บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3558 out_tok=2293 at=2026-07-26T05:47:36 -->
# SMPC กำไร Q2/65 พุ่ง 38.8% รับยอดขายแกร่ง-บาทอ่อนหนุน
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากอุปสงค์ต่อเนื่องและค่าเงินบาทอ่อนค่า
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 241.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าอุปสงค์ในตลาดต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMPC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า** ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 38.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **รายได้จากการขายเติบโตโดดเด่น:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 22.7% หรือ 258.52 ล้านบาท เป็น 1,395.68 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากความต้องการของลูกค้าในทวีปอเมริกาเหนือที่ยังคงต่อเนื่อง รวมถึงได้รับประโยชน์จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ทำให้ไทยยังคงมีความได้เปรียบในการแข่งขันด้านการส่งออก นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนรายได้
2. **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.3% เป็น 394.70 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจาก 26.4% เป็น 28.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย การที่สัดส่วนการขายถังแก๊สขนาดใหญ่ซึ่งมีอัตรากำไรดีขึ้น ประกอบกับการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
3. **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงประมาณ 9% เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลดีต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออก เนื่องจากกว่า 90% ของยอดขายมาจากต่างประเทศ ทำให้รายได้จากการขายในรูปเงินบาทเพิ่มขึ้นเมื่อแปลงค่า
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน ยังคงส่งผลให้ไทยได้เปรียบในการแข่งขันด้านการส่งออก นอกจากนี้ การที่บริษัทมีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ยังเป็นปัจจัยที่สนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโต 38.8% YoY:** อยู่ที่ 241.64 ล้านบาท จาก 174.07 ล้านบาท ในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/65 เพิ่มขึ้น 22.7% YoY:** แตะระดับ 1,395.68 ล้านบาท จาก 1,137.16 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น:** อยู่ที่ 28.3% จาก 26.4% ในปีก่อน
* **ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ส่งผลดีต่อรายได้จากการส่งออกกว่า 90%
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ปรับสูงขึ้น:** แต่บริษัทสามารถปรับราคาขายให้สอดคล้องกันได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC มีรายได้จากการขายรวม 1,395.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการของลูกค้าในตลาดอเมริกาเหนือที่ยังคงต่อเนื่อง รวมถึงผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยหนุนรายได้จากการส่งออก ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 19.7% สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.3% เป็น 394.70 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 28.3% รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 17.8% จากการขายเศษเหล็กที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาด
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 54.8% ส่วนใหญ่มาจากการบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศ การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ที่สิ้นสภาพ และค่าที่ปรึกษาที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 109.6% จากภาระหนี้ที่สูงขึ้นจากการซื้อวัตถุดิบและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย ภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 37.4% ตามผลประกอบการที่เติบโต ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 38.8% เป็น 241.64 ล้านบาท
## โอกาส
* **ความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือต่อเนื่อง:** เป็นตลาดหลักที่ยังคงเติบโตและมีความต้องการสูง
* **ไทยได้เปรียบในการแข่งขันส่งออก:** จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-จีน
* **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน:** ช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** หนุนรายได้จากการส่งออก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (เหล็ก):** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันจะได้รับผลบวก แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือ:** จะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับราคาเหล็กที่ผันผวน
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** จะยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** โดยเฉพาะผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเติบโตของยอดขายในตลาดอื่นๆ:** นอกเหนือจากอเมริกาเหนือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่จากการที่ความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่อง และยอดขายเติบโต แสดงให้เห็นถึงการใช้กำลังการผลิตที่ค่อนข้างเต็มที่
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงความต้องการของลูกค้าที่ต่อเนื่อง บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่รองรับการผลิต
* **ราคาวัตถุดิบ (เหล็ก):** มีการระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบริษัทได้มีการปรับราคาขายให้สอดคล้องกัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 26.4% เป็น 28.3% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย การขายถังใหญ่ที่มีมาร์จิ้นดีขึ้น และการปรับราคาขาย
* **การส่งออก:** เป็นสัดส่วนหลักกว่า 90% ของยอดขาย และได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
* **ค่าเงินบาท:** อ่อนค่าลงประมาณ 9% ส่งผลดีต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลสินค้าคงคลังในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ลงรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
SMPC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่ง 38.8% จากการที่รายได้จากการขายเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 22.7% ซึ่งได้แรงหนุนจากความต้องการในตลาดอเมริกาเหนือที่ต่อเนื่อง และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า นอกจากนี้ การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นจากการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าเงิน แต่แนวโน้มความต้องการที่ต่อเนื่องและการปรับตัวของบริษัททำให้มีโอกาสที่ผลประกอบการจะเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|