บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3445 out_tok=1866 at=2026-07-26T05:33:41 -->
# SMPC กำไร Q3/2565 โต 14.3% รับอานิสงส์บาทอ่อน-ดีมานด์แอฟริกา-ตะวันออกกลาง
## รายได้-กำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นตามการส่งออกที่แข็งแกร่ง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กยังคงเป็นปัจจัยกดดัน
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 190.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศที่ยังคงมีความต้องการสูง ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMPC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง 22.1%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.3% แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังคงทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 24.9%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากหลายปัจจัยประการแรก **ความต้องการของลูกค้าในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และลูกค้าในประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง** ประการที่สอง **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะเหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก ประการสุดท้าย **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง** เป็นปัจจัยบวกสำคัญ เนื่องจากบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกกว่า 90% ทำให้ได้รับประโยชน์จากการแปลงรายได้เป็นเงินบาทที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายก็ปรับเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต โดยต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นตามยอดขาย แต่ GPM โดยรวมยังคงทรงตัวใกล้เคียงเดิม
นอกจากนี้ รายได้อื่นลดลง 29.2% เนื่องจากรายได้จากการขายเศษเหล็กลดลงตามราคาตลาดที่ปรับตัวลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.2% จากค่าที่ปรึกษา ค่าธรรมเนียมวิชาชีพ และการตั้งโบนัสค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 193.1% จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุนและอัตราแลกเปลี่ยน** ฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการของลูกค้าในตลาดหลักยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบและการบริหารจัดการต้นทุนอื่นๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้จากการส่งออก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายเติบโต 22.1%** แตะ 1,378.61 ล้านบาท จาก 1,129.47 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2564
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.3%** เป็น 190.71 ล้านบาท จาก 166.90 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว** อยู่ที่ 24.9% ใกล้เคียงกับ 24.8% ในปีก่อน
* **ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า** หนุนรายได้จากการส่งออกกว่า 90%
* **ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กปรับตัวสูงขึ้น** ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตาม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 1,378.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการที่ความต้องการของลูกค้าในทวีปแอฟริกา ตะวันออกกลาง และลูกค้าในประเทศยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 22.6% เป็น 343.88 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 24.9%
อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นลดลง 29.2% จากการขายเศษเหล็กที่ลดลงตามราคาตลาด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.2% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 193.1% จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 14.3% เป็น 190.71 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลางยังคงสูง:** เป็นตลาดหลักที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้
* **การปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบ:** ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบเหล็ก:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** จากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นและอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าในตลาดส่งออก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบเหล็กในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* คำสั่งซื้อใหม่จากลูกค้าในตลาดหลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของ **Utilization** และ **Order Book** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรง แต่จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น 22.1% และการกล่าวถึงความต้องการของลูกค้าที่ต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างดีและมีคำสั่งซื้อรองรับ
**ราคาวัตถุดิบ (เหล็ก)** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนขาย โดยมีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกัน ซึ่งช่วยรักษา **GPM** ให้ทรงตัวได้
**การส่งออก** เป็นสัดส่วนหลักกว่า 90% ของรายได้ และได้รับประโยชน์อย่างมากจาก **ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า**
**สินค้าคงคลัง** ไม่ได้มีการกล่าวถึงรายละเอียดในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
SMPC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตได้ดีจากแรงหนุนของรายได้จากการส่งออกที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในตลาดแอฟริกาและตะวันออกกลาง ประกอบกับผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า แม้ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กจะปรับตัวสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการโดยการปรับราคาขาย ทำให้ GPM ทรงตัวได้ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและราคาวัตถุดิบที่ผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|