค่าเงินลงทุน:** วิกฤติเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อตลาดลงทุน ทำให้เกิดขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน
* **ผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ:** ตลาดลงทุนทั่วโลกยังคงได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัทในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* การบริหารจัดการต้นทุนโครงการใหม่ เพื่อให้สามารถรับรู้รายได้และกำไรได้ตามแผน
* การเพิ่มปริมาณงานให้เต็มกำลังการผลิต เพื่อลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน
* แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยนและสภาวะตลาดเงินลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
* ความคืบหน้าของโครงการที่กลับมาเริ่มก่อสร้าง และการรับรู้รายได้จากโครงการเหล่านั้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของรายได้จากการดำเนินงาน ไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 669 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากส่วนงานรับจ้างผลิตที่มีโครงการในมือมากขึ้น และโครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักได้กลับมาเริ่มดำเนินการก่อสร้างอีกครั้ง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณงานที่ดำเนินการและรับรู้รายได้เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการบางส่วนลดลง เนื่องจากโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการในส่วนของการให้บริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าเสร็จสิ้นไปแล้ว
ในขณะที่รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงกว่า 55% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่บริษัทย่อยได้จำหน่ายสิทธิการเช่าและ/หรือสิทธิการเช่าช่วงให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เคทีบีเอสทีมิกซ์ ไปในช่วงปลายปี 2564
ในด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการระบุว่าต้นทุนการเตรียมงานในช่วงเริ่มต้นโครงการใหม่ค่อนข้างสูง แต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินได้ ทำให้เกิดผลขาดทุนขั้นต้น นอกจากนี้ ปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิตยังส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 43 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 2 ปี 2565
## สรุปท้าย
STPI ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากการพลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 163 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนโครงการใหม่ที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชี และปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นและค่าใช้จ่ายโรงงาน แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาของโครงการรับจ้างผลิต แต่ปัจจัยลบด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุนที่ผันผวน ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
828.15
ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87
ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09
%
กำไรสุทธิ
-93.07
ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24
%
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208%
YoY
D/E Ratio
0.65
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-529.15
+17.98%
|
-448.50
-48.71%
|
-874.47
+3,336.03%
|
-25.45
-102.22%
|
1,146.25
-471.99%
|
-308.14
-112.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.36
-116.71%
|
-295.38
-133.90%
|
871.29
+259.61%
|
242.29
-74.88%
|
964.50
+91.94%
|
502.51
-127.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
418.88
+2.70%
|
407.87
-203.80%
|
-392.94
-783.85%
|
57.46
-103.34%
|
-1,720.01
+123.85%
|
-768.38
-669.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.78
-63.97%
|
-304.72
-21.77%
|
-389.50
-242.00%
|
274.29
-29.80%
|
390.74
-168.07%
|
-574.02
-182.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|
1,065.97
+187.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
387.61
-21.61%
|
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|