บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
16.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขั้นปัจจัยหลักเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการของปี 2564 เป็นเงิน 8,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เป็นเงิน 2,715 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46
ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลการเกษตรมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 และอุตสาหกรรมรถยนต์มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 รวมถึง บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มเติมจากคําสั่งซื้อใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3463 out_tok=1962 at=2026-07-26T02:50:11 -->
# PACIFICPIPE กำไรปี 64 พุ่ง 173% รับราคาเหล็กโลกพุ่ง-บริหารสต็อกดี
## รายได้โตตามราคาเหล็กโลก แม้ปริมาณขายหดจากโควิด-19 ฝ่ายจัดการเน้นบริหารสต็อกและต้นทุน
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) หรือ PPF รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 554.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 173.22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 9,613.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.69% แม้ปริมาณขายจะลดลงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: ราคาวัตถุดิบ, GPM, สินค้าคงคลัง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ PACIFICPIPE ในปี 2564 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 173.22% มาจาก **การปรับตัวขึ้นอย่างมากของราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 31.69% ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในปี 2564 เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้ของบริษัท แม้ว่าปริมาณการขายจะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้เกิดการล็อกดาวน์และจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับสูง ซึ่งส่งผลให้ปริมาณขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการสินค้าคงคลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการที่ราคาขายปรับตัวขึ้นตามราคาตลาด ทำให้บริษัทสามารถรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นได้ โดย GPM เพิ่มขึ้นจาก 9.82% ในปีก่อน เป็น 12.07% ในปีนี้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายที่ลดลงตามสัดส่วนปริมาณการขาย และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มกำไรสุทธิให้สูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุว่า "แม้จะมีการปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงปลายปี แต่ราคาเหล็กยังคงอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับปีก่อน" และการที่ฝ่ายจัดการเน้นย้ำถึง "การบริหารจัดการสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ" ชี้ให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถในการปรับตัวตามสภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด **ลักษณะการเติบโตของกำไรในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเป็นผลจากปัจจัยราคาเป็นหลัก ซึ่งอาจมีความผันผวนตามสภาวะตลาดโลก** แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอัตรากำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโตโดดเด่น 173.22%** สู่ระดับ 554.69 ล้านบาท จาก 203.01 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 31.69%** เป็น 9,613.36 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากราคาเหล็กโลกและในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 9.82% เป็น 12.07% จากการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือและต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **ปริมาณขายลดลง** เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์
* **ค่าใช้จ่ายในการขายลดลง** ตามสัดส่วนปริมาณการขายที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** จากค่าใช้จ่ายดำเนินงานทั่วไปและมาตรการป้องกันโควิด-19
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท แปซิฟิกไพพ์ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 มีกำไรสุทธิ 554.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 351.67 ล้านบาท หรือ 173.22% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรสุทธิ 203.01 ล้านบาท รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 9,613.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,313.82 ล้านบาท หรือ 31.69% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.07% เพิ่มขึ้นจาก 9.82% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* การบริหารจัดการสินค้าคงเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จากสภาวะราคาเหล็กที่สูงได้
* การปรับตัวลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงินจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย
## ความเสี่ยง
* สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อปริมาณการขาย
* ความผันผวนของราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศ ซึ่งอาจส่งผลต่อรายได้และอัตรากำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กโลกและราคาเหล็กในประเทศในช่วงถัดไป
* ผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ต่อปริมาณการขายและการดำเนินงาน
* กลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนของบริษัท
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีผลกระทบในอนาคต)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในส่วนของ **Utilization** และ **Order Book** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่ปริมาณขายลดลงอาจบ่งชี้ถึง Utilization ที่อาจไม่เต็มที่ หรือการชะลอตัวของ Order Book ในบางส่วนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่การที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนว่าบริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาขายได้ หรือมี Order Book ที่เป็นสัญญาระยะยาวที่อ้างอิงราคาตลาดที่สูงขึ้น
**ราคาวัตถุดิบ (ราคาเหล็ก)** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก โดยราคาเหล็กโลกและในประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากเป็นหัวใจสำคัญของรายได้ที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการปรับตัวลงเล็กน้อยในช่วงปลายปี แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง
**GPM** ปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน จาก 9.82% เป็น 12.07% ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาขายที่สูงกว่าต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพ
**การส่งออก** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
**ค่าเงิน** มีการกล่าวถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ย แต่ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อรายได้หรือต้นทุนโดยตรง
**สินค้าคงคลัง** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุน GPM
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัท
## สรุปท้าย
PACIFICPIPE โชว์ผลประกอบการปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 173.22% เป็นผลมาจากราคาเหล็กโลกและในประเทศที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งช่วยหนุนรายได้ให้เติบโต 31.69% แม้ปริมาณขายจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาเหล็กและผลกระทบจากโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,727.51
ล้านบาท
↓ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
360.23
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.85
%
กำไรสุทธิ
201.43
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.66
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,728
↓ -7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
360
↓ -0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
201
↓ -1.1%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
8.75
ROA (%)
7.84
Book Value/หุ้น
20.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-799
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-798.67
+11.21%
|
-718.14
+33.15%
|
-539.34
-45.18%
|
-983.76
-0.87%
|
-992.37
-196.47%
|
1,028.66
-20.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.75
-93.79%
|
1,155.28
-188.09%
|
-1,311.50
+98.21%
|
-661.67
-309.32%
|
316.11
-637.51%
|
-58.81
-75.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
549.76
+10.86%
|
495.92
+2.59%
|
483.39
+0.49%
|
481.03
+65.92%
|
289.92
-141.89%
|
-692.07
-3.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-176.43
-118.91%
|
932.91
-168.09%
|
-1,370.11
+17.67%
|
-1,164.40
+201.38%
|
-386.36
-239.09%
|
277.78
-18.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|
1,702.73
+24.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,260.27
-13.31%
|
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|