บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.21
0.04 (3.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10016 out_tok=2605 at=2026-07-26T06:39:12 -->
# STECH Q3/2565 กำไรสุทธิหด 77.5% รับต้นทุนพุ่ง-รายได้งานก่อสร้างเริ่มรับรู้
## รายได้รวมโต 2.45% แต่กำไรสุทธิลดลงแรง เหตุต้นทุนวัตถุดิบสูง-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 439.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 77.52% มาอยู่ที่ 9.15 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและบริการที่สูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ STECH ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การลดลงของกำไรขั้นต้นจากการขายและบริการ และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อย แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นและการบริหารค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถควบคุมได้ทันท่วงที ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงถึง 77.52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลง:** แม้รายได้จากการขายและบริการจะทรงตัว แต่ต้นทุนขายและบริการกลับเพิ่มขึ้น 8.27% ในไตรมาส 3/2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เช่น ลวดเหล็ก ที่ปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่ ซึ่งมีต้นทุนที่สูงกว่า ทำให้กำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.88% ในไตรมาส 3/2565 และเพิ่มขึ้นถึง 24.73% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 สาเหตุหลักมาจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญลูกหนี้การค้าบางรายที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากร ค่ารับรอง ค่าเดินทาง และค่าบริจาค นอกจากนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2564 มีการบันทึกกลับรายการการด้อยค่าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีนี้สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราวและต้องติดตาม**
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง เนื่องจากราคาวัตถุดิบยังคงผันผวน อย่างไรก็ตาม การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2564 และกลางปี 2565 คาดว่าจะช่วยหนุนรายได้ในระยะยาว ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นบางส่วนเกิดจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งอาจเป็นรายการครั้งคราว แต่ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น บุคลากร อาจเป็นภาระต่อเนื่องที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 2.45%:** อยู่ที่ 439.02 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งมอบงานที่สูงขึ้นในช่วงต้นปี
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 หดตัว 77.52%:** เหลือเพียง 9.15 ล้านบาท จาก 40.71 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ 9 เดือนแรกปี 2565 โต 36.38%:** อยู่ที่ 1,621.01 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างโครงการใหม่
* **ต้นทุนขายและบริการ Q3/2565 เพิ่ม 8.27%:** สาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบ เช่น ลวดเหล็ก ที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร Q3/2565 เพิ่ม 7.88%:** จากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายบุคลากร
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง:** อยู่ที่ 2.08% จาก 9.51% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 425.63 ล้านบาท ลดลง 0.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เมื่อรวมรายได้จากงานก่อสร้างโครงการเข้ามา ทำให้รายได้รวมอยู่ที่ 439.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.45% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 8.27% ประกอบกับต้นทุนงานก่อสร้างโครงการที่เริ่มรับรู้ ทำให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานลดลง 35.72% เมื่อเทียบกับปีก่อน
เมื่อหักค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 7.88% และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลงอย่างมากถึง 78.25% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 9.15 ล้านบาท ลดลง 77.52%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,621.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.38% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการส่งมอบงานที่สูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี และการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่ที่ลงนามไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 34.15% และต้นทุนงานก่อสร้างโครงการที่เริ่มรับรู้ ทำให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเพียง 8.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 79.51 ล้านบาท ลดลง 15.84% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการ:** การลงนามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 kV กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทั้ง 2 สัญญา จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในระยะยาว โดยเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปี 2564 และกลางปี 2565 ตามลำดับ
* **การฟื้นตัวของภาคการก่อสร้าง:** หากภาครัฐมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมคอนกรีตและวัสดุก่อสร้าง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก ยังคงมีความผันผวนสูง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดวัสดุก่อสร้างมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการตั้งราคาขายและอัตรากำไร
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการดำเนินงานก่อสร้างโครงการ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กและวัตถุดิบอื่นๆ จะส่งผลต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการ:** ความคืบหน้าและการรับรู้รายได้จากสัญญาที่ลงนามไปแล้ว
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิต
* **การบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** มาตรการในการควบคุมและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
* **การแข่งขันในตลาด:** กลยุทธ์การแข่งขันและการตั้งราคาของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** แม้จะทรงตัวในไตรมาส 3 แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกเติบโตสูงถึง 29.20% จากการส่งมอบงานที่ต่อเนื่อง
* **รายได้จากงานก่อสร้างโครงการ:** เป็นปัจจัยใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปี 2564 และกลางปี 2565 โดยมีมูลค่าสัญญารวมกว่า 161.82 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตามความคืบหน้าของงาน
* **ต้นทุนขายและบริการ:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน:** ลดลงอย่างมากในไตรมาส 3 เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้นและต้นทุนงานก่อสร้างโครงการที่เริ่มรับรู้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 7.44% เป็น 2,464.40 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินทรัพย์ระหว่างจัดสร้างโรงงาน
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 11.71% เป็น 1,215.52 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้า ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 3.59% เป็น 1,248.88 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมที่เกิดขึ้น และการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio):** เพิ่มขึ้นจาก 0.77 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 0.97 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **วงจรเงินสด:** เพิ่มขึ้นจาก 53 วัน เป็น 61 วัน โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
## สรุปท้าย
STECH ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตจากการส่งมอบงานที่ต่อเนื่องและเริ่มรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่ แต่ปัจจัยลบด้านต้นทุนได้บั่นทอนความสามารถในการทำกำไรไปอย่างมาก การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการเร่งรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูผลประกอบการในระยะต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงด้านราคาวัตถุดิบและการแข่งขันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STECH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
522.49
ล้านบาท
↑ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
86.56
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
21.87
ล้านบาท
↑ 21.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.19
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
522
↑ + 5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
87
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 21.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
9.08
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
2.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-262
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STECH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-262.23
-211.81%
|
234.54
-218.91%
|
-197.24
+4.86%
|
-188.09
-437.81%
|
55.68
-84.15%
|
351.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.51
-43.68%
|
89.68
-73.16%
|
334.16
+27.45%
|
262.18
-884.27%
|
-33.43
-87.54%
|
-268.23
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
210.74
-193.80%
|
-224.68
+1,340.26%
|
-15.60
-108.95%
|
174.34
+22.22%
|
142.64
-306.49%
|
-69.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.99
-99.40%
|
-164.89
-235.92%
|
121.31
-51.17%
|
248.43
+50.65%
|
164.90
+1,082.08%
|
13.95
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+131.98%
|
10.57
-74.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
87.24
+17.16%
|
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+132.00%
|