บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
16.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขั้นปัจจัยหลักเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการของปี 2564 เป็นเงิน 8,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เป็นเงิน 2,715 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46
ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลการเกษตรมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 และอุตสาหกรรมรถยนต์มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 รวมถึง บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มเติมจากคําสั่งซื้อใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4290 out_tok=2030 at=2026-07-26T03:23:25 -->
# SAT กำไร Q3/2566 โต 2% รับยอดขายใหม่หนุน แม้ภาคอุตสาหกรรมชะลอตัว
## รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2% ขณะที่ต้นทุนพลังงานดันต้นทุนขายสูงขึ้น
บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรจะชะลอตัว โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนการเติบโตมาจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับคำสั่งซื้อใหม่ ควบคู่กับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ SAT ในไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตขึ้น 2% มาจาก **ยอดขายที่เพิ่มขึ้นจากการรับคำสั่งซื้อใหม่** แม้จะเผชิญกับภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ชะลอตัวก็ตาม โดยมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 2,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของยอดขายมาจาก **คำสั่งซื้อใหม่** ที่เข้ามาช่วยชดเชยยอดขายที่ลดลงในอุตสาหกรรมหลักอย่างยานยนต์ที่หดตัว 6% และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ลดลง 24% การที่บริษัทสามารถรับคำสั่งซื้อใหม่ได้แสดงถึงความสามารถในการปรับตัวและรักษาฐานลูกค้า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเผชิญความท้าทาย นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีขึ้นถึง 5% (จาก 184 ล้านบาท เหลือ 174 ล้านบาท) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไรให้เติบโตได้
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการปรับเพิ่มขึ้น 3% เป็น 1,890 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **ต้นทุนพลังงาน** ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เล็กน้อย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าบริษัทจะสามารถรับคำสั่งซื้อใหม่ได้ แต่การชะลอตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ การที่ยอดขายจะเติบโตต่อเนื่องหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความสามารถในการหาคำสั่งซื้อใหม่ๆ เพิ่มเติม และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต ส่วนต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาว่าจะมีแนวโน้มลดลงหรือทรงตัวในระดับสูงต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY:** เป็นผลจากการบริหารจัดการที่ดีท่ามกลางความท้าทายของอุตสาหกรรม
* **รายได้จากการขายและบริการ 2,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3% YoY:** มีปัจจัยหลักจากต้นทุนพลังงาน
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 5% YoY:** จากการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 1% YoY:** จากเงินฝากธนาคาร การลงทุนในตราสารหนี้ และที่ดิน อาคาร อุปกรณ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,333 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 1,890 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนพลังงานเป็นหลัก ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง 5% ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **คำสั่งซื้อใหม่:** ความสามารถในการรับคำสั่งซื้อใหม่เป็นสัญญาณที่ดีในการรักษาฐานรายได้และขยายโอกาสทางธุรกิจ
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การลงทุนสนับสนุนการผลิต:** การเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิ สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อรองรับการผลิตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของอุตสาหกรรมหลัก:** อุตสาหกรรมรถยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ลดลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นปัจจัยกดดันต่อยอดขายในระยะยาว
* **ต้นทุนพลังงาน:** ความผันผวนและแนวโน้มต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกล
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับคำสั่งซื้อใหม่ในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางของต้นทุนพลังงานและผลกระทบต่อ GPM
* การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตร
* การดำเนินงานของบริษัทย่อยแห่งใหม่ที่เริ่มธุรกิจในปีนี้
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง (เพิ่มขึ้น 52 ล้านบาท)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่บริษัทสามารถรับคำสั่งซื้อใหม่ได้บ่งชี้ว่าโรงงานยังคงมีกำลังการผลิตที่สามารถรองรับได้
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุขนาด Order Book แต่กล่าวถึง "ยอดขายเพิ่มขึ้นจากคำสั่งซื้อใหม่"
* **ราคาวัตถุดิบ:** ระบุเพียงต้นทุนพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น ไม่ได้ลงรายละเอียดวัตถุดิบอื่น
* **GPM:** ไม่ได้ระบุ GPM โดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้เล็กน้อย (3% vs 2%) บ่งชี้ว่า GPM อาจถูกกดดันเล็กน้อย
* **ส่งออก:** ระบุว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ลดลงทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ไม่ได้แยกสัดส่วนรายได้จากการส่งออก
* **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในงวดนี้
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 52 ล้านบาท ซึ่งต้องจับตาว่าเป็นการเพิ่มเพื่อรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต หรือเป็นการสะสมสินค้าที่ขายได้ช้าลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,498 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการสำคัญคือ เงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้น 326 ล้านบาท, เงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวเพิ่มขึ้น 99 ล้านบาท, ลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 89 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 52 ล้านบาท รวมถึงที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สุทธิเพิ่มขึ้น 68 ล้านบาทจากการลงทุนสนับสนุนการผลิต อย่างไรก็ตาม เงินลงทุนระยะสั้นลดลง 296 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยมีเจ้าหนี้อื่นและเจ้าหนี้ซื้อทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 171 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงาน 9 เดือนแรก 761 ล้านบาท หักด้วยการจ่ายเงินปันผล 637 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SAT สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้ในไตรมาส 3 ปี 2566 ด้วยแรงหนุนจากคำสั่งซื้อใหม่และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากอุตสาหกรรมยานยนต์และเครื่องจักรกลการเกษตรที่ชะลอตัว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนพลังงานและแนวโน้มอุตสาหกรรมที่ยังไม่แน่นอน เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินความต่อเนื่องของผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,727.51
ล้านบาท
↓ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
360.23
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.85
%
กำไรสุทธิ
201.43
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.66
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,728
↓ -7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
360
↓ -0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
201
↓ -1.1%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
8.75
ROA (%)
7.84
Book Value/หุ้น
20.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-799
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-798.67
+11.21%
|
-718.14
+33.15%
|
-539.34
-45.18%
|
-983.76
-0.87%
|
-992.37
-196.47%
|
1,028.66
-20.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.75
-93.79%
|
1,155.28
-188.09%
|
-1,311.50
+98.21%
|
-661.67
-309.32%
|
316.11
-637.51%
|
-58.81
-75.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
549.76
+10.86%
|
495.92
+2.59%
|
483.39
+0.49%
|
481.03
+65.92%
|
289.92
-141.89%
|
-692.07
-3.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-176.43
-118.91%
|
932.91
-168.09%
|
-1,370.11
+17.67%
|
-1,164.40
+201.38%
|
-386.36
-239.09%
|
277.78
-18.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|
1,702.73
+24.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,260.27
-13.31%
|
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|