บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)
สรุปสั้น
ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9)
* ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3440 out_tok=2695 at=2026-07-26T06:49:02 -->
# STPI กำไร Q3/2566 พุ่ง 65% รับผลบวกอัตราแลกเปลี่ยน-รายได้บริการฟื้น
## รายได้จากการผลิตวูบ แต่รายได้บริการ-กำไรพิเศษหนุนผลประกอบการโตแรง
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นจำนวน 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้หลักจากการรับจ้างผลิตจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ STPI ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตถึง 65% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 80 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยชดเชยผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติที่ยังเผชิญแรงกดดัน โดยเฉพาะรายได้จากการรับจ้างผลิตที่ลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการในไตรมาสนี้มีปัจจัยหลักมาจากหลายส่วนประกอบกัน ดังนี้:
* **รายได้จากการรับจ้างผลิตลดลง:** รายได้ส่วนนี้มีจำนวน 707 ล้านบาท ลดลง 34% เมื่อเทียบกับ 1,065 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากปริมาณงานที่ดำเนินการและรับรู้รายได้ในปี 2566 น้อยกว่าปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น:** แม้รายได้หลักจะลดลง แต่บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 174% โดยมีแรงหนุนจากการเริ่มดำเนินการงานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันในไตรมาสนี้ และยอดขายเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากยังไม่สามารถรับรู้รายได้งานบางส่วนได้เพราะยังไม่ครบเงื่อนไขการเรียกเก็บค่างานตามสัญญา แต่มีต้นทุนจากการเร่งงานเกิดขึ้นแล้ว ประกอบกับปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 31 ล้านบาท
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 80 ล้านบาท จากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์และหนี้สินสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐฯ ณ วันสิ้นงวด ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่ขาดทุน 1 ล้านบาท
* **ผลกระทบจากเงินลงทุน:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทรับรู้ขาดทุนจากเงินลงทุน 35 ล้านบาท จากภาวะตลาดที่ผันผวน แต่ในปี 2566 แม้จะมีความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ย บริษัทได้ขายเงินลงทุนบางส่วนทำให้เกิดขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์ทางการเงิน 17 ล้านบาท แต่สามารถรับรู้กำไรจากเงินลงทุนส่วนที่เหลือ 19 ล้านบาท
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จาก 54 ล้านบาทในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว**
การรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 80 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เป็นผลมาจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด ซึ่งเป็นรายการที่อาจเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละไตรมาส ขึ้นอยู่กับความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ดังนั้น ปัจจัยนี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราว และไม่สามารถคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกันได้
ส่วนรายได้จากการขายและบริการที่ฟื้นตัวจากการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันและยอดขายเครื่องจักรนั้น อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องได้หากมีโครงการลักษณะเดียวกันเข้ามาเพิ่มเติม แต่ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ลดลงยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 65% YoY:** STPI รายงานกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 90 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้นจาก 54 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการรับจ้างผลิตลดลง 34%:** ปริมาณงานที่ดำเนินการและรับรู้รายได้ในปีนี้มีน้อยกว่าปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการโตแรง 174%:** ได้แรงหนุนจากงานรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันและยอดขายเครื่องจักร
* **รับรู้กำไรอัตราแลกเปลี่ยน 80 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ต้นทุนเร่งงานและค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนส่งผลกระทบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 STPI มีรายได้จากการรับจ้างผลิตรวม 707 ล้านบาท ลดลง 34% เมื่อเทียบกับ 1,065 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 174% โดยมีแรงหนุนจากการเริ่มดำเนินการงานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันและยอดขายเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากยังมีต้นทุนจากการเร่งงานที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ได้เต็มที่ ประกอบกับปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิตส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 31 ล้านบาท
บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 80 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยบวกสำคัญ ในขณะที่ปีก่อนรับรู้ขาดทุน 1 ล้านบาท นอกจากนี้ ในส่วนของเงินลงทุน แม้จะมีการขาดทุนจากการจำหน่ายสินทรัพย์ทางการเงิน 17 ล้านบาท แต่ก็สามารถรับรู้กำไรจากเงินลงทุนส่วนที่เหลือ 19 ล้านบาทได้
ด้วยปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในไตรมาส 3 ปี 2566 จำนวน 90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% เมื่อเทียบกับ 54 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565
## โอกาส
* **งานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมัน:** การเริ่มดำเนินการงานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันในไตรมาสนี้ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรเพิ่มเติม หากมีโครงการลักษณะนี้เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
* **ยอดขายเครื่องจักร:** การเพิ่มขึ้นของยอดขายเครื่องจักรบ่งชี้ถึงความต้องการในตลาดที่อาจมีแนวโน้มดีขึ้น
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** การรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
## ความเสี่ยง
* **ปริมาณงานรับจ้างผลิตลดลง:** การที่ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและรับรู้รายได้ในปี 2566 น้อยกว่าปีก่อน เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัทในระยะยาว
* **ต้นทุนการเร่งงาน:** การที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้งานบางส่วนได้เพราะยังไม่ครบเงื่อนไขการเรียกเก็บค่างานตามสัญญา แต่มีต้นทุนจากการเร่งงานเกิดขึ้นแล้ว ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน:** ปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิตส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิต ซึ่งเป็นต้นทุนที่กดดันอัตรากำไร
* **ความผันผวนของตลาดเงินลงทุน:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่ความกังวลต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณงานรับจ้างผลิตในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าและโอกาสในการรับงานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันเพิ่มเติม
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายโรงงาน
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อการลงทุนของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้เอกสารจะระบุว่า STPI อยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง แต่ข้อมูลที่นำเสนอใน MD&A ส่วนใหญ่เน้นไปที่ธุรกิจรับจ้างผลิต (Fabrication) และงานบริการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซเป็นหลัก โดยมีรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นส่วนประกอบที่ค่อนข้างน้อยและใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **การรับรู้รายได้:** รายได้หลักมาจากการรับจ้างผลิต ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ ขณะที่รายได้จากการขายและบริการ (เช่น งานรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมัน, เครื่องจักร) มีการเติบโตสูง
* **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นถูกกดดันจากการที่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้งานบางส่วนได้ตามเงื่อนไขสัญญา แต่มีต้นทุนจากการเร่งงานเกิดขึ้นแล้ว และปริมาณงานที่ยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน
* **รายได้ค่าเช่า:** รายได้ส่วนนี้มีจำนวนไม่มากและค่อนข้างคงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น ยอดหนี้สินต่อทุน (D/E), เงินสดในมือ, หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 80 ล้านบาท บ่งชี้ว่าบริษัทมีสินทรัพย์และหนี้สินที่อยู่ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลต่อการบริหารจัดการเงินทุนหมุนเวียน
## สรุปท้าย
STPI ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิเติบโต 65% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมาก ซึ่งเป็นรายการที่มีลักษณะครั้งคราว ขณะที่การดำเนินงานหลักในส่วนของการรับจ้างผลิตยังคงเผชิญแรงกดดันจากปริมาณงานที่ลดลง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการ โดยเฉพาะงานรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมัน เป็นสัญญาณบวกที่น่าจับตา แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงถูกกดดันจากต้นทุนที่เกิดขึ้นแล้วแต่ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ได้เต็มที่ นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มปริมาณงานรับจ้างผลิตและโอกาสในการรับงานบริการเพิ่มเติม รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
828.15
ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87
ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09
%
กำไรสุทธิ
-93.07
ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24
%
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208%
YoY
D/E Ratio
0.65
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-529.15
+17.98%
|
-448.50
-48.71%
|
-874.47
+3,336.03%
|
-25.45
-102.22%
|
1,146.25
-471.99%
|
-308.14
-112.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.36
-116.71%
|
-295.38
-133.90%
|
871.29
+259.61%
|
242.29
-74.88%
|
964.50
+91.94%
|
502.51
-127.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
418.88
+2.70%
|
407.87
-203.80%
|
-392.94
-783.85%
|
57.46
-103.34%
|
-1,720.01
+123.85%
|
-768.38
-669.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.78
-63.97%
|
-304.72
-21.77%
|
-389.50
-242.00%
|
274.29
-29.80%
|
390.74
-168.07%
|
-574.02
-182.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|
1,065.97
+187.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
387.61
-21.61%
|
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|