บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.21
0.04 (3.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8750 out_tok=2911 at=2026-07-26T06:48:12 -->
# STECH Q3/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 233% รับรายได้ก่อสร้างโครงการโตแรง-บริหารต้นทุนดี
## รายได้งานรับเหมาพุ่ง 150% หนุนกำไรโตเด่น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและรายได้อื่นเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 30.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 233.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้งานก่อสร้างโครงการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ STECH ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากงานก่อสร้างโครงการ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 150.41% หรือ 20.14 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 ประกอบกับ **การบริหารต้นทุนการขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ** ทำให้ต้นทุนลดลง 2.57% แม้รายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 7.36% ในไตรมาสนี้ แต่เมื่อพิจารณา 9 เดือนแรก รายได้จากการขายและบริการลดลง 13.58% ซึ่งการบริหารต้นทุนที่ดียังคงส่งผลดีต่อภาพรวมกำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากงานก่อสร้างโครงการที่เพิ่มขึ้น** มาจากการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควีหลายโครงการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ในพื้นที่จังหวัดสุโขทัย อุดรธานี สกลนคร และโครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควีในจังหวัดตราด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมรายได้หลัก
ส่วน **การบริหารต้นทุนการขายและบริการที่ลดลง** สอดคล้องกับปริมาณงานที่ลดลงในธุรกิจหลัก (รายได้จากการขายและบริการ) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการแข่งขันที่สูงและปริมาณงานก่อสร้างที่ออกมาค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
นอกจากนี้ **รายได้อื่น** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 394.24% ในงวด 9 เดือนแรก มาจากการรับรู้รายได้จากการอุทธรณ์ค่าปรับส่งงานล่าช้าของโครงการจ้างเหมาออกแบบจัดหาพร้อมติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง และการกลับรายการประมาณการหนี้สิน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้งานก่อสร้างโครงการ** เนื่องจากมีโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มรับรู้รายได้ในปี 2566 ซึ่งหากมีโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยผลักดันรายได้ในส่วนนี้ได้ อย่างไรก็ตาม **รายได้อื่น** ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นในงวด 9 เดือนแรก มาจากการกลับรายการประมาณการหนี้สินและค่าปรับ ซึ่งเป็นรายการที่ **มีลักษณะครั้งคราว** ไม่สามารถคาดหวังให้เกิดขึ้นต่อเนื่องในระดับเดียวกันได้
ส่วน **การบริหารต้นทุน** เป็นสิ่งที่บริษัทฯ สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับปริมาณงานและสภาวะตลาดโดยรวม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 233.66% YoY** แตะ 30.53 ล้านบาท
* **รายได้งานก่อสร้างโครงการโตแรง 150.41% YoY** ใน Q3/2566 รับรู้รายได้จาก 3 โครงการ กฟผ. และโครงการใน จ.ตราด
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2566 เพิ่ม 7.36% YoY** แต่ 9 เดือนแรกหดตัว 13.58% YoY จากการแข่งขันสูงและปริมาณงานต่ำ
* **กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน Q3/2566 เพิ่ม 72.09% YoY** จากการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
* **รายได้อื่น Q3/2566 เพิ่ม 10.48% YoY** แต่ 9 เดือนแรกโต 394.24% YoY จากการกลับรายการประมาณการหนี้สินและค่าปรับ
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.36% YoY ใน Q3/2566** จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 456.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.36% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่รายได้จากงานก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 150.41% เป็น 33.53 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11.73% เป็น 490.50 ล้านบาท
ต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 3.05% เป็น 395.59 ล้านบาท โดยต้นทุนการขายและบริการลดลง 2.57% แต่ต้นทุนงานก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้น 165.81%
กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 72.09% เป็น 94.91 ล้านบาท โดยมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 10.48% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 23.94% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 37.36%
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 268.19% เป็น 40.39 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดสามเดือนเพิ่มขึ้น 233.66% เป็น 30.53 ล้านบาท
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 รายได้รวมลดลง 11.41% เป็น 1,436.09 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 13.58% แต่รายได้จากงานก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้น 27.65% ต้นทุนรวมลดลง 15.07% ทำให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 10.39%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 20.71% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 50.94% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 18.56% เป็น 114.80 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนเพิ่มขึ้น 18.69% เป็น 94.37 ล้านบาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี:** โครงการเหล่านี้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญในปัจจุบัน และหากมีโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริม จะช่วยรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและบริการ แม้ในสภาวะที่ปริมาณงานอาจไม่แน่นอน เป็นจุดแข็งที่ช่วยรักษาอัตรากำไร
* **การกลับรายการประมาณการหนี้สินและรายได้จากการอุทธรณ์ค่าปรับ:** แม้จะเป็นรายการครั้งคราว แต่ก็เป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมผลประกอบการในระยะสั้น
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันที่สูงและปริมาณงานก่อสร้างที่ต่ำ:** ฝ่ายจัดการระบุว่าธุรกิจมีการแข่งขันค่อนข้างสูงและปริมาณงานก่อสร้างในปี 2566 มีออกมาค่อนข้างต่ำ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายและบริการในอนาคต
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่อกำไร
* **การตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารที่มาจากสาเหตุนี้บ่งชี้ถึงความเสี่ยงด้านการบริหารลูกหนี้และการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าบางราย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากงานก่อสร้างโครงการ:** จะมีโครงการใหม่ๆ เข้ามาเสริมหรือไม่ และจะสามารถรับรู้รายได้ได้อย่างต่อเนื่องเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางสภาวะการแข่งขันและราคาวัตถุดิบที่อาจผันผวน
* **การบริหารลูกหนี้และการเรียกเก็บเงิน:** การตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การกลับมาของปริมาณงานก่อสร้างในตลาด:** สัญญาณการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** แม้ Q3/2566 จะเติบโต 7.36% YoY แต่ 9 เดือนแรกหดตัว 13.58% YoY สะท้อนความท้าทายในธุรกิจหลักที่ต้องเผชิญกับการแข่งขันและปริมาณงานที่ลดลง
* **รายได้จากงานก่อสร้างโครงการ:** เป็นพระเอกในไตรมาสนี้ ด้วยการเติบโต 150.41% YoY ใน Q3/2566 และ 27.65% YoY ใน 9 เดือนแรก จากโครงการสายส่งของ กฟผ. และโครงการใน จ.ตราด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการรับรู้รายได้จากโครงการขนาดใหญ่
* **ต้นทุน:** ต้นทุนการขายและบริการลดลงสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงใน 9 เดือนแรก แต่ต้นทุนงานก่อสร้างโครงการเพิ่มขึ้นตามการรับรู้รายได้
* **กำไรขั้นต้น:** กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน Q3/2566 เติบโตโดดเด่น 72.09% YoY สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น
* **รายได้อื่น:** การกลับรายการประมาณการหนี้สินและค่าปรับส่งงานล่าช้า เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่เข้ามาเสริมกำไรใน 9 เดือนแรก แต่เป็นรายการที่ต้องพิจารณาความต่อเนื่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 14.39% เป็น 2,949.22 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์และงานระหว่างจัดสร้างโรงงานบริษัทย่อย (บริษัทสยามสตีลไวร์) สินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาก่อสร้าง และสินค้าคงเหลือ
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 22.59% เป็น 1,603.54 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ในการจัดสร้างโรงงานบริษัทย่อย ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.97 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1.19 เท่า ณ สิ้น Q3/2566
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.95% เป็น 1,345.68 ล้านบาท โดยมีกำไรเบ็ดเสร็จรวม 94.37 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 18.85 ล้านบาท
วงจรเงินสด (Cash Cycle) เพิ่มขึ้นจาก 61 วัน เป็น 80 วัน ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักจากระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยและระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
STECH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตกว่า 233% จากการรับรู้รายได้โครงการก่อสร้างสายส่งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ธุรกิจหลักจะเผชิญความท้าทายด้านการแข่งขันและปริมาณงานที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการตั้งสำรองหนี้สูญยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา ขณะที่การเติบโตของรายได้งานก่อสร้างโครงการเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องติดตามความต่อเนื่องในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STECH ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
522.49
ล้านบาท
↑ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
86.56
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
21.87
ล้านบาท
↑ 21.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.19
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
522
↑ + 5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
87
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 21.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
9.08
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
2.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-262
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STECH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-262.23
-211.81%
|
234.54
-218.91%
|
-197.24
+4.86%
|
-188.09
-437.81%
|
55.68
-84.15%
|
351.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.51
-43.68%
|
89.68
-73.16%
|
334.16
+27.45%
|
262.18
-884.27%
|
-33.43
-87.54%
|
-268.23
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
210.74
-193.80%
|
-224.68
+1,340.26%
|
-15.60
-108.95%
|
174.34
+22.22%
|
142.64
-306.49%
|
-69.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.99
-99.40%
|
-164.89
-235.92%
|
121.31
-51.17%
|
248.43
+50.65%
|
164.90
+1,082.08%
|
13.95
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+131.98%
|
10.57
-74.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
87.24
+17.16%
|
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+132.00%
|