บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.21
0.04 (3.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12875 out_tok=2900 at=2026-07-26T06:04:48 -->
# STECH กำไรสุทธิปี 65 โต 6.58% รับรายได้ขายและบริการพุ่ง แต่กำไรขั้นต้นหดตัวจากต้นทุนวัตถุดิบ
## รายได้จากการขายและบริการโตเด่น 32.24% หนุนภาพรวมปี 65 แม้ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งกระทบกำไรขั้นต้น
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 100.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.58% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักและน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักยังคงถูกกดดันจากปัจจัยดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STECH ในปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 32.24%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการจะลดลงจาก 16.66% ในปี 2564 เป็น 15.50% ในปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการเป็นผลมาจากการที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้โครงการต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนกลับเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีคำสั่งซื้อและปริมาณการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 32.24% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้กลับสูงขึ้นจาก 83.34% เป็น 84.50% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจาก **ราคาต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ปูนซีเมนต์ ลวดเหล็ก และต้นทุนการขนส่ง (น้ำมัน) ที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 10%** แม้บริษัทจะสามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นได้บางส่วน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้กำไรขั้นต้นถูกกดดัน
ในส่วนของรายได้จากงานก่อสร้างโครงการมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจาก 3.99 ล้านบาท เป็น 116.82 ล้านบาท คิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 2,827.82% ซึ่งมาจากโครงการสายส่งระบบ 115 kV สถานีไฟฟ้าสกลนคร 2 และโครงการสายส่งระบบ 115KV สถานีไฟฟ้าแรงสูงสวรรคโลก อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเพิ่มขึ้นมาก แต่อัตรากำไรขั้นต้นจากงานก่อสร้างโครงการยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 5.60% ซึ่งเป็นผลจากโครงการที่เพิ่งเริ่มต้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินโครงการต่างๆ ตามปกติเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้จากการขายและบริการอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ยังคงผันผวนและมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป บริษัทจำเป็นต้องบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และพิจารณาการปรับราคาขายให้เหมาะสมเพื่อรักษาระดับอัตรากำไร
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2565 เติบโต 32.24%** แตะ 2,000.22 ล้านบาท จาก 1,512.56 ล้านบาทในปี 2564
* **กำไรสุทธิปี 2565 เพิ่มขึ้น 6.58%** เป็น 100.78 ล้านบาท จาก 94.57 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลง** จาก 16.66% เป็น 15.50% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบหลักและน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น
* **รายได้จากงานก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** 2,827.82% เป็น 116.82 ล้านบาท จาก 3.99 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงินรวมลดลง** 4.78% เป็น 19.89 ล้านบาท จาก 21.27 ล้านบาทในปี 2564
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 20.21%** เป็น 1,308.09 ล้านบาท จาก 1,088.15 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.35%** เป็น 1,270.16 ล้านบาท จาก 1,205.62 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) (STECH) มีรายได้รวม 2,117.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.60% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้หลักมาจากการขายและบริการที่เติบโตถึง 32.24% เป็น 2,000.22 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากงานก่อสร้างโครงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด 2,827.82% เป็น 116.82 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้น 32.24% และต้นทุนงานก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 316.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.63% แต่เมื่อคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.63% เป็น 14.96%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 30.21% เป็น 158.09 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 4.78% เป็น 19.89 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 9.16% เป็น 123.63 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 100.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.58% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 4.74% ลดลงจาก 6.14% ในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจ:** การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการกลับมาดำเนินโครงการต่างๆ ตามปกติทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการ
* **การเติบโตของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** การได้รับงานโครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงใหม่ๆ เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และสร้างฐานลูกค้าในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครน และปัจจัยภายนอกอื่นๆ อาจส่งผลให้ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ปูนซีเมนต์ ลวดเหล็ก และราคาน้ำมันยังคงผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจคอนกรีตและงานก่อสร้างมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับราคาขายและอัตรากำไร
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** หนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้น 20.21% อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการบริหารจัดการภาระดอกเบี้ยและสภาพคล่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามสถานการณ์ราคาปูนซีเมนต์ ลวดเหล็ก และน้ำมันอย่างใกล้ชิด ว่าจะส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของบริษัทในไตรมาสถัดไปอย่างไร
* **การรับงานโครงการก่อสร้างใหม่:** ความสามารถในการประมูลและได้รับงานโครงการก่อสร้างใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนการขายและบริการ:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการหนี้สินและกระแสเงินสด:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของหนี้สินรวม และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
สำหรับ STECH ในฐานะผู้ผลิตคอนกรีตและผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง รวมถึงรับเหมาก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูง การดำเนินงานในปี 2565 ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคเศรษฐกิจหลังโควิด-19 ทำให้ **รายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่เพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินโครงการต่างๆ
อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** เป็นปัจจัยกดดันสำคัญ โดยเฉพาะราคาปูนซีเมนต์และลวดเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของผลิตภัณฑ์คอนกรีต รวมถึงต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมัน ทำให้ **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลง** แม้บริษัทจะพยายามปรับราคาขายขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
ในส่วนของ **ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง** มีการเติบโตที่น่าสนใจจากการได้รับงานโครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูงใหม่ๆ ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้ แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นยังอยู่ในระดับต่ำ** เนื่องจากเป็นโครงการที่เพิ่งเริ่มต้นและอาจมีต้นทุนที่ยังไม่คงที่ การบริหารจัดการต้นทุนโครงการให้มีประสิทธิภาพจะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มกำไรจากส่วนนี้
ด้าน **Backlog** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog โดยตรง แต่การได้รับงานโครงการก่อสร้างใหม่ๆ ในปี 2565 บ่งชี้ถึงโอกาสในการรับรู้รายได้ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,578.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.40% ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนในที่ดิน อาคาร เครื่องจักรอุปกรณ์ และยานพาหนะเพื่อการขนส่ง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,308.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.21% โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน เงินรับล่วงหน้าจากลูกค้า และเจ้าหนี้การค้า ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.90 เป็น 1.03 เท่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,270.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.35% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นและการจ่ายเงินปันผล
วงจรเงินสด (Cash Cycle) อยู่ที่ 65.03 วัน ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ค่อนข้างมีประสิทธิภาพ
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STECH ในปี 2565 คือการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงเติบโตได้ แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลงก็ตาม โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการได้รับงานโครงการก่อสร้างใหม่ๆ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพในการดำเนินงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STECH ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
522.49
ล้านบาท
↑ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
86.56
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
21.87
ล้านบาท
↑ 21.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.19
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
522
↑ + 5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
87
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 21.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
9.08
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
2.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-262
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STECH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-262.23
-211.81%
|
234.54
-218.91%
|
-197.24
+4.86%
|
-188.09
-437.81%
|
55.68
-84.15%
|
351.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.51
-43.68%
|
89.68
-73.16%
|
334.16
+27.45%
|
262.18
-884.27%
|
-33.43
-87.54%
|
-268.23
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
210.74
-193.80%
|
-224.68
+1,340.26%
|
-15.60
-108.95%
|
174.34
+22.22%
|
142.64
-306.49%
|
-69.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.99
-99.40%
|
-164.89
-235.92%
|
121.31
-51.17%
|
248.43
+50.65%
|
164.90
+1,082.08%
|
13.95
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+131.98%
|
10.57
-74.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
87.24
+17.16%
|
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+132.00%
|