บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)
สรุปสั้น
ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9)
* ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3865 out_tok=2374 at=2026-07-26T06:40:12 -->
# STPI กำไร Q3/2565 ดิ่ง 70% สวนทางรายได้พุ่ง เหตุขาดทุน FX-มูลค่าเงินลงทุน
## รายได้โตแรง 88% แต่กำไรสุทธิหด 70% หลังขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุนพุ่ง
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 1,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 88% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นกลับลดลงถึง 70% มาอยู่ที่ 54 ล้านบาท จาก 180 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ STPI ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะจากส่วนงานรับจ้างผลิต ซึ่งสวนทางกับกำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมาก** โดยรายได้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 88% เป็น 1,175 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 70% มาอยู่ที่ 54 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่กดดันกำไรมาจาก **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พลิกจากกำไร 71 ล้านบาทในปีก่อน เป็นขาดทุน 1 ล้านบาทในไตรมาสนี้ และผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นจาก 6 ล้านบาท เป็น 35 ล้านบาท**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเพิ่มขึ้นของรายได้** มาจากส่วนงานรับจ้างผลิตที่มีโครงการในมือมากขึ้น และโครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักได้กลับมาดำเนินการก่อสร้างต่อ ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่รับรู้รายได้ในปี 2565 สูงกว่าปี 2564 อย่างไรก็ตาม การให้บริการเก็บรักษาและขนย้ายสินค้าของโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ประกอบกับส่วนงานขายเครื่องจักรยังคงได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้รายได้จากการขายและบริการลดลง นอกจากนี้ รายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงประมาณ 50% เนื่องจากการจำหน่ายสิทธิการเช่าของบริษัทย่อยในช่วงปลายปี 2564
**อัตรากำไรขั้นต้นจากงานรับจ้างผลิต** ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทสามารถเจรจาปรับเพิ่มมูลค่าสัญญางานกับลูกค้ารายหนึ่งได้ ทำให้รับรู้รายได้และอัตรากำไรเพิ่มขึ้น ในขณะที่ปีปัจจุบันยังมีต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่ค่อนข้างสูง และปริมาณงานยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ยังไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 44 ล้านบาท
**ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน** เกิดจากการปรับปรุงมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สินสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ สิ้นงวด
**ผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน** เกิดจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดลงทุน ทำให้บริษัทต้องแสดงเงินลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรม ส่งผลให้เกิดขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงในไตรมาสนี้ เช่น ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน มีแนวโน้มที่จะเป็น **ลักษณะครั้งคราว** โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชี ซึ่งอาจผันผวนตามสภาวะตลาด ส่วนผลขาดทุนจากมูลค่าเงินลงทุนนั้นขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดลงทุนทั่วโลก ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่า "วิกฤติเศรษฐกิจยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดลงทุนทั่วโลกต่อเนื่องถึงปัจจุบัน" จึงยังคงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม รายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากส่วนงานรับจ้างผลิตนั้น มีโอกาสที่จะต่อเนื่อง หากโครงการที่อยู่ในมือสามารถดำเนินการได้ตามแผน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานพุ่ง 88% YoY** แตะ 1,175 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณงานในส่วนรับจ้างผลิต
* **กำไรสุทธิลดลง 70% YoY** เหลือ 54 ล้านบาท จาก 180 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 71 ล้านบาทในปีก่อน
* **ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น** เป็น 35 ล้านบาท จาก 6 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 29% YoY** เหลือ 55 ล้านบาท จากการลดลงของค่าใช้จ่ายดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 1,175 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% เมื่อเทียบกับ 623 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 การเพิ่มขึ้นนี้ส่วนใหญ่มาจากงานรับจ้างผลิตที่มีโครงการในมือมากขึ้นและโครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักได้กลับมาดำเนินการ อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายและบริการลดลงเนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว และรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลง 50% จากการจำหน่ายสิทธิการเช่า
อัตรากำไรขั้นต้นจากงานรับจ้างผลิตดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ต่ำกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่และค่าใช้จ่ายโรงงานที่ยังไม่ปันส่วนเข้าต้นทุน
บริษัทรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 1 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับกำไร 71 ล้านบาทในปีก่อน และขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 35 ล้านบาท จาก 6 ล้านบาทในปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 29% เหลือ 55 ล้านบาท จากการลดลงของค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการ
ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลง 70% มาอยู่ที่ 54 ล้านบาท จาก 180 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานในส่วนรับจ้างผลิต:** การที่โครงการใหญ่กลับมาดำเนินการก่อสร้างและมีโครงการในมือมากขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ในอนาคต
* **การลดลงของค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** การที่ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีอนุญาโตตุลาการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การรับรู้ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในอนาคต หากค่าเงินผันผวน
* **ความผันผวนของตลาดเงินลงทุน:** วิกฤตเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุน ซึ่งอาจทำให้เกิดขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **ต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น
* **เศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายเครื่องจักร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการใหญ่ในส่วนรับจ้างผลิต และปริมาณงานในมือ (Backlog)
* แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB และผลกระทบต่อผลประกอบการ
* สภาวะตลาดเงินลงทุนทั่วโลก และผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนของบริษัท
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหม่
* แนวโน้มรายได้จากการขายเครื่องจักร ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการดำเนินงาน:** ส่วนงานรับจ้างผลิตเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก โดยมีโครงการในมือมาก ขึ้น และโครงการใหญ่ที่เคยหยุดชะงักได้กลับมาดำเนินการ ทำให้ปริมาณงานรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **รายได้ค่าเช่า:** ลดลงประมาณ 50% จากการจำหน่ายสิทธิการเช่าในช่วงปลายปี 2564 ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** งานรับจ้างผลิตมีอัตรากำไรดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน แต่ต่ำกว่าปีก่อน เนื่องจากต้นทุนการเตรียมงานช่วงเริ่มโครงการใหญ่และค่าใช้จ่ายโรงงานที่ยังไม่ปันส่วน
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุปริมาณงานในมือ (Backlog) โดยตรง แต่ระบุว่า "โครงการในมือมาก ขึ้น" และ "โครงการใหญ่ทีÉเคยหยุดงานชัÉวคราวได้กลับมาเริÉมงานก่อสร้างแล้ว" ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีงานรอรับรู้รายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน D/E หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน
## สรุปท้าย
STPI ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับสถานการณ์ที่รายได้จากการดำเนินงานเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 88% จากการฟื้นตัวของงานรับจ้างผลิต แต่กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 70% เนื่องจากผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องบริหารจัดการต้นทุนการเตรียมงานโครงการใหญ่ และจับตาความผันผวนของตลาดเงินลงทุนและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
828.15
ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87
ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09
%
กำไรสุทธิ
-93.07
ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24
%
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208%
YoY
D/E Ratio
0.65
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-529.15
+17.98%
|
-448.50
-48.71%
|
-874.47
+3,336.03%
|
-25.45
-102.22%
|
1,146.25
-471.99%
|
-308.14
-112.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.36
-116.71%
|
-295.38
-133.90%
|
871.29
+259.61%
|
242.29
-74.88%
|
964.50
+91.94%
|
502.51
-127.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
418.88
+2.70%
|
407.87
-203.80%
|
-392.94
-783.85%
|
57.46
-103.34%
|
-1,720.01
+123.85%
|
-768.38
-669.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.78
-63.97%
|
-304.72
-21.77%
|
-389.50
-242.00%
|
274.29
-29.80%
|
390.74
-168.07%
|
-574.02
-182.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|
1,065.97
+187.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
387.61
-21.61%
|
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|