SMPC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SMPC
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.60
+0.10 (+1.05%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3558 out_tok=2293 at=2026-07-26T05:47:36 --> # SMPC กำไร Q2/65 พุ่ง 38.8% รับยอดขายแกร่ง-บาทอ่อนหนุน ## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากอุปสงค์ต่อเนื่องและค่าเงินบาทอ่อนค่า บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 241.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMPC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า** ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 38.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 22.7% หรือ 258.52 ล้านบาท เป็น 1,395.68 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากความต้องการของลูกค้าในทวีปอเมริกาเหนือที่ยังคงต่อเนื่อง รวมถึงได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทำให้ไทยยังคงมีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านการส่งออก นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้ 2. **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.3% เป็น 394.70 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจาก 26.4% เป็น 28.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย การที่สัดส่วนการขายถังแก๊สขนาดใหญ่ซึ่งมีอัตรากำไรดีขึ้น ประกอบกับการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น 3. **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงประมาณ 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลดีต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออก เนื่องจากกว่า 90% ของยอดขายมาจากต่างประเทศ ทำให้รายได้จากการขายในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้นเมื่อแปลงค่า **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยังคงส่งผลให้ไทยได้เปรียบในการแข่งขันด้านการส่งออก นอกจากนี้ การที่บริษัทมีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ยังเป็นปัจจัยที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 38.8% YoY:** อยู่ที่ 241.64 ล้านบาท จาก 174.07 ล้านบาท ในปีก่อน * **รายได้จากการขาย Q2/65 เพิ่มขึ้น 22.7% YoY:** แตะระดับ 1,395.68 ล้านบาท จาก 1,137.16 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น:** อยู่ที่ 28.3% จาก 26.4% ในปีก่อน * **ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออกกว่า 90% * **ต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ปรับสูงขึ้น:** แต่บริษัทสามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกันได้ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC มีรายได้จากการขายรวม 1,395.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการของลูกค้าในตลาดอเมริกาเหนือที่ยังคงต่อเนื่อง รวมถึงผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการส่งออก ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 19.7% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.3% เป็น 394.70 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 28.3% รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 17.8% จากการขายเศษเหล็กที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาด อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 54.8% ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศ การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่สิ้นสภาพ และค่าที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 109.6% จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 37.4% ตามผลประกอบการที่เติบโต ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 38.8% เป็น 241.64 ล้านบาท ## โอกาส * **ความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือต่อเนื่อง:** เป็นตลาดหลักที่ยังคงเติบโตและมีความต้องการสูง * **ไทยได้เปรียบในการแข่งขันส่งออก:** จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน * **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน:** ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น * **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** หนุนรายได้จากการส่งออก ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก):** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ * **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือ:** จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับราคาเหล็กที่ผันผวน * **ทิศทางค่าเงินบาท:** จะยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น * **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน * **การเติบโตของยอดขายในตลาดอื่นๆ:** นอกเหนือจากอเมริกาเหนือ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากการที่ความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง และยอดขายเติบโต แสดงให้เห็นถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างเต็มที่ * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงความต้องการของลูกค้าที่ต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่รองรับการผลิต * **ราคาวัตถุดิบ (เหล็ก):** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบริษัทได้มีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกัน * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 26.4% เป็น 28.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย การขายถังใหญ่ที่มีมาร์จิ้นดีขึ้น และการปรับราคาขาย * **การส่งออก:** เป็นสัดส่วนหลักกว่า 90% ของยอดขาย และได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า * **ค่าเงินบาท:** อ่อนค่าลงประมาณ 9% ส่งผลดีต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออก * **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลังในเอกสาร ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน ## สรุปท้าย SMPC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 38.8% จากการที่รายได้จากการขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 22.7% ซึ่งได้แรงหนุนจากความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือที่ต่อเนื่อง และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า นอกจากนี้ การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าเงิน แต่แนวโน้มความต้องการที่ต่อเนื่องและการปรับตัวของบริษัททำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50 ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15 ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28 %
กำไรสุทธิ
119.49 ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76 %
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18% YoY
D/E Ratio
—

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
868.50
-24.84%
1,155.53
+6.27%
1,087.39
+13.01%
962.22
-34.71%
1,473.83
+40.41%
1,049.63
+2.28%
กำไรขั้นต้น —
176.15
-30.27%
252.60
+36.76%
184.70
-7.18%
198.98
-37.52%
318.47
+54.46%
206.18
+25.87%
ค่าใช้จ่ายรวม —
66.00
+87.23%
35.25
-32.70%
52.38
-10.29%
58.39
+127.53%
-212.08
-106.55%
-102.67
-188.56%
กำไรสุทธิ —
119.49
-17.98%
145.68
+40.81%
103.46
-3.29%
106.98
-60.70%
272.24
+148.07%
109.74
+40.40%
กำไรต่อหุ้น —
0.22
-18.01%
0.27
+40.93%
0.19
-3.50%
0.20
-60.63%
0.51
+147.80%
0.21
+40.41%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
20.28
-7.23%
21.86
+28.66%
16.99
-17.84%
20.68
-4.30%
21.61
+10.03%
19.64
+23.06%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
7.60
+149.18%
3.05
-36.72%
4.82
-20.59%
6.07
+142.18%
-14.39
-47.14%
-9.78
-186.55%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
13.76
+9.12%
12.61
+32.60%
9.51
-14.48%
11.12
-39.79%
18.47
+76.58%
10.46
+37.27%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%) —
19.01
-7.72%
20.60
+52.25%
13.53
-57.67%
31.96
+1.46%
31.50
+1.51%
31.03
+50.63%
ROA(%) —
16.29
-3.67%
16.91
+43.67%
11.77
-51.18%
24.11
+6.16%
22.71
-16.48%
27.19
+60.79%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.15
-48.28%
0.29
-27.50%
0.40
-29.82%
0.57
-25.00%
0.76
+55.10%
0.49
+68.97%
P/E —
7.52
-17.00%
9.06
-34.30%
13.79
+97.00%
7.00
-37.89%
11.27
+20.02%
9.39
+11.12%
P/BV —
1.49
-14.37%
1.74
-10.31%
1.94
-27.07%
2.66
-8.59%
2.91
+7.78%
2.70
+39.18%
BV —
5.90
+9.26%
5.40
+8.65%
4.97
+1.84%
4.88
+19.02%
4.10
+7.33%
3.82
+16.82%
YIELD(%) —
7.61
+70.25%
4.47
-56.85%
10.36
+64.18%
6.31
-6.10%
6.72
+64.71%
4.08
-58.87%
ราคาหุ้น —
8.80
-6.38%
9.40
-2.59%
9.65
-25.77%
13.00
+9.24%
11.90
+15.53%
10.30
+62.20%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.55

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,391.36
-5.21%
—
2,459.90
-13.68%
2,849.82
-3.82%
2,962.94
+52.98%
1,936.80
+49.78%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
1,382.29
-0.92%
—
1,409.71
-0.95%
1,423.21
+4.02%
1,368.15
+6.60%
1,283.50
+8.79%
รวมสินทรัพย์ —
3,773.65
-3.69%
—
3,869.61
-9.44%
4,273.03
-1.34%
4,331.10
+34.49%
3,220.30
+30.22%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
423.66
-47.79%
—
1,033.57
-30.50%
1,487.11
-17.52%
1,802.90
+79.56%
1,004.08
+71.12%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
72.43
+2.83%
—
70.85
+8.41%
65.35
+4.45%
62.57
+3.11%
60.68
+11.65%
รวมหนี้สิน —
496.10
-43.75%
—
1,104.42
-28.86%
1,552.46
-16.78%
1,865.46
+75.20%
1,064.77
+66.08%
รวมส่วนของเจ้าของ —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
19.01
—
13.53
31.96
31.50
31.03
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
16.29
—
11.77
24.11
22.71
27.19
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
5.64
—
2.38
1.92
1.64
1.93
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.83
—
0.90
0.37
0.79
0.97
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
44.29
—
0.00
0.00
40.83
39.49
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
131.39
—
0.00
0.00
125.82
94.78
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
33.70
—
0.00
0.00
33.10
41.64
วงจรเงินสด —
141.99
—
0.00
0.00
133.55
92.63
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-1,705.56
+2,515.89%
-65.20
-86.76%
-492.56
-70.42%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
-6.79
-100.87%
777.97
-22.51%
1,003.94
+100.29%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
1,740.53
-382.67%
-615.74
+17.92%
-522.18
-172.38%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
0.00
0.00
0.00
0.00
-100.00%
97.03
-997.59%
-10.81
-97.56%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00