บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน)
SET · บริการรับเหมาก่อสร้าง
6.30
0.10 (1.56%)
สรุปสั้น
ในปีปัจจุบัน บริษัทฯ ได้รับแจ้งผลการพิจารณาข้อพิพาทกับลูกค้าโครงการหนึ่ง โดยคณะอนุญาโตศุลาการตัดสินให้ ผู้ว่าจ้างจ่ายเงินค่าจ้างตามัญญาที่ด้างชำระทั้งหมด จำนวนประมาณ 83.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงตอกเบี้ยและ ค่าชดเชยฯ อีกจำนวนประมาณ 23.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งบริษัทฯ ได้รับชำระครบถ้วนแล้ว จึงบันทึกรายการที่ เกี่ยวข้องเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จปีปัจจุบันทั้งจำนวน รวมเป็นรายได้สุทธิประมาณ 2,523 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 9)
* ระหว่างปีปัจจุบัน บริษัทย่อยมีข้อพิพาทกับผู้รับจ้างออกแบบและก่อสร้างโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ซึ่งอยู่ระหว่างการเริ่ม พิจารณาของคณะอนุญาโหตุลาการ โดยผู้บริหารของกลุ่มบริษัทได้ประเมินและเห็นว่าร้อพิพาหนี้จะไม่เกิดผลเสียหาย ที่เป็นสาระสำคัญแก่บริษัทย่อย จึงไม่ได้บันทึกประมาณการหนี้สินจากข้อพิพาทดังกล่าว อย่างไรก็ดี เนื่องจากกำหนดการจำหน่ายไฟฟ้าถูกเสื่อนออกไป ในขณะที่บริษัทย่อยดังกล่าวยังมีค่าใช้จ่ายในการ ตำเนินงาน รวมถึงมีค่าที่ปรึกษากฎหมายในการต่อสู้คดี ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้นมากในปีปัจจุบัน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3469 out_tok=2723 at=2026-07-26T07:22:28 -->
STPI กำไรสุทธิ Q1/2565 หดตัว 58% เหตุรายได้พิเศษ FX หาย-ขาดทุนลงทุน
รายได้จากการดำเนินงานรวมโตเด่น 151% จากงานรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากปัจจัยพิเศษที่สนับสนุนกำไรในปีก่อนหายไป ประกอบกับบริษัทมีผลขาดทุนจากการลงทุนในไตรมาสนี้
บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 820 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 151% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 326 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากส่วนงานรับจ้างผลิตที่มีโครงการในมือมากขึ้น ทำให้ปริมาณงานที่ดำเนินการและรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงกำไรสุทธิ กลับพบว่าลดลง 58% จาก 44 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 มาอยู่ที่ 18 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยพิเศษที่สนับสนุนกำไรในปีก่อนที่หายไป ประกอบกับบริษัทมีผลขาดทุนจากการลงทุนในไตรมาสปัจจุบัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ STPI ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การหายไปของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) และการรับรู้ผลขาดทุนจากการลงทุน** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญในปีก่อน และการรับรู้ผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงในไตรมาสนี้
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงคือ **การเปลี่ยนแปลงของรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ** โดยในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 60 ล้านบาท ซึ่งช่วยหนุนผลประกอบการอย่างมาก แต่ในไตรมาส 1 ปี 2565 กลับมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพียง 9 ล้านบาท ลดลงถึง 51 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลขาดทุนจากการลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนรวม 42 ล้านบาท ในไตรมาสปัจจุบัน เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรจากการลงทุน 12 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงสุทธิของสองรายการนี้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตสูงก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด ซึ่งในปีก่อนมีผลบวกจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ แต่ในไตรมาสนี้ผลบวกมีน้อยลง ส่วนผลขาดทุนจากการลงทุนนั้น เกิดจากวิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลกระทบต่อตลาดลงทุนทั่วโลก ทำให้มูลค่าเงินลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนปรับตัวลงอย่างรุนแรง บริษัทจึงต้องแสดงเงินลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรม ส่งผลให้เกิดขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน และขาดทุนจากการขายเงินลงทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ทั้งบวกและลบในแต่ละช่วงเวลา ส่วนผลขาดทุนจากการลงทุนนั้น เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก (สงครามรัสเซีย-ยูเครน) และส่งผลกระทบต่อตลาดการลงทุนโดยรวม แม้ว่าบริษัทจะพยายามบริหารจัดการ แต่ความผันผวนของตลาดอาจยังคงอยู่ ทำให้ผลกระทบต่อการลงทุนอาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต แต่โดยรวมแล้ว ปัจจัยเหล่านี้มีลักษณะเป็นครั้งคราวและขึ้นอยู่กับสภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนภายนอกมากกว่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐานจากการดำเนินงานปกติของบริษัท
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการดำเนินงานรวม 820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151% YoY** จาก 326 ล้านบาทใน Q1/2564
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 18 ล้านบาท ลดลง 58% YoY** จาก 44 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้จากการรับจ้างผลิตเพิ่มขึ้น** จากปริมาณงานในมือที่มากขึ้น และการเจรจาขอเพิ่มมูลค่าสัญญา
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างผลิตดีขึ้นเป็น 10.89%** จากเดิมที่ขาดทุนขั้นต้น
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลงเหลือ 9 ล้านบาท** จาก 60 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รับรู้ขาดทุนจากการลงทุนรวม 42 ล้านบาท** จากผลกระทบสงครามรัสเซีย-ยูเครน
## ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้จากการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2565 มีจำนวนรวม 820 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 494 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 151 เมื่อเทียบกับ 326 ล้านบาทของไตรมาสที่ 1 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากส่วนงานรับจ้างผลิตมีโครงการในมือมากขึ้น ทำให้ปริมาณงานรับจ้างผลิตที่ดำเนินการและสามารถรับรู้รายได้ในปี 2565 มากกว่าปี 2564 ในขณะที่รายได้จากการขายและบริการใกล้เคียงกับปีก่อน ส่วนรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ลดลงกว่าร้อยละ 60 จากการที่บริษัทย่อยได้จำหน่ายสิทธิการเช่าและ/หรือสิทธิการเช่าช่วงให้แก่ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เคทีบีเอสทีมิกซ์ เมื่อปลายปี 2564
รายได้จากการรับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการที่สามารถเจรจาขอเพิ่มมูลค่าสัญญาจากลูกค้าได้บางส่วน จึงรับรู้รายได้ได้เพิ่มขึ้น ในขณะที่รับรู้ต้นทุนบางส่วนไปก่อนหน้านี้แล้ว ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างผลิตปรับตัวดีขึ้นเป็นร้อยละ 10.89 (จากเดิมขาดทุนขั้นต้นฯ) อย่างไรก็ตาม ปริมาณงานที่ยังคงไม่เต็มกำลังการผลิตส่งผลให้ยังคงมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตจำนวน 43 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
ไตรมาสปัจจุบันบริษัทรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 9 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับกำไรฯ 60 ล้านบาทของไตรมาสที่ 1 ปี 2564 ซึ่งเกิดจากการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ตามอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันสิ้นงวด วิกฤตสงครามรัสเซีย-ยูเครนกระทบต่อตลาดลงทุนทั่วโลกทำให้มูลค่าเงินลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนปรับตัวลงอย่างรุนแรง ซึ่งบริษัทจะต้องแสดงเงินลงทุนด้วยมูลค่ายุติธรรม ส่งผลให้มีขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าเงินลงทุน และขาดทุนจากการขายเงินลงทุน ในไตรมาสปัจจุบันรวมจำนวน 42 ล้านบาท ในขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรฯ 12 ล้านบาท
จากสาเหตุดังกล่าว ทำให้บริษัทแสดงผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทจำนวน 18 ล้านบาทสำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ซึ่งลดลงร้อยละ 58 เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1 ปี 2564
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานรับจ้างผลิต:** การมีโครงการในมือมากขึ้นและการเจรจาขอเพิ่มมูลค่าสัญญาได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการดำเนินงานและโอกาสในการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างผลิต:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นจากการรับจ้างผลิตพลิกจากขาดทุนมาเป็นกำไร (10.89%) เป็นสัญญาณที่ดีต่อการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงมูลค่าทางบัญชีของสินทรัพย์สกุลเงินต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อกำไรหรือขาดทุนในแต่ละไตรมาส
* **ความผันผวนของตลาดการลงทุน:** วิกฤตการณ์ภายนอก เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครน สามารถส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อมูลค่าเงินลงทุนของบริษัท ทำให้เกิดผลขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง หรือขาดทุนจากการขาย
* **ค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วน:** แม้ปริมาณงานจะเพิ่มขึ้น แต่การที่ปริมาณงานยังไม่เต็มกำลังการผลิต ทำให้ยังมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่สามารถปันส่วนเข้าต้นทุนการรับจ้างผลิตได้จำนวน 43 ล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนที่กดดันอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณงานในมือ (Backlog) ของส่วนงานรับจ้างผลิต:** จะสามารถรักษาปริมาณงานให้เติบโตต่อเนื่อง หรือมีโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริมได้หรือไม่
* **ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโรงงาน:** จะสามารถเพิ่มปริมาณการผลิตให้เต็มกำลังมากขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากค่าใช้จ่ายโรงงานที่ไม่ปันส่วนได้หรือไม่
* **การเจรจาขอเพิ่มมูลค่าสัญญา:** จะสามารถทำได้ต่อเนื่องกับลูกค้าปัจจุบัน หรือขยายผลไปยังลูกค้าใหม่ๆ ได้มากน้อยเพียงใด
* **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** จะมีผลบวกหรือลบต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **สภาวะตลาดการลงทุน:** ความผันผวนของตลาดจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าเงินลงทุนของบริษัทมากน้อยเพียงใด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์นั้นลดลงกว่าร้อยละ 60 เนื่องจากบริษัทย่อยได้จำหน่ายสิทธิการเช่าและ/หรือสิทธิการเช่าช่วงให้กับทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เคทีบีเอสทีมิกซ์ ไปเมื่อปลายปี 2564 ซึ่งเป็นรายการที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้อย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในไตรมาส 1 ปี 2565
## สรุปท้าย
แม้ว่า STPI จะสามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการดำเนินงานได้อย่างน่าประทับใจถึง 151% ในไตรมาส 1 ปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณงานในส่วนรับจ้างผลิต และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นให้ดีขึ้น แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากปัจจัยพิเศษที่สนับสนุนกำไรในปีก่อนอย่างกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงอย่างมาก และการรับรู้ผลขาดทุนจากการลงทุนที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอกอย่างสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของปริมาณงานในมือและแนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น เป็นโอกาสที่ต้องติดตามว่าจะสามารถชดเชยผลกระทบจากปัจจัยภายนอกและผลักดันกำไรให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคตได้หรือไม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STPI ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
828.15
ล้านบาท
↑ 45.3% YoY
กำไรขั้นต้น
33.87
ล้านบาท
↓ 74.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.09
%
กำไรสุทธิ
-93.07
ล้านบาท
↓ 208% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11.24
%
D/E Ratio
0.65
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
828
↑ + 45.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
34
↓ -74.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-93
↓ -208%
YoY
D/E Ratio
0.65
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STPI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.65
ROE (%)
2.25
ROA (%)
3.08
Book Value/หุ้น
4.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STPI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-529
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+49
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STPI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-529.15
+17.98%
|
-448.50
-48.71%
|
-874.47
+3,336.03%
|
-25.45
-102.22%
|
1,146.25
-471.99%
|
-308.14
-112.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
49.36
-116.71%
|
-295.38
-133.90%
|
871.29
+259.61%
|
242.29
-74.88%
|
964.50
+91.94%
|
502.51
-127.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
418.88
+2.70%
|
407.87
-203.80%
|
-392.94
-783.85%
|
57.46
-103.34%
|
-1,720.01
+123.85%
|
-768.38
-669.47%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-109.78
-63.97%
|
-304.72
-21.77%
|
-389.50
-242.00%
|
274.29
-29.80%
|
390.74
-168.07%
|
-574.02
-182.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|
1,065.97
+187.53%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
387.61
-21.61%
|
494.49
+89.27%
|
261.26
-20.78%
|
329.81
-66.36%
|
980.44
+101.45%
|
486.68
-54.34%
|