บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.90
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17256 out_tok=2663 at=2026-07-26T05:32:00 -->
# SJWD กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 19.7% YoY รับต้นทุนบริการพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม
## รายได้รวมโต 14.8% แต่กำไรสุทธิหด เหตุต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม ฉุดอัตรากำไรสุทธิ
บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SJWD รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,593.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ กลับลดลง 19.7% มาอยู่ที่ 111.7 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น ทั้งค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการให้คำปรึกษาพัฒนาธุรกิจและปรับโครงสร้างธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SJWD ในไตรมาส 3/2565 ลดลง 19.7% YoY มาอยู่ที่ 111.7 ล้านบาท (เทียบกับ 139.1 ล้านบาทในปีก่อน) แม้รายได้รวมจะเติบโต 14.8% เป็น 1,593.0 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง รวมถึง **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** จากการให้คำปรึกษาพัฒนาธุรกิจ ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง และต้นทุนทางการเงิน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการให้บริการเป็นผลโดยตรงจากภาวะเศรษฐกิจที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะหมวดอาหารสดและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนแรงงานและพลังงาน นอกจากนี้ การเปิดคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่ (สระบุรี) ทำให้มีต้นทุนค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ที่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้น ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการลงทุนเพื่อการพัฒนาและปรับโครงสร้างธุรกิจ ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าจำเป็นต่อการเติบโตในระยะยาว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลกระทบจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้ อาจมีแนวโน้มลดลงหากภาวะเงินเฟ้อคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าเสื่อมราคาจากคลังสินค้าใหม่จะยังคงอยู่และส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้นถึงกลาง ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาธุรกิจนั้น เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็จะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรในระยะยาว แต่ในระยะสั้นยังคงเป็นแรงกดดันต่อกำไรสุทธิ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 14.8% YoY** แตะ 1,593.0 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากกลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า, อาหาร, บริการในต่างประเทศ, บริการขนย้าย และบริการจัดเก็บสินค้าทั่วไป
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 ลดลง 19.7% YoY** อยู่ที่ 111.7 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2565 อยู่ที่ 22.1%** ลดลงจาก 23.8% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรสุทธิ Q3/2565 อยู่ที่ 7.0%** ลดลงจาก 10.0% ในปีก่อนหน้า
* **ธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชน** ยังคงเป็นกลุ่มธุรกิจหลัก คิดเป็น 75.4% ของรายได้รวม
* **ธุรกิจอาหาร** มีการฟื้นตัวที่ดี คาดว่าจะคงผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 67.4% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 SJWD มีรายได้รวม 4,402.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้เช่าและบริการ 4,322.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1% ในขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 987.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.2% แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.7% เป็น 22.9%
ส่วนกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ สำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 391.5 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน (395.4 ล้านบาท) แต่อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 10.4% เป็น 8.9% หากพิจารณาไม่รวมรายการพิเศษ กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.3%
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 1,593.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.8% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทฯ ลดลง 19.7% YoY อยู่ที่ 111.7 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 7.0% ลดลงจาก 10.0% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย** และภาคบริการตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจโลจิสติกส์และบริการที่เกี่ยวข้อง
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจอาหาร** ที่คาดว่าจะคงผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง จากการปรับแผนธุรกิจใหม่
* **การลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า** โดยเฉพาะในกัมพูชาและอินโดนีเซีย มีแนวโน้มสร้างส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้น
* **การขยายสาขาธุรกิจ Self-Storage** เป็น 7 สาขา ช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในกลุ่มธุรกิจนี้
* **การเพิ่มขึ้นของอุปสงค์ในการใช้คลังสินค้าทั่วไป** ส่งผลให้อัตราการใช้พื้นที่สูงกว่า 90% และคาดว่าจะคงระดับสูงต่อเนื่อง
* **การเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์** โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ส่งผลดีต่อรายได้จากการให้บริการรับฝากและบริหารรถยนต์
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการให้บริการที่สูงขึ้น** จากค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ต้นทุนค่าเสื่อมราคาจากคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่** ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะสั้นถึงกลาง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก** อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์การขนส่งสินค้าและปริมาณตู้สินค้าอันตราย
* **การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์** ที่อาจส่งผลต่อราคาค่าบริการ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน** ที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากการลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มต้นทุนค่าแรงงาน ค่าไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง ว่าจะปรับลดลงหรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* ผลประกอบการของคลังสินค้าห้องเย็นแห่งใหม่ (สระบุรี) และอัตราการใช้พื้นที่
* การเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า โดยเฉพาะในต่างประเทศ
* ความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างธุรกิจและการพัฒนาธุรกิจใหม่
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมเคมิคอลส์และปิโตรเคมี ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจสินค้าอันตราย
* ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกต่อปริมาณการขนส่งสินค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโลจิสติกส์และซัพพลายเชน:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 18.1% YoY โดยกลุ่มสินค้าทั่วไปมีรายได้เพิ่มขึ้น 38.5% และมีอัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้าสูงกว่า 90% ขณะที่กลุ่มสินค้าอันตรายรายได้ลดลง 17.1% เนื่องจากอุตสาหกรรมเคมิคอลส์และปิโตรเคมีอยู่ในช่วงขาลง
* **ธุรกิจอาหาร:** รายได้เพิ่มขึ้น 9.1% YoY จากยอดขายผลิตภัณฑ์ผักแช่แข็งและไอศกรีมที่เพิ่มขึ้น มีการฟื้นตัวที่ดีและคาดว่าจะคงผลประกอบการที่ดีต่อเนื่อง
* **ธุรกิจให้บริการในต่างประเทศ:** รายได้เพิ่มขึ้น 76.4% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกัมพูชา
* **ธุรกิจให้บริการขนย้าย:** รายได้เพิ่มขึ้น 59.5% YoY จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้มีกิจกรรมการขนย้ายเพิ่มขึ้น
* **ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์:** รายได้เพิ่มขึ้น 20.2% YoY จากการซ่อมแซมอุปกรณ์ยกขนที่แล้วเสร็จ แต่กำไรขั้นต้นลดลงจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจ Self-Storage:** รายได้เพิ่มขึ้น 33.8% YoY จากการขยายสาขาเป็น 7 สาขา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 13,171.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.5% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของที่ดินอาคารอุปกรณ์ และเงินลงทุนในร่วมค้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,073.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.2% โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 4,098.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.9 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 913.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.0% ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 8.9% เป็น 986.4 ล้านบาท ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 284.7% เป็น 368.0 ล้านบาท
อัตราส่วนสภาพคล่องลดลงจาก 0.80 เป็น 0.75 และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1.97 เป็น 2.21
## สรุปท้าย
SJWD ในไตรมาส 3/2565 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงแม้รายได้รวมจะเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักอย่างโลจิสติกส์ยังคงเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าทั่วไป และธุรกิจอาหารมีการฟื้นตัวที่ดี การลงทุนในต่างประเทศและการขยายธุรกิจ Self-Storage เป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาแนวโน้มต้นทุนและภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SJWD ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
6,250.18
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
กำไรขั้นต้น
848.23
ล้านบาท
↓ 10.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
13.57
%
กำไรสุทธิ
266.30
ล้านบาท
↑ 43.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.26
%
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,250
↓ -1.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
848
↓ -10.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
266
↑ + 43.7%
YoY
D/E Ratio
0.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SJWD
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
5.13
ROA (%)
4.76
Book Value/หุ้น
13.09
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SJWD
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,071
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+749
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SJWD
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,071.11
+209.16%
|
-346.46
+11,410.30%
|
-3.01
-99.60%
|
-753.30
+0.53%
|
-749.36
-163.07%
|
1,188.18
-8,260.58%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
748.91
-87.05%
|
5,782.19
-508.96%
|
-1,413.87
-264.84%
|
857.71
+217.86%
|
269.84
-137.99%
|
-710.35
+1,612.51%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
987.78
-117.01%
|
-5,807.85
+471.63%
|
-1,016.01
-302.44%
|
501.88
+180.54%
|
178.90
-132.33%
|
-553.30
-200.48%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,071.08
-430.12%
|
-627.38
-74.59%
|
-2,469.02
-496.76%
|
622.29
-301.83%
|
-308.32
+336.84%
|
-70.58
-114.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
2,413.60
+61.80%
|
1,491.74
+61.44%
|
924.00
-35.00%
|
1,421.58
+74.44%
|
814.96
-7.97%
|
885.54
+94.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,633.64
-32.32%
|
2,413.60
+61.80%
|
1,491.74
+61.44%
|
924.00
-35.00%
|
1,421.58
+74.44%
|
814.96
-7.97%
|