บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3371 out_tok=2056 at=2026-07-27T12:40:10 -->
# SMPC กำไร Q2/64 ลดลง 4.5% เหตุค่าขนส่งพุ่งกระทบต้นทุน
## รายได้รวมโต 4% แต่ต้นทุนจัดจำหน่ายพุ่งแรงกว่า 67% ฉุดกำไรสุทธิหดตัวเล็กน้อย
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 174.07 ล้านบาท ลดลง 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะเติบโต 4.0% เป็น 1,137.16 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากสถานการณ์ค่าระวางเรือที่เริ่มคลี่คลายและการเติบโตของยอดขายในแอฟริกาและอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการพุ่งขึ้นของค่าระวางเรือทั่วโลก และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ SMPC ในไตรมาส 2 ปี 2564 แตกต่างจากปีก่อน คือ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด** ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร แม้รายได้จากการขายจะเติบโตก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 67.9%** หรือ 40.45 ล้านบาท จาก 59.54 ล้านบาท เป็น 99.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 4.5% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเพิ่มขึ้น 4.0% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.4% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของ **อัตราค่าระวางเรือ** ทั่วทุกภูมิภาคตั้งแต่ปลายปี 2563 และต่อเนื่องมาจนถึงไตรมาส 2 ปี 2564 เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายที่เพิ่มขึ้นก็มีส่วนสนับสนุนด้วย แม้ว่าสถานการณ์ค่าระวางเรือจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งยังคงมีอยู่มาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุว่าสถานการณ์ค่าระวางเรือเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนการจัดจำหน่ายในไตรมาสนี้อย่างมีนัยสำคัญ แนวโน้มในอนาคตจะขึ้นอยู่กับทิศทางของค่าระวางเรือทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก และยังมีความไม่แน่นอนอยู่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 4.5% YoY:** อยู่ที่ 174.07 ล้านบาท จาก 182.19 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4.0% YoY:** อยู่ที่ 1,137.16 ล้านบาท จาก 1,093.12 ล้านบาท
* **ต้นทุนจัดจำหน่ายพุ่ง 67.9% YoY:** เป็น 99.99 ล้านบาท จาก 59.54 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.4% YoY:** อยู่ที่ 300.69 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 26.4%
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 66.8% YoY:** จาก 43.08 ล้านบาท เป็น 71.88 ล้านบาท โดยหลักจากเศษเหล็ก
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น 20.4% YoY:** เป็น 52.90 ล้านบาท จาก 43.93 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,137.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคลี่คลายของปัญหาค่าระวางเรือและการเติบโตของยอดขายในภูมิภาคแอฟริกาและอเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3.9% สอดคล้องกับยอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.4% เป็น 300.69 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 26.4%
ในขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้นถึง 66.8% จากการเพิ่มขึ้นของราคาเศษเหล็ก แต่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายกลับพุ่งสูงขึ้นถึง 67.9% เนื่องจากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 20.4% จากค่าจ้างที่ปรึกษา ผลตอบแทนพนักงาน และค่าใช้จ่ายป้องกันโควิด-19 ทำให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 4.5% มาอยู่ที่ 174.07 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคหลักยังต่อเนื่อง:** โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาและอเมริกาเหนือ ซึ่งแสดงถึงศักยภาพในการเติบโตของตลาด
* **ไทยได้เปรียบในการแข่งขันกับจีน:** จากผลของสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ซึ่งอาจส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
* **ราคาเศษเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น:** หนุนรายได้อื่นจากการขายเศษเหล็ก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราค่าระวางเรือ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการจัดจำหน่ายและกำไรของบริษัท
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ทั้งจากค่าจ้างที่ปรึกษา ผลตอบแทนพนักงาน และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการป้องกันโควิด-19
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ซึ่งอาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราค่าระวางเรือ:** จะมีแนวโน้มคลี่คลายลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนการขนส่ง:** กลยุทธ์ของบริษัทในการรับมือกับค่าระวางเรือที่สูง
* **ยอดขายในตลาดแอฟริกาและอเมริกาเหนือ:** จะยังคงเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
* **ราคาเศษเหล็ก:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงเพื่อหนุนรายได้อื่นหรือไม่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** จะสามารถควบคุมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 SMPC แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษา **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ให้ใกล้เคียงเดิมที่ 26.4% แม้ต้นทุนขายจะปรับเพิ่มขึ้นตามยอดขาย ซึ่งบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตที่ดี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันสำคัญมาจาก **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย (Distribution Costs)** ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 67.9% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาค่าระวางเรือที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญและระบุว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง
ในส่วนของ **คำสั่งซื้อ (Order Book)** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงความต้องการของลูกค้าที่ยังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะแอฟริกาและอเมริกาเหนือ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินงานในอนาคต ส่วน **สินค้าคงคลัง (Inventory)** และ **Utilization Rate** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทสำหรับไตรมาส 2 ปี 2564
## สรุปท้าย
SMPC ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนการจัดจำหน่ายที่พุ่งสูงขึ้นจากการปรับขึ้นของค่าระวางเรือทั่วโลก แม้จะสามารถรักษาการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญก็ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากความต้องการที่ต่อเนื่องในตลาดแอฟริกาและอเมริกาเหนือ รวมถึงปัจจัยบวกจากสงครามการค้า อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าระวางเรือและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|