บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
9.85
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักเกิดจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น อัตราการทํากําไรดีขึ้น และรายได้อื่นเพิ่มขึ้น สุทธิกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเนื่องจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นจากความต้องการของลูกค้ายังคงมีอย่างต่อเนื่องจากภูมิภาคหลัก โดยเฉพาะยอดขายในทวีปอเมริกาเหนือ ยังคงเติบโตจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นและผลของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ทําให้ไทยยังคงได้เปรียบ จีน นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มมากเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ทําให้มีการปรับราคาขายเพิ่มขึ้นให้สอดคล้อง กับราคาวัตถุดิบ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3556 out_tok=2051 at=2026-07-26T05:52:37 -->
# SMPC กำไร Q1/2566 ดิ่ง 83.4% รับเศรษฐกิจโลกหดตัว-แข่งราคาดุ
## รายได้-กำไรวูบตามภาวะเศรษฐกิจโลก ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์เพิ่มผลิตภัณฑ์-ขยายตลาดสู้
บริษัท สหมิตรถังแก๊ส จำกัด (มหาชน) หรือ SMPC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 47.99 ล้านบาท ลดลงถึง 83.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างหนัก ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงชะลอตัวและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้เร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ SMPC ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของปริมาณขายและราคาขายที่สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง** ส่งผลให้รายได้จากการขายหดตัว 46.8% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 26.8% เหลือเพียง 13.0% นอกจากนี้ การใช้กำลังการผลิตที่ลดลงยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ซึ่งยิ่งซ้ำเติมอัตรากำไรให้ลดลงไปอีก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ภาวะเศรษฐกิจโลกที่หดตัวรุนแรงทั่วภูมิภาค ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อ ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อและเกิดการแข่งขันด้านราคาที่สูงขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณขายที่ลดลงของ SMPC เมื่อปริมาณขายลดลง บริษัทจึงต้องปรับลดราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่ลดลงตามตลาดโลก ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมาก ในขณะเดียวกัน ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยกลับเพิ่มขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตที่น้อยลง ทำให้ GPM หดตัวลงอย่างรุนแรง นอกจากนี้ รายได้อื่น เช่น ค่าขายเศษเหล็ก ก็ลดลงตามปริมาณการผลิตและราคาเหล็กที่ปรับตัวลดลงเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีขึ้นมากนัก แต่ฝ่ายจัดการได้เร่งปรับนโยบายและกลยุทธ์ โดยเน้นเพิ่มการขายผลิตภัณฑ์ถังทนความดันต่ำประเภทอื่น ๆ นอกเหนือจากถังแก๊สสำหรับครัวเรือนที่เป็นผลิตภัณฑ์หลัก เพื่อเพิ่มอัตรากำไร และเร่งทำการตลาดในภูมิภาคที่หลากหลายขึ้น ซึ่งปัจจุบันคำสั่งซื้อเริ่มกลับมาเป็นปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 83.4% YoY:** อยู่ที่ 47.99 ล้านบาท จาก 289.55 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2565
* **รายได้จากการขายหดตัว 46.8% YoY:** เหลือ 816.03 ล้านบาท จาก 1,534.39 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) วูบ:** ลดลงจาก 26.8% เหลือ 13.0%
* **ต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ลดลง:** สอดคล้องกับราคาขายที่ปรับลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น:** จากการใช้กำลังการผลิตที่ลดลง
* **ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์:** เน้นผลิตภัณฑ์อื่นเพิ่ม GPM และขยายตลาด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลประกอบการของ SMPC ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก โดยรายได้จากการขายลดลง 46.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 718.36 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 74.3% หรือ 305.62 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 26.8% เหลือ 13.0% ขณะที่ต้นทุนขายลดลงสอดคล้องกับยอดขาย โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วยกลับเพิ่มขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตที่น้อยลง รายได้อื่นลดลง 61.9% จากการขายเศษเหล็กที่ลดลงและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ลดลงจากการแข็งค่าของเงินบาท ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 65.5% สอดคล้องกับยอดขายที่ลดลง ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 30.3% จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 83.4% หรือ 241.56 ล้านบาท
## โอกาส
ฝ่ายจัดการได้เร่งปรับนโยบายและกลยุทธ์เพื่อรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มการขายผลิตภัณฑ์ถังทนความดันต่ำประเภทอื่นๆ นอกเหนือจากถังแก๊สสำหรับใช้ตามครัวเรือน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มอัตราการทำกำไรให้สูงขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังเร่งทำการตลาดในภูมิภาคที่หลากหลายมากขึ้น เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการรับคำสั่งซื้อ ซึ่งปัจจุบันเริ่มเห็นสัญญาณคำสั่งซื้อกลับมาเป็นปกติ
## ความเสี่ยง
ความเสี่ยงหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือภาวะเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่ยังคงหดตัว ส่งผลกระทบต่อภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรงและการแข่งขันด้านราคาสูง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ นอกจากนี้ การที่ต้นทุนวัตถุดิบ (เหล็ก) ลดลง ทำให้บริษัทต้องปรับราคาขายลดลงตามไปด้วย ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และอัตรากำไร การใช้กำลังการผลิตที่ลดลงยังส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและผลกระทบต่อปริมาณคำสั่งซื้อ
* ความสามารถในการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ถังทนความดันต่ำประเภทอื่นเพื่อเพิ่มอัตรากำไร
* ทิศทางราคาวัตถุดิบ (เหล็ก) และผลกระทบต่อการปรับราคาขาย
* ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตต่อหน่วยภายใต้การใช้กำลังการผลิตที่ผันผวน
* การขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ๆ และผลตอบรับจากลูกค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 1/2566 SMPC เผชิญกับความท้าทายด้านปริมาณขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (-46.8%) ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงขึ้น และการที่ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบหลักอย่างเหล็กจะปรับลดลงตามตลาดโลก ซึ่งช่วยลดต้นทุนขายลงได้ 36.8% แต่ก็ส่งผลให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายตามไปด้วย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างรุนแรงจาก 26.8% เหลือ 13.0% ปัญหาการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงยังส่งผลให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อ GPM โดยตรง รายได้อื่นที่ลดลงจากการขายเศษเหล็กและผลจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลง (เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น) ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้)
## สรุปท้าย
SMPC ในไตรมาส 1/2566 เผชิญกับผลประกอบการที่ลดลงอย่างมาก โดยมีหัวใจหลักมาจากรายได้จากการขายที่หดตัวจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าฝ่ายจัดการจะเร่งปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้นและขยายตลาด แต่ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SMPC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
868.50
ล้านบาท
↓ 24.8% YoY
กำไรขั้นต้น
176.15
ล้านบาท
↓ 30.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.28
%
กำไรสุทธิ
119.49
ล้านบาท
↓ 18% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
13.76
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
869
↓ -24.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
176
↓ -30.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
119
↓ -18%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SMPC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
19.01
ROA (%)
16.29
Book Value/หุ้น
6.13
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SMPC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SMPC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-1,705.56
+2,515.89%
|
-65.20
-86.76%
|
-492.56
-70.42%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
-6.79
-100.87%
|
777.97
-22.51%
|
1,003.94
+100.29%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
1,740.53
-382.67%
|
-615.74
+17.92%
|
-522.18
-172.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
97.03
-997.59%
|
-10.81
-97.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|