บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3532 out_tok=2417 at=2026-07-26T05:03:40 -->
# SMPC กำไรปี 64 โต 17.6% รับราคาขายเฉลี่ยสูง-บาทอ่อนหนุน
## รายได้-กำไรโตตามราคาเหล็ก-ค่าบาทอ่อน ขณะที่ต้นทุนขนส่งพุ่งกระทบอัตรากำไร
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 727.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากรายได้จากการขายที่เติบโตจากการปรับราคาขายเฉลี่ยให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้น ประกอบกับผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญได้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการจัดจำหน่าย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMPC ในปี 2564 คือ **การปรับขึ้นราคาขายเฉลี่ยให้สอดคล้องกับราคาวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้น ประกอบกับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและกำไรสุทธิเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ปริมาณการขายจะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 14.5% เป็นผลมาจากการปรับราคาขายเฉลี่ยให้สูงขึ้นตามราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงสัดส่วนการขายถังแก๊สที่มีราคาสูงเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอย่างดอลลาร์สหรัฐและยูโร ยังเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออกให้กับบริษัทในฐานะผู้ส่งออก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 15.1% เป็นผลโดยตรงจากราคาวัตถุดิบหลัก (เหล็ก) ที่สูงขึ้นตามราคาตลาดโลก แม้บริษัทจะทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกันแล้ว แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 24.0% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 24.4% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการปรับราคาขายสามารถชดเชยต้นทุนวัตถุดิบได้ในระดับหนึ่ง
ปัจจัยสำคัญอีกประการที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการคือ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 40.3%** ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากอัตราค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลกตั้งแต่ปลายปี 2563 ซึ่งกดดันอัตรากำไรโดยรวม แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายลดลงก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบเหล็กและอัตราแลกเปลี่ยนมีแนวโน้มผันผวนตามสภาวะตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องต่อราคาขายและรายได้ของบริษัท อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือขนส่งที่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกในปี 2564 อาจคลี่คลายลงในอนาคต ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่ต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้นมีแนวโน้มเป็นปัจจัยกดดันต่อเนื่องหากสถานการณ์การขนส่งยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 17.6%** แตะ 727.78 ล้านบาท จาก 618.71 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 14.5%** เป็น 4,550.35 ล้านบาท จาก 3,973.38 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 15.1%** สอดคล้องกับยอดขาย โดยมีสาเหตุหลักจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ทรงตัว** อยู่ที่ 24.0% ใกล้เคียงปีก่อนที่ 24.4%
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายพุ่งสูงขึ้น 40.3%** จากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า** เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโร ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC มีรายได้จากการขายรวม 4,550.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.5% เมื่อเทียบกับ 3,973.38 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.0% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 24.4% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 12.8% เป็น 1,094.06 ล้านบาท
ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 40.3% เป็น 341.56 ล้านบาท จาก 243.40 ล้านบาท ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก อย่างไรก็ตาม บริษัทได้รับประโยชน์จากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น 24.7% โดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ค่าขายเศษเหล็กที่เพิ่มขึ้นตามราคาเหล็กในตลาด
เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 727.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.6% จาก 618.71 ล้านบาท ในปีก่อน โดยมีอัตราภาษีเงินได้ลดลงเนื่องจากได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI
## โอกาส
* **ความต้องการใช้ถังแก๊สที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง:** โดยเฉพาะในแถบทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของบริษัท
* **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน:** ความสามารถในการปรับราคาขายตามราคาวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้น ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
* **สิทธิประโยชน์ทางภาษี:** การได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บางส่วนตามสิทธิประโยชน์ BOI ช่วยเพิ่มกำไรสุทธิ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบเหล็ก:** ราคาเหล็กที่ผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ต้นทุนค่าระวางเรือที่สูง:** อัตราค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนในการจัดจำหน่ายและอัตรากำไรโดยรวม
* **ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือ:** เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกและอาจทำให้สินค้าสำเร็จรูปคงคลังเพิ่มขึ้น
* **ภาวะเศรษฐกิจโลก:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการสินค้าในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบเหล็ก:** ทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนและราคาขาย
* **สถานการณ์ค่าระวางเรือ:** การปรับตัวลงของค่าระวางเรือจะเป็นปัจจัยบวกต่อต้นทุนจัดจำหน่าย
* **ปัญหา Supply Chain:** การคลี่คลายของปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และเรือขนส่ง
* **ปริมาณการขายและการส่งออก:** การฟื้นตัวของปริมาณการขาย โดยเฉพาะในตลาดส่งออกหลัก
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ทิศทางค่าเงินบาทต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐและยูโร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณการขายปีนี้ใกล้เคียงกับปีก่อน และมีสินค้าสำเร็จรูปปลายงวดคงเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ว่ากำลังการผลิตไม่ได้ถูกใช้เต็มที่ หรือมีสินค้าที่ผลิตเพื่อรอการส่งออก
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการใช้ถังแก๊สที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในตลาดอเมริกาเหนือ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้ทยอยปรับราคาขายให้สอดคล้องกัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.0% ใกล้เคียงปีก่อนที่ 24.4% แสดงถึงความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบไปยังราคาขายได้ดีในระดับหนึ่ง
* **การส่งออก:** การส่งออกเป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้ แต่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนเรือและตู้คอนเทนเนอร์
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าสำเร็จรูปปลายงวดคงเหลือเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นผลมาจากอุปสรรคในการส่งออก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ฉบับนี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 30.2% เป็น 10.68 ล้านบาท เนื่องจากภาระหนี้จากการซื้อวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้นตามราคาเหล็ก
## สรุปท้าย
SMPC สามารถบริหารจัดการผลประกอบการในปี 2564 ให้เติบโตได้ท่ามกลางความท้าทาย โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการปรับราคาขายตามต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่ความต้องการใช้ถังแก๊สในตลาดหลักยังคงมีแนวโน้มเติบโต ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปัญหา Supply Chain ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|