บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
16.20
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขั้นปัจจัยหลักเกิดจาก รายได้รวม เพิ่มขึ้น 2,700 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 45 โดยมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการของปี 2564 เป็นเงิน 8,598 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน เป็นเงิน 2,715 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 46
ทั้งนี้บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรม เครื่องจักรกลการเกษตรมีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 37 และอุตสาหกรรมรถยนต์มีปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 รวมถึง บริษัทฯ มียอดขายเพิ่มเติมจากคําสั่งซื้อใหม่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4139 out_tok=1830 at=2026-07-26T03:38:45 -->
# SAT กำไร Q1/2566 โต 5% รับยอดขายรถยนต์ฟื้น
## รายได้จากการขายโต 8% หนุนกำไรสุทธิ ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SAT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายที่สอดคล้องกับปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณการผลิตและค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงอย่างมากจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการส่งออก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SAT ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ส่งผลให้ยอดขายเพิ่มขึ้น 8%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยต้นทุนขายที่ปรับสูงขึ้น และทำให้กำไรสุทธิเติบโตได้ 5% โดยมีปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติมคือการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารถึง 15%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ยอดขายที่เพิ่มขึ้น 190 ล้านบาท หรือ 8% มาจากการที่ปริมาณการผลิตของอุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 10% ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่กลับมาหลังจากช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 9% เป็นผลมาจากปริมาณการผลิตที่สูงขึ้นประกอบกับค่าไฟฟ้าที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้ลดลง 27 ล้านบาท หรือ 15% โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก ซึ่งช่วยสนับสนุนผลกำไรสุทธิให้เติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าปริมาณการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์จะเติบโต 10% ในไตรมาสนี้ แต่เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มในระยะถัดไป หรือระดับของคำสั่งซื้อ (Order Book) ที่จะรองรับการเติบโตนี้ นอกจากนี้ การที่ต้นทุนค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นอาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในอนาคต หากไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ หรือหากปริมาณการผลิตไม่เติบโตต่อเนื่องตามที่คาดการณ์ไว้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY:** เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นได้
* **รายได้จากการขาย 2,519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากปริมาณการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น 10%
* **ต้นทุนขายเพิ่ม 9%:** สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น และผลจากค่าไฟฟ้าที่ปรับราคาสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 15%:** เป็นผลมาจากการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการส่งออก
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 5%:** จากเงินฝากธนาคารและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,519 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จาก 2,329 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 2,086 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จาก 1,912 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 15% มาอยู่ที่ 159 ล้านบาท จาก 186 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเท่ากับ 272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จาก 259 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 6% เป็น 274 ล้านบาท
## โอกาส
* การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ
* การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
## ความเสี่ยง
* ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน (เช่น ค่าไฟฟ้า) ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความไม่แน่นอนของปริมาณการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะถัดไป
* ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนจากการส่งออก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ในไตรมาสถัดไป
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการส่งออกเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization โดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้น 10% ซึ่งบ่งชี้ว่า Utilization มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตและค่าไฟฟ้า
* **GPM:** ไม่ได้ระบุ Gross Profit Margin โดยตรง แต่สามารถคำนวณได้จากข้อมูลรายได้และต้นทุนขาย (รายได้ 2,519 ลบ. ต้นทุน 2,086 = กำไรขั้นต้น 433 ลบ. คิดเป็น GPM ประมาณ 17.2%) ซึ่งลดลงเล็กน้อยจากปีก่อนที่ GPM ประมาณ 17.6% (รายได้ 2,329 ลบ. ต้นทุน 1,912 = กำไรขั้นต้น 417 ลบ.)
* **ส่งออก:** ค่าใช้จ่ายในการส่งออกลดลง ซึ่งอาจสะท้อนถึงการปรับกลยุทธ์ หรือปริมาณการส่งออกที่เปลี่ยนแปลงไป
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 10,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินฝากธนาคารเพิ่มขึ้น 589 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 247 ล้านบาท ขณะที่เงินลงทุนระยะสั้นลดลง 431 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,614 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229 ล้านบาท จากเจ้าหนี้จากการดำเนินงานเป็นหลัก ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,237 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
SAT สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้ในไตรมาส 1 ปี 2566 จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ช่วยหนุนยอดขาย แม้ต้นทุนการผลิตจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพก็เป็นปัจจัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ในระยะถัดไป และความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SAT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
1,727.51
ล้านบาท
↓ 7.5% YoY
กำไรขั้นต้น
360.23
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.85
%
กำไรสุทธิ
201.43
ล้านบาท
↓ 1.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
11.66
%
D/E Ratio
0.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,728
↓ -7.5%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
360
↓ -0.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
201
↓ -1.1%
YoY
D/E Ratio
0.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SAT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.20
ROE (%)
8.75
ROA (%)
7.84
Book Value/หุ้น
20.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SAT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-799
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+72
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SAT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-798.67
+11.21%
|
-718.14
+33.15%
|
-539.34
-45.18%
|
-983.76
-0.87%
|
-992.37
-196.47%
|
1,028.66
-20.72%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
71.75
-93.79%
|
1,155.28
-188.09%
|
-1,311.50
+98.21%
|
-661.67
-309.32%
|
316.11
-637.51%
|
-58.81
-75.16%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
549.76
+10.86%
|
495.92
+2.59%
|
483.39
+0.49%
|
481.03
+65.92%
|
289.92
-141.89%
|
-692.07
-3.98%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-176.43
-118.91%
|
932.91
-168.09%
|
-1,370.11
+17.67%
|
-1,164.40
+201.38%
|
-386.36
-239.09%
|
277.78
-18.29%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|
1,702.73
+24.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,260.27
-13.31%
|
1,453.80
-29.88%
|
2,073.18
+3.76%
|
1,998.05
+24.75%
|
1,601.65
-19.13%
|
1,980.51
+16.31%
|