บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
16.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขั้นปัจจัยหลักเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการของปี 2564 เป็นเงิน 8,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เป็นเงิน 2,715 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46
ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลการเกษตรมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 และอุตสาหกรรมรถยนต์มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 รวมถึง บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มเติมจากคําสั่งซื้อใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4186 out_tok=2275 at=2026-07-26T02:37:33 -->
SAT กำไรสุทธิปี 2565 ลดลงเล็กน้อย 1% ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
ฝ่ายจัดการชี้รายได้โต 4% จากอุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว แต่ต้นทุนสินค้าและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นกดดันอัตรากำไร
บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 940 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 4% เป็น 8,931 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อกำไรคือต้นทุนวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SAT ในปี 2565 ปรับตัวลดลงเล็กน้อย 1% มาอยู่ที่ 940 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 4% เป็น 8,931 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 5% เป็น 7,316 ล้านบาท
ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้นในปี 2565 เป็นผลมาจากการฟื้นตัวของปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าได้กลบผลบวกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับแนวโน้มในอนาคต ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าไฟฟ้ายังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าฝ่ายจัดการจะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน แต่แรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตยังคงมีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้ทั้งหมด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 940 ล้านบาท ลดลง 1% YoY** จาก 953 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2565 เติบโต 4% YoY** แตะ 8,931 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 5% YoY** เป็น 7,316 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากราคาวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1% YoY** อยู่ที่ 731 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่าย
* **สินทรัพย์รวม ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 5%** เป็น 10,351 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และสินทรัพย์ถาวรจากการลงทุนปรับปรุงประสิทธิภาพ
* **หนี้สินรวม ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 197 ล้านบาท** เป็น 2,384 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้จากการดำเนินงาน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ สิ้นปี 2565 เพิ่มขึ้น 324 ล้านบาท** เป็น 7,966 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 940 ล้านบาท ลดลง 1% หรือ 13 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 953 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนราคาวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน
รายได้จากการขายและบริการรวมในปี 2565 อยู่ที่ 8,931 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% หรือ 333 ล้านบาท จากปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบกับการรับคำสั่งซื้อใหม่ อย่างไรก็ตาม ยอดขายในอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรมีการชะลอตัวลง
ต้นทุนขายและบริการในปี 2565 อยู่ที่ 7,316 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% หรือ 373 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องมาจากราคาวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1% หรือ 6 ล้านบาท เป็น 731 ล้านบาท จากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารงานเป็นหลัก
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่สนับสนุนยอดขายของบริษัทฯ
* **คำสั่งซื้อใหม่:** การได้รับคำสั่งซื้อใหม่ช่วยเสริมรายได้และสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **การลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ:** การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน (497 ล้านบาท) อาจช่วยลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ต้นทุนวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นเป็นความเสี่ยงสำคัญที่กดดันอัตรากำไรของบริษัทฯ
* **การชะลอตัวของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร:** ยอดขายที่ชะลอตัวในภาคส่วนนี้อาจส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัทฯ
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของบริษัทฯ ที่มีการดำเนินงานทั้งในและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้า:** การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ
* **ปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์:** การเติบโตหรือชะลอตัวของอุตสาหกรรมนี้จะส่งผลต่อยอดขายของ SAT
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทฯ ในการควบคุมและบริหารจัดการต้นทุนการผลิต
* **การรับคำสั่งซื้อใหม่:** การได้คำสั่งซื้อใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับอัตราการใช้กำลังการผลิตโดยตรง แต่การที่ยอดขายเพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์บ่งชี้ว่ากำลังการผลิตถูกนำมาใช้มากขึ้น
* **Order Book:** มีการกล่าวถึง "คำสั่งซื้อใหม่" ซึ่งเป็นปัจจัยบวก แต่ไม่ได้ระบุขนาดหรือมูลค่าของ Order Book ที่ชัดเจน
* **ราคาวัตถุดิบ:** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อต้นทุนขาย โดยเฉพาะวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น
* **GPM (Gross Profit Margin):** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (ต้นทุน +5% vs รายได้ +4%) บ่งชี้ว่า GPM มีแนวโน้มถูกกดดัน
* **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาตลาดส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมรับคำสั่งซื้อ หรือการสต็อกวัตถุดิบที่ราคาสูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 10,351 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 521 ล้านบาท หรือ 5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการสำคัญคือ ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 114 ล้านบาท, สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 182 ล้านบาท และสินทรัพย์ถาวรสุทธิเพิ่มขึ้น 144 ล้านบาท จากการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้จากการดำเนินงาน 163 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,966 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 324 ล้านบาท จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรจากการดำเนินงาน 940 ล้านบาท หักด้วยการจ่ายเงินปันผล 629 ล้านบาท และผลกระทบจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ SAT เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะราคาวัตถุดิบสารเคมีและค่าไฟฟ้าที่ปรับตัวสูงขึ้น แม้ว่าการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์จะช่วยหนุนรายได้จากการขายและบริการให้เติบโตได้ 4% แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 1% มาอยู่ที่ 940 ล้านบาท การลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานและการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยประคองผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ อย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,727.51
ล้านบาท
↓ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
360.23
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.85
%
กำไรสุทธิ
201.43
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.66
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,728
↓ -7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
360
↓ -0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
201
↓ -1.1%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
8.75
ROA (%)
7.84
Book Value/หุ้น
20.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-799
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-798.67
+11.21%
|
-718.14
+33.15%
|
-539.34
-45.18%
|
-983.76
-0.87%
|
-992.37
-196.47%
|
1,028.66
-20.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.75
-93.79%
|
1,155.28
-188.09%
|
-1,311.50
+98.21%
|
-661.67
-309.32%
|
316.11
-637.51%
|
-58.81
-75.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
549.76
+10.86%
|
495.92
+2.59%
|
483.39
+0.49%
|
481.03
+65.92%
|
289.92
-141.89%
|
-692.07
-3.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-176.43
-118.91%
|
932.91
-168.09%
|
-1,370.11
+17.67%
|
-1,164.40
+201.38%
|
-386.36
-239.09%
|
277.78
-18.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|
1,702.73
+24.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,260.27
-13.31%
|
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|