บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=28382 out_tok=2456 at=2026-08-11T19:46:05 -->
SMPC Q2/2569: กำไรสุทธิโต 12.5% รับ GPM พุ่ง สวนทางรายได้ลด
SMPC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิแตะ 226.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้จากการขายลดลง 5.4% โดยปัจจัยหลักมาจากความสามารถในการทำกำไรที่สูงขึ้นจากการขายในตลาดที่ให้ราคาดี และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรของ SMPC ในไตรมาส 2/2569 คือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SMPC ในไตรมาส 2/2569 เติบโต คือ **การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ถึง 1.9% จาก 26.4% เป็น 28.3%** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12.5% หรือ 25.20 ล้านบาท เป็น 226.27 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลง 5.4% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของ GPM มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ:
* **ราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) ลดลง 7%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายที่ลดลง 7.9%
* **การขายในตลาดที่บริษัทสามารถทำราคาได้ดี** แม้ว่าค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น 3% แต่การบริหารจัดการราคาขายเฉลี่ยยังคงทำได้ดี ทำให้ GPM โดยรวมปรับตัวดีขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบที่ลดลง** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต
* **ความต้องการจากลูกค้าหลักในสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคอื่น ๆ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง** โดยเฉพาะเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ซึ่งบ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่สม่ำเสมอ
* **การบริหารจัดการราคาขายให้สอดคล้องกับตลาด** ที่ฝ่ายจัดการสามารถทำได้ดีในไตรมาสนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 เพิ่มขึ้น 12.5% YoY** เป็น 226.27 ล้านบาท แม้รายได้ลดลง 5.4%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว 1.9%** แตะ 28.3% จาก 26.4%
* **ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 4.1% YoY** แต่ราคาขายเฉลี่ยลดลงจากราคาเหล็กและค่าเงินบาทแข็งค่า
* **รายได้จากการขาย 6 เดือนแรกปี 2569 ลดลง 1.7%** แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 18.0% จาก GPM ที่ดีขึ้น
* **ยอดขายส่งออกคิดเป็นกว่า 92% ของรายได้รวม** และมีการบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วย Natural Hedge
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2/2569:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 226.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2568 (ปรับปรุงใหม่) แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 5.4% เป็น 1,094.95 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงจากการลดลงของราคาเหล็ก 7% และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 3% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับเพิ่มขึ้น 1.9% เป็น 28.3% จากการขายในตลาดที่ทำราคาได้ดี และต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 15.1% จากรายได้ค่าขายเศษซากและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
**6 เดือนแรกปี 2569:** บริษัทมีกำไรสุทธิ 397.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (ปรับปรุงใหม่) โดยรายได้จากการขายลดลง 1.7% เป็น 2,148.26 ล้านบาท แต่ GPM เพิ่มขึ้นจาก 22.8% เป็น 25.5% จากราคาวัตถุดิบที่ลดลง 11% และการขายในตลาดที่ทำราคาได้ดี แม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้น 5% ต้นทุนทางการเงินลดลง 39.2% และภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 140.31%
## โอกาส
* **ความต้องการจากลูกค้าหลักในสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคอื่น ๆ ยังคงมีต่อเนื่อง:** โดยเฉพาะเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ ซึ่งบ่งชี้ถึงตลาดที่มีศักยภาพ
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การใช้กลยุทธ์ Natural Hedge และการพิจารณาเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงินบาท
* **การปรับแผนการขายและการจัดส่งให้ยืดหยุ่น:** เช่น การเพิ่มสัดส่วนการขายแบบ FOB เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของต้นทุนขนส่งและพลังงาน
* **การมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งและกระจายตัว:** ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่งมากเกินไป
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** จากสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจทั่วโลก
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาจส่งผลต่อต้นทุนโลจิสติกส์และระยะเวลาการขนส่ง
* **นโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา:** มาตรการ Section 232 ที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มเหล็กและอะลูมิเนียม อาจส่งผลต่อต้นทุนการนำเข้า
* **ค่าเงินบาทแข็งค่า:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อราคาขายเฉลี่ย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็ก:** ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก และส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและราคาขาย
* **สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง:** และผลกระทบต่อราคาพลังงานและค่าขนส่ง
* **นโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา:** โดยเฉพาะมาตรการที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเหล็ก
* **การบริหารจัดการอัตราแลกเปลี่ยน:** เพื่อลดผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า
* **การเติบโตของคำสั่งซื้อจากภูมิภาคอื่น ๆ:** นอกเหนือจากตลาดหลักในสหรัฐอเมริกา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 4.1% YoY ใน Q2/69 และ 5.9% ใน 6 เดือนแรกปี 2569 บ่งชี้ว่าโรงงานยังคงมีการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด
* **Order Book:** ความต้องการจากลูกค้าหลักในสหรัฐอเมริกาและภูมิภาคอื่น ๆ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในเอเชีย ตะวันออกกลาง และอเมริกาใต้ แสดงให้เห็นถึง Backlog ที่แข็งแกร่ง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กลดลง 7% YoY ใน Q2/69 และ 11% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2569 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนการผลิต
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยใน Q2/69 อยู่ที่ 28.3% จาก 26.4% YoY และใน 6 เดือนแรกปี 2569 อยู่ที่ 25.5% จาก 22.8% YoY
* **ส่งออก:** รายได้จากการส่งออกคิดเป็นมากกว่า 92% ของรายได้รวม ซึ่งเป็นจุดแข็งในการสร้างรายได้
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 3% YoY ใน Q2/69 และ 5% YoY ใน 6 เดือนแรกปี 2569 ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยลดลง แต่บริษัทมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 4.7% เป็น 1,004.58 ล้านบาท จากการสำรองวัตถุดิบตามคำสั่งซื้อที่จะส่งมอบในไตรมาสถัดไป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 14.6% เป็น 4,324.62 ล้านบาท โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 12.2%, ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 111.7% และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.7%
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 64.2% เป็น 814.39 ล้านบาท โดยเงินกู้ยืมระยะสั้นและเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 77.0% และเงินรับล่วงหน้าจากลูกค้าเพิ่มขึ้น 110.7%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 7.1% เป็น 3,510.23 ล้านบาท จากกำไรสะสม
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิลดลง 53.4% เป็น 24.01 ล้านบาท โดยเงินสดได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 108.92 ล้านบาท แต่ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 193.67 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SMPC ในไตรมาส 2/2569 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่แข็งแกร่ง โดยสามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายจะเผชิญแรงกดดันจากการลดลงของราคาเหล็กและค่าเงินบาทที่แข็งค่า การมีคำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องจากตลาดหลักและตลาดใหม่ รวมถึงการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ ทำให้บริษัทมีแนวโน้มที่จะรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้า ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|