บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
16.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขั้นปัจจัยหลักเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการของปี 2564 เป็นเงิน 8,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เป็นเงิน 2,715 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46
ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลการเกษตรมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 และอุตสาหกรรมรถยนต์มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 รวมถึง บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มเติมจากคําสั่งซื้อใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4252 out_tok=1962 at=2026-07-26T03:09:34 -->
# SAT กำไร Q3/2565 พุ่ง 20% รับอานิสงส์อุตสาหกรรมรถยนต์ฟื้นตัว
## รายได้โตตามปริมาณผลิต ดันกำไรสุทธิพุ่ง 20% ขณะต้นทุนวัตถุดิบและค่าส่งออกปรับสูงขึ้น
บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและยอดขายปรับตัวสูงขึ้น แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SAT ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 20% มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการฟื้นตัวของปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไร ได้แก่ ราคาวัตถุดิบและสารเคมีที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เติบโตคือ **รายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 14%** หรือ 285 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 20% หรือ 44 ล้านบาท ปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรคือ **ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 12%** จากราคาวัตถุดิบและสารเคมีที่สูงขึ้น และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 9%** โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งออกเป็นปัจจัยหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมรถยนต์ที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับการได้รับคำสั่งซื้อใหม่ๆ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการผลิตภัณฑ์ของ SAT ที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของภาคการผลิตยานยนต์โดยรวม แม้ว่าอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรจะชะลอตัวลงก็ตาม ในขณะเดียวกัน ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบและสารเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาดโลก ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการขยายตัวของกิจกรรมการส่งออกเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะฟื้นตัวและมีคำสั่งซื้อใหม่เข้ามา แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการส่งออกเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการไม่ได้ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบในระยะสั้นถึงกลาง รวมถึงความผันผวนของค่าใช้จ่ายในการส่งออก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในไตรมาสถัดไปได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 20% YoY:** อยู่ที่ 259 ล้านบาท จาก 215 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 14% YoY:** อยู่ที่ 2,297 ล้านบาท จาก 2,012 ล้านบาท
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 12% YoY:** อยู่ที่ 1,838 ล้านบาท จาก 1,641 ล้านบาท เนื่องจากราคาวัตถุดิบและสารเคมีที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 9% YoY:** อยู่ที่ 184 ล้านบาท จาก 168 ล้านบาท โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งออกต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็นหลัก
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3% YTD:** อยู่ที่ 10,190 ล้านบาท จาก 9,830 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าและสินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับ 215 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 2,297 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จาก 2,012 ล้านบาทในปีก่อน ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 1,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จาก 1,641 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 184 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จาก 168 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นส่งผลดีต่อยอดขายผลิตภัณฑ์ของ SAT
* **คำสั่งซื้อใหม่:** การได้รับคำสั่งซื้อใหม่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของรายได้ในอนาคต
* **การลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ:** การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานอาจช่วยลดต้นทุนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ราคาวัตถุดิบและสารเคมีที่ผันผวน:** การปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
* **การชะลอตัวของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบและสารเคมีในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการส่งออก
* การเติบโตของคำสั่งซื้อใหม่ในอุตสาหกรรมยานยนต์
* ผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
* การใช้ประโยชน์จากการลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
SAT รายงานว่ารายได้จากการขายสินค้าและบริการในไตรมาส 3 ปี 2565 เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์โดยรวมที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายและบริการ 12% เป็นผลมาจากราคาวัตถุดิบและสารเคมีที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นความท้าทายสำหรับผู้ผลิตในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 9% โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งออกเป็นปัจจัยหลัก ชี้ให้เห็นถึงการขยายตัวของธุรกิจในตลาดต่างประเทศ แต่ก็เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรเช่นกัน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวม 10,190 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 360 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 252 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 210 ล้านบาท สะท้อนถึงการเติบโตของยอดขายและการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,425 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 237 ล้านบาท โดยมีเจ้าหนี้จากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็นหลัก ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 7,764 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 122 ล้านบาท จากผลกำไรสะสมสุทธิจากการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
SAT แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 3 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 20% จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และคำสั่งซื้อใหม่ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการส่งออกที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนและติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบจะเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในระยะต่อไป ขณะที่การลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตจะเป็นโอกาสในการลดต้นทุนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,727.51
ล้านบาท
↓ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
360.23
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.85
%
กำไรสุทธิ
201.43
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.66
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,728
↓ -7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
360
↓ -0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
201
↓ -1.1%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
8.75
ROA (%)
7.84
Book Value/หุ้น
20.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-799
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-798.67
+11.21%
|
-718.14
+33.15%
|
-539.34
-45.18%
|
-983.76
-0.87%
|
-992.37
-196.47%
|
1,028.66
-20.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.75
-93.79%
|
1,155.28
-188.09%
|
-1,311.50
+98.21%
|
-661.67
-309.32%
|
316.11
-637.51%
|
-58.81
-75.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
549.76
+10.86%
|
495.92
+2.59%
|
483.39
+0.49%
|
481.03
+65.92%
|
289.92
-141.89%
|
-692.07
-3.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-176.43
-118.91%
|
932.91
-168.09%
|
-1,370.11
+17.67%
|
-1,164.40
+201.38%
|
-386.36
-239.09%
|
277.78
-18.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|
1,702.73
+24.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,260.27
-13.31%
|
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|