บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.21
0.04 (3.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6796 out_tok=2485 at=2026-07-26T07:03:40 -->
# STECH Q1/2566 กำไรสุทธิโต 5.53% รับรายได้อื่นพุ่ง-บริหารต้นทุนดี
## รายได้รวมหด 15.20% แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น จากการบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพและรายได้พิเศษ
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 24.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจากการขายและบริการจะลดลง 15.43% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ STECH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตได้ คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของรายได้อื่น ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น** แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการโดยรวมจะปรับตัวลดลงก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้อื่นพุ่งสูง:** ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นถึง 13.69 ล้านบาท หรือ 688.35% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก **การได้รับเงินจากการอุทธรณ์คืนค่าปรับล่าช้าในการส่งมอบงานโครงการจ้างเหมาออกแบบจัดหาพร้อมติดตั้งเคเบิลใยแก้วนำแสง** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ
2. **การบริหารต้นทุนขายและบริการมีประสิทธิภาพ:** แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง 15.43% แต่ต้นทุนขายและบริการกลับลดลงในสัดส่วนที่มากกว่า คือ 16.95% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายและบริการปรับตัวดีขึ้น จาก 14.36% ในปีก่อน เป็น 15.90% ในไตรมาสนี้ ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการบริหารด้านต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3. **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น:** การรวมกันของรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารต้นทุนที่ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 7.15% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.53% เป็น 24.23 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในไตรมาสนี้ **มีลักษณะเป็นรายการพิเศษ (one-time item)** จากการได้รับคืนค่าปรับล่าช้า ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันนี้ในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** หากบริษัทฯ ยังคงสามารถควบคุมต้นทุนได้ดี ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต:** กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 24.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.53% YoY
* **รายได้รวมลดลง:** รายได้จากการขายและบริการรวมอยู่ที่ 433.03 ล้านบาท ลดลง 15.20% YoY
* **รายได้อื่นพุ่งสูง:** รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 13.69 ล้านบาท หรือ 688.35% YoY จากการได้รับคืนค่าปรับ
* **อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจขายและบริการเพิ่มเป็น 15.90% จาก 14.36% YoY
* **ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 72.43% YoY จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **วงจรเงินสดนานขึ้น:** วงจรเงินสดเพิ่มขึ้น 30 วัน เป็น 83 วัน จากระยะเวลาเก็บหนี้และขายสินค้าเฉลี่ยที่นานขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 433.03 ล้านบาท ลดลง 77.65 ล้านบาท หรือ 15.20% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการส่งมอบงานในปริมาณที่สูงกว่าในไตรมาสแรกของปี 2565 และโครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 KV ได้รับรู้รายได้ส่วนใหญ่ไปแล้วในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 13.69 ล้านบาท หรือ 688.35% จากการได้รับคืนค่าปรับล่าช้าในการส่งมอบงานโครงการเคเบิลใยแก้วนำแสง
ต้นทุนขายและบริการลดลง 70.25 ล้านบาท หรือ 16.95% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้กำไรขั้นต้นจากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 66.58 ล้านบาท ลดลง 4.28 ล้านบาท หรือ 6.04%
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 4.99 ล้านบาท หรือ 13.99% ส่วนใหญ่มาจากหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ และค่าไฟฟ้าสำนักงาน ขณะที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 2.90 ล้านบาท หรือ 72.43% จากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 29.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.94 ล้านบาท หรือ 7.15% และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 24.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.27 ล้านบาท หรือ 5.53% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
อัตรากำไรสุทธิรวมปรับตัวดีขึ้นจาก 4.48% ในปีก่อน เป็น 5.40% ในไตรมาสนี้
## โอกาส
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่บริษัทฯ สามารถบริหารต้นทุนขายและบริการได้ดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายและบริการเพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว
* **การรับรู้รายได้จากโครงการที่ยังดำเนินอยู่:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการใหม่หรือ backlog ที่ชัดเจน แต่การดำเนินธุรกิจก่อสร้างและผลิตคอนกรีตย่อมมีโครงการที่ต่อเนื่อง ซึ่งจะสร้างรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้พิเศษ:** การที่กำไรสุทธิเติบโตได้ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้อื่นที่เป็นรายการพิเศษ ทำให้ผลประกอบการในอนาคตอาจผันผวนหากไม่มีรายการพิเศษเช่นนี้เข้ามาเสริม
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกดดันกำไรในอนาคตหากยังคงมีภาระหนี้สิน
* **วงจรเงินสดที่ยาวนานขึ้น:** วงจรเงินสดที่เพิ่มขึ้นจาก 53 วัน เป็น 83 วัน บ่งชี้ถึงระยะเวลาในการเก็บหนี้และขายสินค้าที่นานขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่องของบริษัทฯ หากไม่ได้รับการบริหารจัดการที่ดี
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** ความสามารถในการหาโครงการใหม่ๆ และการรับรู้รายได้จาก backlog ที่มีอยู่ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและการบริหารจัดการหนี้สินของบริษัทฯ จะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงิน
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับที่ดี หรือปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารวงจรเงินสด:** การเร่งรัดการเก็บหนี้และการบริหารสินค้าคงคลังเพื่อลดระยะเวลาวงจรเงินสด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง STECH มีรายได้จากการขายและบริการลดลง 15.43% YoY เนื่องจากปริมาณการส่งมอบงานในไตรมาส 1 ปี 2565 สูงกว่าปีนี้ ขณะที่รายได้จากงานก่อสร้างโครงการลดลง 11.18% YoY เนื่องจากโครงการก่อสร้างสายส่งระบบ 115 KV ได้รับรู้รายได้ส่วนใหญ่ไปแล้วในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขายและบริการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 14.36% เป็น 15.90% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะลดลงตามรายได้ แต่การควบคุมต้นทุนได้ดีกว่าสัดส่วนรายได้ที่ลดลง ถือเป็นสัญญาณบวก
การที่วงจรเงินสด (Cash Cycle) เพิ่มขึ้นจาก 53 วัน เป็น 83 วัน เป็นประเด็นที่ต้องจับตา เนื่องจากบ่งชี้ถึงระยะเวลาที่เงินทุนถูกผูกไว้กับสินค้าและลูกหนี้ที่นานขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อสภาพคล่อง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 2,530.52 ล้านบาท ลดลง 1.85% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,236.14 ล้านบาท ลดลง 5.50% จากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและเงินกู้จากสถาบันการเงิน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 1,294.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.91% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งสอดคล้องกับกำไรเบ็ดเสร็จรวมในงวด
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ 0.96 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.92 เท่า ณ สิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
STECH ในไตรมาส 1 ปี 2566 สามารถพลิกสถานการณ์จากรายได้รวมที่ลดลง มาสู่การเติบโตของกำไรสุทธิได้ จากปัจจัยสนับสนุนหลักคือการรับรู้รายได้พิเศษจากการอุทธรณ์คืนค่าปรับ และการบริหารต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความต่อเนื่องของรายได้พิเศษนี้ และให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น รวมถึงการเร่งรัดการเก็บหนี้เพื่อลดวงจรเงินสดที่ยาวนานขึ้น เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STECH ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
522.49
ล้านบาท
↑ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
86.56
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
21.87
ล้านบาท
↑ 21.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.19
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
522
↑ + 5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
87
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 21.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
9.08
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
2.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-262
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STECH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-262.23
-211.81%
|
234.54
-218.91%
|
-197.24
+4.86%
|
-188.09
-437.81%
|
55.68
-84.15%
|
351.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.51
-43.68%
|
89.68
-73.16%
|
334.16
+27.45%
|
262.18
-884.27%
|
-33.43
-87.54%
|
-268.23
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
210.74
-193.80%
|
-224.68
+1,340.26%
|
-15.60
-108.95%
|
174.34
+22.22%
|
142.64
-306.49%
|
-69.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.99
-99.40%
|
-164.89
-235.92%
|
121.31
-51.17%
|
248.43
+50.65%
|
164.90
+1,082.08%
|
13.95
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+131.98%
|
10.57
-74.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
87.24
+17.16%
|
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+132.00%
|