บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)
สรุปสั้น
ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9)
* ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3499 out_tok=2203 at=2026-07-27T12:56:32 -->
# STPI พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2564 เหลือ 5 ล้านบาท รับผลบวกอัตราแลกเปลี่ยน-คุมต้นทุน
## รายได้รวมหด 8% แต่กำไรสุทธิฟื้นตัวแรง จากการกลับมาของกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและสำรองผลขาดทุนที่ลดลง
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 397 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตและรายได้ค่าเช่าลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกกลับมามีผลขาดสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพียง 5 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 219 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และการรับรู้สำรองผลขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ STPI ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากมาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การกลับมาของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และการลดลงของการรับรู้สำรองผลขาดทุนจากการรับจ้างผลิต
ประการแรก การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลบวกอย่างมาก โดยในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 50 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บันทึกขาดทุน 90 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ การเปลี่ยนแปลงนี้มีนัยสำคัญต่อผลกำไรสุทธิโดยตรง
ประการที่สอง การลดลงของการรับรู้สำรองผลขาดทุนจากการรับจ้างผลิต ในไตรมาส 2 ปี 2563 บริษัทได้มีการรับรู้ต้นทุนโครงการและสำรองผลขาดทุนจากการรับจ้างผลิตเพิ่มเติมจากต้นทุนปกติเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 86 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 2 ปี 2564 ไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ทำให้ต้นทุนที่รับรู้ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ดีขึ้น โดยลดลงประมาณ 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องนั้น ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ซึ่งยากต่อการคาดการณ์ว่าจะต่อเนื่องในระดับเดิมหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดีขึ้น และการไม่มีภาระในการสำรองผลขาดทุนจำนวนมากเหมือนปีก่อน เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไปได้ แต่ต้องพิจารณาถึงรายได้จากการดำเนินงานที่ยังคงลดลงจากผลกระทบโควิด-19 ประกอบด้วย
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** ไตรมาส 2 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 219 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการดำเนินงานลดลง:** อยู่ที่ 397 ล้านบาท ลดลง 8% YoY เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 ต่อปริมาณงานรับจ้างผลิตและรายได้ค่าเช่า
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนพลิกบวก:** รับรู้กำไร 50 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 90 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** จากการไม่มีการรับรู้สำรองผลขาดทุนจำนวนมากเหมือนปีก่อน (86 ล้านบาท)
* **ค่าใช้จ่ายบริหารลดลง:** ควบคุมได้ดีขึ้น 9% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการดำเนินงานรวมในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 397 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับ 430 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณงานรับจ้างผลิตและรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้จากการให้บริการดูแลรักษาสินค้าเพิ่มขึ้นจากโครงการที่หยุดก่อสร้างชั่วคราว
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2563 บริษัทมีการรับรู้ต้นทุนโครงการและสำรองผลขาดทุนจากการรับจ้างผลิตเพิ่มเติมถึงประมาณ 86 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาสปัจจุบันไม่มีรายการดังกล่าว นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังลดลงประมาณ 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อผลประกอบการอย่างมากคือรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงาน โดยในไตรมาสนี้บริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 50 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 90 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ นอกจากนี้ กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนลดลงเหลือประมาณ 15 ล้านบาท จาก 46 ล้านบาทในปีก่อน
ผลจากปัจจัยข้างต้น ทำให้บริษัทแสดงผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 5 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับขาดทุน 219 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563
## โอกาส
* **การกลับมาของกำไรอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีความผันผวน แต่การมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวก
* **รายได้จากการให้บริการดูแลรักษา:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนนี้จากโครงการที่หยุดก่อสร้างชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเพื่อสร้างรายได้เสริม
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงส่งผลกระทบต่อปริมาณงานรับจ้างผลิตและรายได้ค่าเช่า เป็นความเสี่ยงหลักต่อรายได้จากการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะส่งผลบวก แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน:** กำไรจากส่วนนี้ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากการรับจ้างผลิตและรายได้ค่าเช่าในไตรมาสถัดไป ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19
* การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* แผนการดำเนินงานของบริษัทเพื่อรับมือกับผลกระทบจากโควิด-19 และการสร้างรายได้ใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของรายได้จากการดำเนินงานของ STPI ในไตรมาส 2 ปี 2564 มีจำนวน 397 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงจากปีก่อน ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของภาคอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโรคและการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม มีการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการดูแลรักษาสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการที่หยุดก่อสร้างชั่วคราว แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับตัวเพื่อสร้างรายได้ในสถานการณ์ที่ท้าทาย
อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2563 บริษัทมีการรับรู้ต้นทุนโครงการและสำรองผลขาดทุนจากการรับจ้างผลิตเพิ่มเติมจากต้นทุนที่รับรู้ปกติเป็นจำนวนมากถึงประมาณ 86 ล้านบาท แต่ในไตรมาสปัจจุบันไม่มีค่าใช้จ่ายดังกล่าว การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงประมาณ 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนอัตรากำไรที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ในส่วนนี้ได้
## สรุปท้าย
STPI ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นผลประกอบการที่ชัดเจน โดยสามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก จากผลบวกของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและการไม่มีภาระในการสำรองผลขาดทุนจำนวนมากเหมือนปีก่อน แม้รายได้จากการดำเนินงานจะยังคงได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 แต่การควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสนับสนุนผลกำไร อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มรายได้ในระยะต่อไป และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในอนาคตได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
828.15
ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87
ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09
%
กำไรสุทธิ
-93.07
ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24
%
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208%
YoY
D/E Ratio
0.65
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-529.15
+17.98%
|
-448.50
-48.71%
|
-874.47
+3,336.03%
|
-25.45
-102.22%
|
1,146.25
-471.99%
|
-308.14
-112.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.36
-116.71%
|
-295.38
-133.90%
|
871.29
+259.61%
|
242.29
-74.88%
|
964.50
+91.94%
|
502.51
-127.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
418.88
+2.70%
|
407.87
-203.80%
|
-392.94
-783.85%
|
57.46
-103.34%
|
-1,720.01
+123.85%
|
-768.38
-669.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.78
-63.97%
|
-304.72
-21.77%
|
-389.50
-242.00%
|
274.29
-29.80%
|
390.74
-168.07%
|
-574.02
-182.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|
1,065.97
+187.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
387.61
-21.61%
|
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|