บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.21
0.04 (3.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14474 out_tok=2840 at=2026-07-26T06:08:58 -->
# STECH กำไรสุทธิปี 64 หดตัว 32.75% เหตุต้นทุนพุ่ง-งานก่อสร้างรับรู้ช้า
## รายได้รวมปี 64 ทรงตัว แต่กำไรสุทธิลดลง 32.75% จากต้นทุนวัตถุดิบสูง-งานก่อสร้างเริ่มรับรู้รายได้ล่าช้า
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 1,516.55 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน แต่กำไรสุทธิลดลง 32.75% มาอยู่ที่ 94.57 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น และการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างที่ล่าช้ากว่าแผน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ STECH ในปี 2564 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบหลัก โดยเฉพาะลวดเหล็ก และการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างที่ล่าช้า** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลงจาก 26.48% ในปี 2563 เป็น 19.99% ในปี 2564 คือ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะลวดเหล็กที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นกว่า 10% แม้บริษัทจะพยายามปรับราคาขายขึ้นบ้างแล้วก็ตาม นอกจากนี้ กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 ลดลง 32.75% มาอยู่ที่ 94.57 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 140.60 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ **รายได้จากงานก่อสร้างโครงการมีสัดส่วนน้อยและเริ่มรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2564** ซึ่งล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้นเกิดจากภาวะตลาดที่ราคาลวดเหล็กปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง แม้บริษัทจะพยายามปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบทั้งหมดได้ทันที ส่วนการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างที่ล่าช้า เกิดจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ทำให้โครงการต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องชะลอหรือเลื่อนการดำเนินการออกไป รวมถึงการประมูลงานภาครัฐที่ล่าช้ากว่าแผน ทำให้บริษัทเพิ่งจะเริ่มรับรู้รายได้จากสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 kV สถานีไฟฟ้าสกลนคร 2 ในช่วงปลายปี 2564
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แต่การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในปีถัดไป เนื่องจากบริษัทได้ลงนามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 kV มูลค่า 97.97 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 และมีระยะเวลาดำเนินงาน 1 ปี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและความล่าช้าของโครงการต่างๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 32.75%** อยู่ที่ 94.57 ล้านบาท จาก 140.60 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 4.85%** อยู่ที่ 1,512.56 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลง** จาก 26.48% เป็น 19.99% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ (ลวดเหล็ก) ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 10%
* **รายได้จากงานก่อสร้างโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 90.34 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 3.99 ล้านบาทในปี 2564 เนื่องจากเพิ่งเริ่มรับรู้รายได้จากสัญญาใหม่ในเดือนธันวาคม 2564
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.01%** จาก 129.17 ล้านบาท เป็น 121.41 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกลับรายการการด้อยค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
* **ต้นทุนทางการเงินลดลงต่อเนื่อง** จาก 26.30 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 21.27 ล้านบาทในปี 2564 จากการชำระคืนเงินกู้ตามแผน IPO และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 58.63%** จาก 760.01 ล้านบาท เป็น 1,205.62 ล้านบาท จากกำไรสะสม การเพิ่มทุน และส่วนเกินมูลค่าหุ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,512.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.85% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานก่อสร้างโครงการลดลงอย่างมากจาก 90.34 ล้านบาท เหลือเพียง 3.99 ล้านบาท ส่งผลให้รายได้รวมอยู่ที่ 1,516.55 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.07% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 4.28% เป็น 1,260.61 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะลวดเหล็กที่ปรับตัวขึ้นกว่า 10% ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 302.04 ล้านบาท เป็น 251.95 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 26.48% เป็น 19.99%
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 6.01% มาอยู่ที่ 121.41 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกลับรายการการด้อยค่าอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน และค่าใช้จ่ายผลประโยชน์ตอบแทนพนักงานที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 16.86% มาอยู่ที่ 21.27 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 94.57 ล้านบาท ลดลง 32.75% เมื่อเทียบกับ 140.60 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 9.07% เป็น 6.14%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างใหม่:** บริษัทได้ลงนามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 kV มูลค่า 97.97 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปี 2564 และต่อเนื่องไปในปี 2565 ซึ่งเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และผลกำไร
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การบริหารค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง และการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ลดลง เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองผลประกอบการ
* **การเพิ่มทุน:** การเพิ่มทุนที่เกิดขึ้นส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางฐานะการเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การที่ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ลวดเหล็ก มีแนวโน้มผันผวนสูง เป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความล่าช้าของโครงการ:** สถานการณ์ COVID-19 และความล่าช้าในการประมูลงานภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และระยะเวลาของโครงการ
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมอาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาลวดเหล็กและวัตถุดิบอื่นๆ จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
* **ความคืบหน้าของโครงการก่อสร้าง:** การรับรู้รายได้จากสัญญาใหม่ และการประมูลงานใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมจะส่งผลต่อการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมก่อสร้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
สำหรับ STECH ซึ่งอยู่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ **รายได้จากการขายและบริการ** ซึ่งในปี 2564 เติบโตได้ 4.85% เป็นสัญญาณที่ดี แต่ **รายได้จากงานก่อสร้างโครงการ** กลับลดลงอย่างมาก สะท้อนถึงผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้โครงการต่างๆ ล่าช้า การที่บริษัทเพิ่งเริ่มรับรู้รายได้จากสัญญาใหม่ในเดือนธันวาคม 2564 ทำให้รายได้ส่วนนี้ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบได้ทันที
**ต้นทุนการขายและบริการ** ที่เพิ่มขึ้น 4.28% โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นกว่า 10% เป็นปัจจัยกดดัน **อัตรากำไรขั้นต้น** ให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 26.48% เหลือ 19.99% ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
ในส่วนของ **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ที่ลดลง 6.01% ถือเป็นจุดแข็งที่ช่วยลดแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,293.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.23% จากปีก่อนหน้า โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสด ลูกหนี้การค้า และสินค้าคงคลัง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,088.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.34% จากปีก่อนหน้า โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าและเจ้าหนี้การค้า
ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 58.63% เป็น 1,205.62 ล้านบาท จาก 760.01 ล้านบาทในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้กำไรสะสม การเพิ่มทุน และส่วนเกินมูลค่าหุ้น
วงจรเงินสด (Cash Cycle) อยู่ที่ 65.04 วัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณสินค้าสำเร็จรูปที่สูงขึ้นในช่วงปลายปี
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STECH ในปี 2564 คือ การเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะลวดเหล็ก ประกอบกับการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างที่ล่าช้ากว่าแผน ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 32.75% แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้เล็กน้อยก็ตาม อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่ลดลง รวมถึงการเพิ่มทุนที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน เป็นปัจจัยที่ช่วยประคองผลประกอบการ ในขณะที่โอกาสในการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างใหม่ในปี 2565 เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อการฟื้นตัวของผลกำไรในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและความล่าช้าของโครงการยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรพิจารณาอย่างรอบคอบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STECH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
522.49
ล้านบาท
↑ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
86.56
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
21.87
ล้านบาท
↑ 21.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.19
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
522
↑ + 5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
87
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 21.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
9.08
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
2.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-262
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STECH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-262.23
-211.81%
|
234.54
-218.91%
|
-197.24
+4.86%
|
-188.09
-437.81%
|
55.68
-84.15%
|
351.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.51
-43.68%
|
89.68
-73.16%
|
334.16
+27.45%
|
262.18
-884.27%
|
-33.43
-87.54%
|
-268.23
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
210.74
-193.80%
|
-224.68
+1,340.26%
|
-15.60
-108.95%
|
174.34
+22.22%
|
142.64
-306.49%
|
-69.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.99
-99.40%
|
-164.89
-235.92%
|
121.31
-51.17%
|
248.43
+50.65%
|
164.90
+1,082.08%
|
13.95
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+131.98%
|
10.57
-74.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
87.24
+17.16%
|
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+132.00%
|