บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3543 out_tok=2220 at=2026-07-26T05:09:58 -->
# SMPC กำไร Q1/2565 พุ่ง 152.7% รับอานิสงส์ยอดขาย-ราคาเหล็ก-ค่าเงินบาทอ่อน
## รายได้-กำไรโตแรงตามปริมาณขายและราคาขายที่ปรับขึ้น ขณะที่ค่าเงินบาทอ่อนหนุนกำไรขั้นต้นและรายได้อื่น
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 289.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 152.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรที่ดีขึ้น รวมถึงผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SMPC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขาย** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 69.9% หรือ 631.02 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น 152.7% หรือ 174.97 ล้านบาท ปัจจัยนี้ได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจาก **การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** และ **ผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากการที่ **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง** จากความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาเหนือที่ยังคงเติบโตได้ดี ส่วนหนึ่งมาจากผลกระทบของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทำให้ไทยยังคงได้เปรียบจีนในด้านการผลิต นอกจากนี้ บริษัทได้ **ปรับราคาขายให้สูงขึ้น** เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่ปรับตัวสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 21.5% เป็น 26.8% เป็นผลมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคาขาย ประกอบกับ **สถานการณ์ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงประมาณ 8.8%** เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้บริษัทในฐานะผู้ส่งออกได้รับประโยชน์โดยตรง
นอกจากนี้ **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 86.7%** จากการขายเศษเหล็กที่เพิ่มขึ้นตามราคาตลาด และผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและค่าเงินบาท** ฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคหลักยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อปริมาณขาย อย่างไรก็ตาม การปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 152.7% YoY:** จาก 114.58 ล้านบาท เป็น 289.55 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายเติบโต 69.9% YoY:** จาก 903.37 ล้านบาท เป็น 1,534.39 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น:** จาก 21.5% เป็น 26.8%
* **ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ส่งผลดีต่อกำไรขั้นต้นและรายได้อื่น
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ปรับสูงขึ้น:** บริษัทได้ปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC มีผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาส 1 ปี 2565 โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,534.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 58.4% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 111.5% เป็น 411.34 ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ 26.8% เพิ่มขึ้นจาก 21.5% ในปีก่อน
นอกจากนี้ รายได้อื่นยังเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 86.7% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาเศษเหล็กที่สูงขึ้นและผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจะปรับเพิ่มขึ้นตามยอดขายและผลประกอบการที่ดีขึ้น แต่โดยรวมแล้ว กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้อยู่ที่ 289.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 152.7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **ความต้องการในตลาดหลักยังต่อเนื่อง:** ความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะอเมริกาเหนือ ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนปริมาณขาย
* **ไทยได้เปรียบจีน:** ผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ทำให้ไทยยังคงมีความได้เปรียบในการผลิตและส่งออก
* **การปรับราคาขาย:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ช่วยรักษาอัตรากำไร
* **ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ในฐานะผู้ส่งออก การอ่อนค่าของเงินบาทช่วยเพิ่มรายได้และกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (เหล็ก) มีแนวโน้มผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นผลดี แต่หากมีการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร
* **ต้นทุนค่าระวางเรือที่สูงขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นค่าระวางเรือ ซึ่งอาจยังคงเป็นแรงกดดันด้านต้นทุน
* **การแข่งขันในตลาด:** แม้จะมีความต้องการต่อเนื่อง แต่การแข่งขันในตลาดสินค้าอุตสาหกรรมยังคงมีอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็ก:** ติดตามความเคลื่อนไหวของราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งเป็นต้นทุนหลัก
* **ทิศทางค่าเงินบาท:** จับตาสถานการณ์ค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด ว่าจะอ่อนค่าต่อเนื่อง หรือมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น
* **ปริมาณคำสั่งซื้อ (Order Book):** ตรวจสอบปริมาณคำสั่งซื้อในอนาคต เพื่อประเมินแนวโน้มยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์:** ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างประเทศที่อาจส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทานในตลาดโลก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าโรงงานมีการทำงานที่สูงขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดของ Order Book แต่ระบุว่าความต้องการของลูกค้าในภูมิภาคหลักยังคงมีอย่างต่อเนื่อง
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งบริษัทได้ปรับราคาขายให้สอดคล้องกัน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 21.5% เป็น 26.8% ซึ่งเป็นผลบวกที่สำคัญ
* **การส่งออก:** ยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือเติบโตดี สะท้อนการส่งออกที่แข็งแกร่ง
* **ค่าเงินบาท:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 8.8% ส่งผลดีต่อบริษัทในฐานะผู้ส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ โดยเน้นที่การสรุปผลการดำเนินงานและเหตุผลของการเปลี่ยนแปลง
## สรุปท้าย
SMPC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 อย่างน่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตกว่า 152.7% แรงหนุนหลักมาจากรายได้จากการขายที่พุ่งสูงขึ้น 69.9% จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในตลาดหลัก ประกอบกับการปรับราคาขายที่สะท้อนต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและรายได้อื่น แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าเงินบาท แต่แนวโน้มความต้องการที่ยังคงมีต่อเนื่อง และความสามารถในการบริหารจัดการราคาขาย ทำให้บริษัทมีโอกาสรักษาโมเมนตัมที่ดีต่อไปได้ในระยะสั้นถึงกลาง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|