บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3486 out_tok=2451 at=2026-07-26T04:54:03 -->
SMPC โชว์กำไรปี 65 โต 13.9% รับอานิสงส์ดีมานด์แอฟริกา-ตะวันออกกลาง-บาทอ่อน
ฝ่ายบริหารชี้รายได้-กำไรขั้นต้นพุ่ง สวนทางต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับขึ้น พร้อมรับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 828.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% จากปีก่อนที่ 727.78 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 5,248.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของความต้องการในตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในประเทศ ประกอบกับการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงกว่า 8% ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ส่งออกอย่าง SMPC
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ SMPC ในปี 2565 มาจากการที่ **รายได้จากการขายและกำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยกำไรสุทธิเติบโต 13.9% จาก 727.78 ล้านบาท เป็น 828.88 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่ฝ่ายบริหารสามารถบริหารจัดการราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในปีนี้ คือ **1) ความต้องการของลูกค้าในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในประเทศที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 15.3% เป็น 5,248.02 ล้านบาท และ **2) การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่เพิ่มขึ้น** ประกอบกับ **3) การที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 8%** ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อบริษัทที่มีสัดส่วนการขายในต่างประเทศกว่า 90% ทำให้ยอดขายในรูปเงินบาทสูงขึ้น และยังช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 24.0% เป็น 25.7% นอกจากนี้ การที่สัดส่วนการขายถังแก๊สที่มีผู้ผลิตน้อยรายเพิ่มขึ้น ยังช่วยให้บริษัทสามารถตั้งราคาขายได้ดีขึ้น
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต **ปัจจัยบวกจากความต้องการของลูกค้าในตลาดหลักและผลบวกจากค่าเงินบาทมีโอกาสที่จะส่งผลต่อเนื่อง** อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบและการบริหารจัดการ GPM จะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยฝ่ายจัดการได้ระบุว่าความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ดีในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 13.9%** แตะ 828.88 ล้านบาท จาก 727.78 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้จากการขายปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.3%** เป็น 5,248.02 ล้านบาท จาก 4,550.35 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 24.0% เป็น 25.7%
* **ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า** ประมาณ 8% หนุนรายได้และ GPM จากการส่งออกกว่า 90%
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) และค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น** แต่ถูกชดเชยด้วยรายได้และ GPM ที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 5,248.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 697.67 ล้านบาท หรือ 15.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากความต้องการของลูกค้าในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในประเทศที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงประมาณ 8% ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทที่มีสัดส่วนการขายในต่างประเทศกว่า 90%
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 442.83 ล้านบาท หรือ 12.8% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 254.84 ล้านบาท หรือ 23.3% เป็น 1,348.90 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 25.7% เพิ่มขึ้นจาก 24.0% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น สัดส่วนการขายถังที่มีผู้ผลิตน้อยรายเพิ่มขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 67.66 ล้านบาท หรือ 33.9% เป็น 267.37 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ และโบนัสพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามผลประกอบการที่ดีขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 13.27 ล้านบาท หรือ 124.3% เป็น 23.95 ล้านบาท จากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่สูงขึ้น
ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 65.13 ล้านบาท หรือ 54.7% เป็น 184.21 ล้านบาท ตามผลประกอบการที่ดีขึ้น และการได้รับยกเว้นภาษีเงินได้จาก BOI ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 828.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 101.10 ล้านบาท หรือ 13.9% จาก 727.78 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **ความต้องการของลูกค้าในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัท
* **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ** ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** เป็นประโยชน์ต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออกที่มีรายได้จากต่างประเทศกว่า 90%
* **การเพิ่มสัดส่วนการขายถังแก๊สที่มีผู้ผลิตน้อยราย** ช่วยเพิ่มอำนาจในการกำหนดราคาและอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก)** ซึ่งเป็นต้นทุนหลักในการผลิต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** แม้ว่าปัจจุบันจะได้รับประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า แต่การแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร** เช่น ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ และโบนัสพนักงาน
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น** จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **การลดลงของสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI** ส่งผลให้ภาระภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มความต้องการของลูกค้าในตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง และในประเทศ
* ความเคลื่อนไหวของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) และความสามารถในการปรับราคาขาย
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน
* การเปลี่ยนแปลงของสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล utilization rate โดยตรง แต่ระบุว่า "ความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงระดับการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างสูง
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล order book โดยตรง แต่การที่ความต้องการของลูกค้ามีอย่างต่อเนื่อง อาจสะท้อนถึงการมีคำสั่งซื้อที่รองรับการผลิตในระดับหนึ่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และบริษัทมีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกัน
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นจาก 24.0% เป็น 25.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการปรับราคาขาย, สัดส่วนการขายสินค้าที่มีผู้ผลิตน้อยราย, และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **การส่งออก:** เป็นสัดส่วนหลักกว่า 90% ของรายได้ ซึ่งได้รับประโยชน์โดยตรงจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 8% ส่งผลบวกต่อรายได้และ GPM
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาเน้นที่ผลการดำเนินงานของปี 2565 เทียบกับปี 2564 โดยไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล (สินทรัพย์ หนี้สิน) หรืองบกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม มีการกล่าวถึง "ภาระหนี้จากการซื้อวัตถุดิบเพิ่มขึ้น" และ "ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น" ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการกู้ยืมเพื่อใช้ในการดำเนินงาน โดยเฉพาะการจัดซื้อวัตถุดิบที่ราคาสูงขึ้น
## สรุปท้าย
SMPC โชว์ผลประกอบการปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 13.9% จากการที่ฝ่ายบริหารสามารถบริหารจัดการราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งหนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากความต้องการของตลาดหลักที่ต่อเนื่อง แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|