บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน)
SET · วัสดุก่อสร้าง
1.21
0.04 (3.20%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7439 out_tok=2514 at=2026-07-26T06:20:43 -->
# STECH Q1/2565 กำไรสุทธิหดตัว 30% รับต้นทุนพุ่ง-การแข่งขันสูง
## รายได้รวมโต 30% แต่กำไรสุทธิลดลง สวนทางกับภาพรวมธุรกิจที่ขยายตัว
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวมจากการขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 22.87% หรือ 90.04 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งมอบงานในปริมาณที่สูงขึ้นตามยอดสั่งซื้อที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมกำไรสุทธิกลับปรับตัวลดลงถึง 30.19% หรือ 9.93 ล้านบาท มาอยู่ที่ 22.96 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการแข่งขันทางด้านราคาที่รุนแรงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ STECH ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขายและบริการที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวลดลง** แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตถึง 22.87% หรือ 90.04 ล้านบาท แต่ต้นทุนการขายและบริการกลับเพิ่มขึ้นถึง 28.20% หรือ 91.16 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลง 1.59% และส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 30.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการขายและบริการมีสาเหตุหลักมาจาก **ราคาต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะลวดเหล็กที่ปรับราคาเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2564** นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุถึง **สภาวะการแข่งขันทางด้านราคาทีÉสูงจากคู่แข่ง** ซึ่งกดดันให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่าบริษัทฯ จะมีรายได้จากงานก่อสร้างโครงการเข้ามาเสริม 26.86 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปลายปี 2564 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นและการแข่งขันด้านราคาได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและการแข่งขันอย่างใกล้ชิด** ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาต้นทุนวัตถุดิบ เช่น ลวดเหล็ก ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 และยังคงเป็นปัจจัยกดดันในปัจจุบัน การแข่งขันทางด้านราคาก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร ซึ่งเป็นสภาวะที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องหากอุปทานและอุปสงค์ในตลาดไม่สมดุล หรือมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การมีรายได้จากงานก่อสร้างโครงการเข้ามาเสริม และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 31.97% อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 29.69%** มาอยู่ที่ 510.68 ล้านบาท จากการส่งมอบงานในปริมาณที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิลดลง 30.19%** มาอยู่ที่ 22.96 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและแรงกดดันด้านราคา
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 28.20%** สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น แต่สูงกว่าการเติบโตของรายได้
* **อัตรากำไรสุทธิลดลง** จาก 8.23% ในปีก่อน เหลือ 4.48% ในไตรมาสนี้
* **มีรายได้จากงานก่อสร้างโครงการ 26.86 ล้านบาท** จากสัญญาใหม่กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 31.97%** จากการชำระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สยามเทคนิคคอนกรีต จำกัด (มหาชน) หรือ STECH ในไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 483.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการส่งมอบงานในปริมาณที่สูงขึ้นตามยอดสั่งซื้อที่มีอยู่ นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากงานก่อสร้างโครงการเข้ามาเสริมอีก 26.86 ล้านบาท ทำให้รายได้รวมทั้งสิ้นอยู่ที่ 510.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.69% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 28.20% ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลง 1.59% แม้จะมีรายได้อื่นเข้ามาบ้าง แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเล็กน้อย ทำให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลง 30.71% และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 22.96 ล้านบาท ลดลง 30.19% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.23% เหลือ 4.48%
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่:** การลงนามสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 kV กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มูลค่า 97.97 ล้านบาท จะช่วยเสริมรายได้และกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การชำระคืนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ
* **การบริหารจัดการวงจรเงินสด:** วงจรเงินสดที่ลดลงจาก 55 วัน เหลือ 53 วัน บ่งชี้ถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการลูกหนี้และสินค้าคงคลังที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** ราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น โดยเฉพาะลวดเหล็ก เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **การแข่งขันด้านราคา:** สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมส่งผลให้บริษัทฯ ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ลวดเหล็ก จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **กลยุทธ์การแข่งขันด้านราคา:** บริษัทฯ จะสามารถบริหารจัดการการแข่งขันด้านราคาอย่างไร เพื่อรักษาหรือเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** ความคืบหน้าและมูลค่ารายได้ที่จะรับรู้จากสัญญาจ้างเหมาก่อสร้างสายส่งระบบ 115 kV
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้สอดคล้องกับรายได้
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** แม้ปัจจุบันต้นทุนทางการเงินลดลง แต่การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอาจส่งผลกระทบต่อภาระทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 1 ปี 2565 STECH แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ 22.87% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการดำเนินงานที่กลับมาคึกคักขึ้น โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการส่งมอบงานตามคำสั่งซื้อที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะลวดเหล็ก ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในอุตสาหกรรมคอนกรีต เป็นปัจจัยสำคัญที่กัดกินอัตรากำไรขั้นต้นอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้บริษัทฯ ไม่สามารถปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลให้กำไรขั้นต้นจากการขายและบริการลดลง 1.59% แม้ว่าจะมีรายได้จากงานก่อสร้างโครงการใหม่เข้ามาเสริม ซึ่งเป็นธุรกิจที่บริษัทฯ เพิ่งเริ่มดำเนินการ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ทั้งหมด การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 31.97% เป็นจุดบวกที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินลงได้บ้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของ STECH อยู่ที่ 2,361.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.96% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและงานระหว่างจัดสร้างสินทรัพย์โรงงานชลบุรี 2 ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,133.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.14% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ซึ่งสอดคล้องกับระยะเวลาการให้เครดิตเทอมของผู้จัดจำหน่ายวัตถุดิบ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.40 เท่า ณ สิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 0.92 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.90% มาอยู่ที่ 1,228.58 ล้านบาท จากกำไรเบ็ดเสร็จรวมในงวด
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ STECH ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการส่งมอบงานที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกบั่นทอนด้วยต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าบริษัทฯ จะมีโอกาสจากการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีขึ้น แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและการแข่งขันที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การแข่งขันจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไรของบริษัทฯ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ STECH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
522.49
ล้านบาท
↑ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
86.56
ล้านบาท
↓ 19.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.57
%
กำไรสุทธิ
21.87
ล้านบาท
↑ 21.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.19
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
522
↑ + 5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
87
↓ -19.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 21.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — STECH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
9.08
ROA (%)
7.06
Book Value/หุ้น
2.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — STECH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-262
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+51
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — STECH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-262.23
-211.81%
|
234.54
-218.91%
|
-197.24
+4.86%
|
-188.09
-437.81%
|
55.68
-84.15%
|
351.27
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.51
-43.68%
|
89.68
-73.16%
|
334.16
+27.45%
|
262.18
-884.27%
|
-33.43
-87.54%
|
-268.23
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
210.74
-193.80%
|
-224.68
+1,340.26%
|
-15.60
-108.95%
|
174.34
+22.22%
|
142.64
-306.49%
|
-69.08
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.99
-99.40%
|
-164.89
-235.92%
|
121.31
-51.17%
|
248.43
+50.65%
|
164.90
+1,082.08%
|
13.95
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+131.98%
|
10.57
-74.28%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
87.24
+17.16%
|
74.46
+55.03%
|
48.03
-64.38%
|
134.85
-21.54%
|
171.88
+600.98%
|
24.52
+132.00%
|